อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

"พุทธิพงษ์" สั่ง"เฟซบุ๊ค" ยอมรับผิดและออกมาขอโทษคนไทย

"พุทธิพงษ์" หมายหัว "เฟซบุ๊ค" ยอมรับผิดและออกมาขอโทษคนไทยกรณีเกิดข้อผิดพลาดผ่านไทยพีบีเอส ระบุ ที่ผ่านมา เฟซบุ๊คให้ความร่วมมือน้อยมากเมื่อเทียบกับยูทูป ล่าสุด ตั้งคณะทำงานร่วมใหม่ลุยปราบเว็บผิดกม.เผยรอบ 7 เดือนแรกปีนี้ ลุยปิดเว็บตามคำสั่งศาลไปแล้ว 7,164 ยูอาร์แอล พฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.48 น.

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพจากหน้าเพจเฟซบุ๊คของสื่อหลายแห่งในการถ่ายทอดสดพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา และมีข้อความที่ไม่เหมาะสมแสดงขึ้นมา โดยเป็นคำแปลจากข้อความต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยที่มีความหมายไม่ถูกต้องนั้น กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และ ได้ประสานไปยังเฟซบุ๊คแล้ว ขณะที่ไทยพีบีเอสเองก็ได้แจ้งความไปยัง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) เพื่อดำเนินคดีกับเฟซบุ๊คแล้ว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงฯไม่เคยนิ่งนอนใจกับการดำเนินการเว็บไซต์ผิดกฎหมายตาม  พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งยูทูปให้ความร่วมมือ 90% โดยกระทรวงแจ้งเรื่องไปให้ปิด 1,616 เนื้อหา และช่วยปิดไปที่ 1,507 เนื้อหา ขณะที่เฟซบุ๊กให้ความร่วมมือเพียง 30%  จากที่ส่งเรื่องไปกว่า 4,600 เนื้อหาแต่ปิดไปแค่ 1,300 เนื้อหาเท่านั้น ซึ่งไม่ค่อยให้ความร่วมมือทั้งๆ ที่มาให้บริการกับคนไทย จึงควรที่จะเข้าใจบริบทของสังคมไทย ยอมรับในสิ่งที่คนไทยยึดมั่น นับถือ และรับผิดชอบสังคมไทยด้วย

"ผมได้ส่งอีเมลขอให้เฟซบุ๊ก แสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและออกมาขอโทษ เพื่อให้คนไทยรู้สึกสบายใจ ไม่ใช่ส่งไปให้ปิดแล้วก็นิ่งเฉย คนทั่วไปก็ไม่เข้าใจคิดว่ากระทรวงฯนิ่งเฉย เมื่อต้นเรื่องที่ต่างประเทศไม่ให้ความร่วมมือ กระทรวงฯ ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกระบวนการทำงานของกระทรวงฯได้ประสานไปหมดทุกขั้นตอนแล้ว"



ล่าสุด กระทรวงดีอีเอสได้ร่วมกับ กสทช. และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ถึงมาตรการเชิงรุกเกี่ยวกับเรื่องของการกระทำความผิดทางออนไลน์ ที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยในรอบ 7 เดือนแรกของปี 2563 กระทรวงฯ ได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และประสานงานร่วมกับไอเอสพี จนนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งปิดหรือลบข้อมูลในเว็บไซต์ผิดกฎหมายไปแล้ว จำนวน 7,164 ยูอาร์แอล โดยขัอมูล ณ วันที่ 23 ก.ค.2563 จากจำนวนที่กระทรวงฯ ได้รับแจ้งทั้งสิ้น 8,715 ยูอาร์แอล และมีการส่งศาล 7,164 ยูอาร์แอล

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกันในการทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้มีการแจ้งผลการดำเนินการรวดเร็วขึ้น มีความต่อเนื่องในการทำงานมากขึ้น จากเดิมที่คณะทำงานเดิมอาจจะทำงานไม่ต่อเนื่องในเรื่องของรายชื่อคนเข้ามาประชุมและไม่ได้มีการรายงานผลการปิดเว็บไซต์แบบรวดเร็ว ซึ่งต่อจากนี้คณะทำงานชุดนี้ต้องนำมาปัดฝุ่นให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อไอเอสพีด้วยว่าไม่ได้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งได้เปิดเพจเฟซบุ๊ก อาสา จับตา ออนไลน์  เพื่อเป็นช่องทางรับแจ้งข้อมูลจากประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องและตรวจสอบตลอด 24 ชม. และพิจารณาตามข้อกฎหมายและตอบกลับ

“อยากให้ทุกคนเข้าใจการทำงานของกระทรวงฯ โดยขั้นตอนการทำงานคือรับแจ้งเว็บไซต์จากประชาชน และตรวจสอบ รวบรวมหลักฐานพยาน ก่อนจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งให้ปิดหรือลบข้อมูลต่อไป จากนั้นขั้นตอนสำคัญคือ หากได้คำสั่งศาลจะส่งให้กับไอเอสพีและส่งคำสั่งศาลให้กับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก ยูทูบ และทวิตเตอร์ เป็นต้น เพื่อดำเนินการปิดหรือลบข้อมูลที่ผิดกฎหมายต่อไป"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 56