อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

ส.ป.ก.สั่งด่วน'ปารีณา' คืนที่ฟาร์มไก่ใน7วัน-ไม่ดำเนินคดี

สะเทือนหนัก!เลขาฯส.ป.ก.สั่งด่วน'ปารีณา'เร่งคืนที่ฟาร์มไก่ ภายใน7วัน 682 ไร่ รุกที่ ส.ป.ก. ชี้ชัดไม่มีสิทธิความเป็นเกษตรกร พร้อมสั่งให้รื้อถอน เล้าไก่ทั้งหมด เดินหน้าสอบพื้นที่"ทวี" อีก600ไร่ ฝั่งสวนผึ้ง ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562 เวลา 11.48 น.


เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นายวิณะโรจน์  ทรัพย์ส่งสุข เลาขาธิการสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. พร้อมผู้บริการระดับสูง ได้ร่วมแถลงข่าวกรณี การครอบครอบที่ในเขตปฎิรูปที่ดินที่จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ

โดยนายวิณะโรจน์ เปิดเผยว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อต่าง ๆ กรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ครอบครองที่ดินโดยใช้หลักฐานเป็น ภบท.5 ในเขตตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี และที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในเขต พ.ร.ฎ. กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน จากกรณีดังกล่าว ส.ป.ก. จึงได้การดำเนินการตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  โดยได้คำนึงถึงปฎิรูปที่ความถูกต้อง โปร่งใสและให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย โดยมีการตรวจสอบต่อเนื่องตามขั้นตอน อย่างละเอียดตั้งแต่วันที่ 14-15 พ.ย. ส.ป.ก. มอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักกฎหมายและสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน   ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่และสอบถามผู้ปกครองท้องที่ (ขอบเขตในแผนที่) เกี่ยวกับการถือครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยลักษณะการทำประโยชน์ ได้แก่ เลี้ยงไก่ โค ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ โรงเรือน สระน้ำจากนั้นวันที่ 15 พ.ย.  ส.ป.ก.ราชบุรี มีหนังสือแจ้งเกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตฯ รายแปลง ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง เพื่อขอตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งมีเกษตรกรมาให้ข้อมูล จำนวน 9 ราย  จากทั้งหมด 14 ราย โดยเกษตรกรทั้ง 9 รายยังเป็นผู้ถือครองและทำประโยชน์ด้วยตนเ

อย่างไรก็ตามวันที่ 3 ธ.ค. ส.ป.ก.ราชบุรี ได้สรุปการตรวจสอบขอบเขตการครอบครองจากผู้ปกครองท้องที่และที่ดินแปลงข้างเคียง ซึ่งปรากฏพื้นที่ที่มีการครอบครองและทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่รวม 682 ไร่ จากการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่จากผู้ปกครองท้องที่และที่ดินแปลงข้างเคียงที่มีการทำประโยชน์ในที่ดิน สรุปได้ ดังนี้โดยที่ดินซึ่ง น.ส. ปารีณา  ถือครองทำประโยชน์ เนื้อที่ 682ไร่ เข้าครอบครองเมื่อประมาณปี 2548-2549 โดยได้รับมาจากบิดา ดังนี้  แปลง No.73 เนื้อที่ 417 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการทำโรงเลี้ยงไก่ ,แปลง No.75 เนื้อที่ประมาณ 190 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงวัว ปลูกหญ้าเลี้ยงวัว ,แปลง CL.424 เนื้อที่ประมาณ 48 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงวัว ปลูกหญ้าเลี้ยงวัว และแปลง No.74 เนื้อที่ประมาณ 27 ไร่ ใช้วางมูลไก่ ซึ่งที่ดินแปลงข้างเคียง ซึ่งส.ป.ก. ได้อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์แล้ว รวม 14 ราย 15 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 491 ไร่ (ทิศเหนือ)  และที่ดินแปลงย่อยบริเวณที่ติดถนนสายจอมบึง-ชัฏป่าหวาย ฝั่งตรงข้ามกับที่ดินที่ น.ส.ปารีณาฯ ถือครอง มีผู้ถือครองจำนวน 16 ราย 20 แปลง เนื้อที่ประมาณ 222 ไร่

นายวิณะโรจน์ บอกอีกว่า วันที่ 4 ธ.ค.  น.ส.ปารีณาฯ มีหนังสือแจ้ง ส.ป.ก. ขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมวันที่ 4 ธ.ค. 62 ส.ป.ก. ประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 2/2562 เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินการตามกฎหมาย ส.ป.ก. พิจารณาแล้ว เห็นว่าจากการที่นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น เมื่อ ส.ป.ก. ตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลแล้ว ปรากฎว่า นางสาวปารีณาฯ มีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมการบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด ซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้ จึงไม่ใช่เกษตรกรผู้มีสิทธิจะได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. ดังนั้น ส.ป.ก.จึงมีแนวทางการดำเนินการโดยส.ป.ก. จะแจ้งให้ น.ส.ปารีณาฯ คืนที่ดินที่ครอบครองและทำประโยชน์ทั้งหมดให้ ส.ป.ก. นำมาดำเนินปฏิรูปที่ดิน ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่ง ส.ป.ก. จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ต่อไปซึ่งหากครบกำหนดดังกล่าวแล้ว น.ส.ปารีณาฯ ไม่ส่งคืนที่ดิน ส.ป.ก.จะใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ซึ่ง ส.ป.ก. จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ต่อไป

"ส.ป.ก.จึงมีแนวทางการดำเนินการโดย ส.ป.ก. จะแจ้งให้ น.ส.ปารีณาฯ คืนที่ดินที่ครอบครองและทำประโยชน์ทั้งหมดให้ ส.ป.ก. นำมาดำเนินปฏิรูปที่ดิน ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่ง ส.ป.ก. จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ต่อไปซึ่งหากครบกำหนดดังกล่าวแล้ว น.ส.ปารีณาฯ ไม่ส่งคืนที่ดิน ส.ป.ก.จะใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ซึ่ง ส.ป.ก. จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและต้องขอโทษต่อสังคม ที่ไม่ได้ชี้แจงต่อสังคม เพราะทุกอย่างอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจอย่างระเอียดซึ่งอาจจะทำให้ล้าช้าเพราะที่ผ่านมาต้องการให้เกิดความชัดเจนก่อน จึงไม่ออกมาชี้แจง ตอนนี้ก็ถือว่าชัดเจนและจะดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ สั่งให้เร่งรัดตรวจสอบการถือครองผิดกฎหมายทั่วประเทศโดยนายทุนบุกรุกทำรีสอร์ต มีทั้งรายใหญ่ ผู้มีอิทธิพล นักการเมือง พบผิดให้ยึดคืนหลวงทั้งหมด นำมาจัดสรรให้ผู้ยากไร้ ภายใต้นโยบายคทช.”นายวิณะโรจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามในส่วนพื้นที่การครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก.ของนายทวี ไกรคุปต์ อีก600ไร่ ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นั้นขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ และจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน และหากตรวจสอบพบในพื้นที่อื่นในลักษณะเดียวกันในคนอื่น หากมีข้อมูลจะดำเนินการตรวจสอบในลักษณะเดียวกันทั้งหมดเพื่อยึดที่คืนและจัดสรรให้เกษตรกรต่อไป ทั้งนี้ในส่วนการดำเนินการของกรมป่าไม้ในการดำเนินคดี กับน.ส.ปารีณา ที่ผ่านมา ส.ป.ก. จะไม่ขอเข้าไปดำเนินการเข้าร่วมของการดำเนินคดี เพราะทุกอย่างเป็นส่วนพื้นที่ของกรมป่าไม้ โดยในพื้นที่ของ ส.ป.ก. ที่ น.ส. ปารีณา ครอบครองพื้นที่ ทาง ส.ป.ก.จะดำเนินการทางกฎหมายของ ส.ป.ก. อย่างเคร่งครัด คนที่ไม่มีคุณสมบัติ ความเป็นเกษตรกร ยืนยันว่าจะดำเนินการเช่นเดียวกัน และจะไม่เลือกปฎิบัติ เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันทั้งหมด

เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า รับมอบที่ดินป่าเสื่อมโทรมจากกรมป่าไม้มา 40 ล้านไร่ และนำที่ดินมาปฏิรูปจัดสรรให้เกษตรกร เฉลี่ยปีละ 63,000 ราย พื้นที่ประมาณ 50,000 ไร่ต่อปี และเมื่อมอบที่ดินให้แล้วก็ต้องตามดูแล ป้องกันไม่ให้ซื้อขายเปลี่ยนมือ โดยต่อจากนี้ ส.ป.ก.จะเป็นหน่วยคุ้มครองที่ดินเกษตรกร เพราะเป็นที่ดินที่จะหล่อเลี้ยงและถือเป็นความมั่นคงทางด้านแหล่งอาหารของประเทศ

ด้านนายนภดล ตันติเมฆิน ผอ.สำนักกฎหมาย กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ดำเนินคดี แต่หากผู้ถือครองที่ดินไม่ให้ความร่วมมือ จึงจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายในการดำเนินคดีอาญา กรณีป้องปัดขัดขวางไม่ให้ตรวจสอบทำประโยชน์เกษตรกรรม ทั้งนี้ยังสั่งการให้ ส.ป.ก.ตรวจสอบการถือครองที่ดินแปลงอื่นๆ ทั่วประเทศ ที่อาจมีคำสั่งครอบครองไม่ถูกต้องอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ ส.ป.ก.สำรวจพื้นที่ต่างๆ มาแล้วใน จ.ราชบุรี มี 9 แปลงที่มีผืนใหญ่เกิน 500 ไร่.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    16%
  • ไม่เห็นด้วย
    84%

บอกต่อ : 66