อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

'แอปเปิ้ล'เปิดตัว iPad-Apple Watch ยังไร้เงา iPhone 12

สาวก iOS ได้ยลโฉมแท็บเล็ตและนาฬิการุ่นล่าสุด แต่ยังไร้วี่แวว iPhone 12 สมาร์ทโฟนยอดฮิตต่อไปแม้ตามปกติจะประกาศเปิดตัวในเดือนกันยายน คาดอาจได้เห็นการเปิดตัวในเดือนต.ค.นี้ พุธที่ 16 กันยายน 2563 เวลา 10.11 น.


เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนตามเวลาประเทศไทย แอปเปิล ได้เปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่ได้แก่ Apple Watch Series 6, Apple Watch SE, iPad 8 และ iPad Air รุ่นใหม่ แต่ไม่มีไอโฟน 12 แต่ก็ยังคาดหวังกันว่าอาจได้เห็นการเปิดตัวในเดือนต.ค.นี้ ก็ได้ โดยบริษัท Apple Inc. (ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของสหรัฐ ได้จัดอีเวนต์ใหญ่ (Apple Event) ประจำปีนี้ ภายใต้ชื่อว่า “Time Flies.” ในรูปแบบออนไลน์ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

Apple Watch



เริ่มต้นที่ Apple Watch Series 6 เพิ่มสีตัวเรือนสีน้ำเงิน Devy Blue และสีแดง Product (RED) สามารถตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ได้ โดยใช้ระยะเวลา 15 วินาทีในการตรวจ สามารถวัดได้ตลอดเวลาแม้แต่ตอนนอนด้วยอินฟราเรด ช่วยในการวิเคราะห์สุขภาพ

Apple Watch Series 6 ใช้ชิป S6 Dual Core ซึ่งปรับมาจากชิพ A13 ที่ใช้ในไอโฟน 11 มีชิพ U1 ทำให้ระบบ Always on Display ดีขึ้น สว่างขึ้น 2 เท่าตอนที่เราวางข้อมือลง

Apple Watch ตัวใหม่ จะมาพร้อม watchOS 7 ที่จะมีหน้าปัดใหม่ซึ่งได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการ ทั้งหน้าปัดบอกเวลาพร้อมเข็มทิศสำหรับผู้ที่ชอบการเดินทาง หน้าปัดสำหรับคนชอบถ่ายรูปบอกเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตก หน้าปัดสำหรับแพทย์ เป็นต้น



สายนาฬิกาของ Apple Watch Series 6 เป็น Solo Loop เรียบง่าย ไม่มีห่วง ไม่มีตัวยึด เรียบหรู พร้อมวัสดุใหม่ เป็นเหมือน Wrist band ทนทานแข็งแรง กันน้ำ สามารถว่ายน้ำได้ ใช้ได้กับแขนทุกขนาด มีทั้งสายซิลิโคนและสายหนัง

Apple Watch Series 6 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,500 บาท

นอกจาก Apple Watch Series 6 แอปเปิลยังเปิดตัวรุ่นรองลงมา นั่นคือ Apple Watch SE ซึ่งมีราคาถูกลง แต่ประสิทธิภาพการใช้งานคล้ายคลึงกับ Apple Watch Series 6 คือมาพร้อมฟีเจอร์ตรวจจับการล้ม, Family Setup, รองรับเข็มทิศ  สามารถเช็กตำแหน่งที่อยู่แบบเรียลไทม์ โดยแรงกว่า Apple Watch Series 3 สองเท่า ราคาอยู่ที่ 279 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8,700 บาท



Apple ประกาศ ไม่แถมอะแดปเตอร์ชาร์จไฟมาให้ในกล่อง Apple Watch แล้ว ตามนโยบายลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อรักษ์โลก เริ่มจาก Apple Watch Series 6 และ Apple Watch SE เป็นต้นไป

ทั้งนี้ Apple ยังดำเนินนโยบายการใช้พลังงานสะอาด ทุกการผลิตสินค้าบริการ จะไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นกลางทางคาร์บอน
โดยในการผลิต Apple Watch วอชใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100%



ด้าน iPad เปิดตัว iPad Gen 8 ใช้ชิป A12 เร็วกว่า 40% กราฟิกแรงขึ้น 2 เท่า รองรับ Full Size Smart Keyboard รองรับ Apple Pencil แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้ทั้งวันต่อเนื่องราว 10 ชั่วโมง 



iPad Gen 8 เปิดตัวด้วยราคา 329 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,300 บาท ส่วนราคาเพื่อการศึกษาอยู่ที่ 299 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,300 บาท

นอกจากนี้ Apple ยังปรับโฉมใหม่ The New iPad Air 4 ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ไร้ปุ่มโฮมเป็นครั้งแรก ขอบตัด มีให้เลือก 5 สี รองรับ Apple Pencil (2nd Gen. แบบแม่เหล็ก) คล้าย iPad Pro แต่ไม่มี Face ID โดยจะยังมี Touch ID สแกนลายนิ้วมือ ย้ายไปที่ปุ่มพาวเวอร์แทน



iPad Air 4 มาพร้อมสเปกเทพ ใช้ชิพ Apple A14 ซึ่งเป็นอุปกรณ์แรกที่ใช้ชิพนี้ ขนาด 5 นาโนเมตร เป็นชิพแรกของแอปเปิลที่ใช้เทคโนโลยีผลิตชิพที่เล็กขนาดนี้ CPU 6-Core ประสิทธิภาพแรง กินไฟน้อย การทำงานเร็วขึ้น 40%  ใช้ GPU 4-Core กราฟิกเร็วขึ้น 30% ประสิทธิภาพกราฟิกเร็วกว่าเจ้าอื่น 2 เท่า จอเรตินาเหมือน iPad Pro ความละเอียด 3.8 ล้านพิกเซล

ราคา The New iPad Air 4 อยู่ที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 18,700 บาท

นอกจากนี้ Apple ประกาศปล่อยอัพเดท iOS 14, iPadOS 14, watchOS 7 และ tvOS ใหม่พรุ่งนี้ วันที่ 16 กันยายนตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณวันที่ 17 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย

โดย Apple เผยว่า iPad OS14 จะเพิ่มศักยภาพเพนซิลให้มากยิ่งขึ้น ฟีเจอร์สำคัญคือ เขียนแล้วแปลงเป็น Text โดยอัตโนมัติ และจดจำรูปทรง



สำหรับ iPhone 12 ที่ปกติจะมีการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ในเดือนกันยายน รอบนี้ยังคงไม่มีข่าวคราวใดๆ อย่างเป็นทางการจากแอปเปิล แต่จะมีการเปิดตัว iPhone 12 ในเดือนต.ค.  โดยจะมี 4 รุ่นด้วยกัน ซึ่งเป็นรุ่นมาตรฐาน 2 รุ่น และรุ่นไฮเอนด์ 2 รุ่น ทุกรุ่นจะรองรับระบบ 5G  ทั้งนี้ iPhone 12 รุ่นมาตรฐานของแอปเปิลจะมีหน้าจอขนาด 5.4" และ 6.1" ส่วนรุ่นไฮเอนด์จะมีหน้าจอ 6.1" และ 6.7"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 114