อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563

ใจสู้หรือเปล่า!'บิ๊กตู่'ย้ำรักสามัคคี อย่าให้ใครทำลายความสุข

"บิ๊กตู่"เปิดงานถนนคนเดิน"สีลม-เยาวราช" นำร่องก่อนคิกออฟ 22 ธ.ค.ทั่วประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำรัฐบาลพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า ถามประชาชน ใจสู้หรือเปล่า ย้ำต้องรักสามัคคี อย่าให้ใครทำลายความสุข อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562 เวลา 18.53 น.


เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ถนนสีลม กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการนําร่องถนนคนเดิน (Walking Street) โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายอิทธิพล คุณปลื้มรมว. วัฒนธรรม และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วม

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ยินดีมาพบกับทุกคน ซึ่งตนไม่มีโอกาสพบกับทุกคนบ่อยๆ ในพื้นที่แบบนี้ สำหรับโครงการนำร่องถนนคนเดินในพื้นที่กรุงเทพฯ เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สิ่งที่น่าภูมิใจกรุงเทพฯ ได้รับการจัดเป็นอันดับ1 เมืองจุดหมายปลายทางโลกมา 4 ปีซ้อน ตนอยากให้ทุกคนปรบมือให้ตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ทำให้คนมาเที่ยวบ้านเรามี 3 อย่าง คือ ธรรมชาติสวยงาม อาหารหลากหลาย และรอยยิ้ม เพราะมีความสงบสุข ดังนั้นขอให้ทุกคนภูมิใจและรักษาสิ่งเหล่านี้ให้นานที่สุด โดยช่วยกันทำทุกอย่างให้สงบเรียบร้อยมีเสถียรภาพ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่โลกและพวกเราทุกคนต้องการ อีกทั้งการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของประเทศ แต่วันนี้ต้องไม่ใช่ท่องเที่ยวแบบเดิมๆ แต่เป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ปลอดภัยและรักษาความมั่นคงของเราให้ได้ด้วย



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับสั่งว่า อยากให้ขับเคลื่อนวัฒนธรรม ความเป็นไทยไปสู่โลก รัฐบาลจึงกำลังสนองพระบรมราโชบายนี้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศของเรา วันนี้เราต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นอกจากนี้ย้ำว่ารัฐบาลพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ในสภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นนี้ ในส่วนร้านค้าปลีกต้องมีการค้าออนไลน์มากขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการถนนคนเดินนี้เป็นการนำร่อง ซึ่งในวันที่ 22 เดือนธ.ค.นี้จัดในทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ อยากให้เกิดขึ้นในถนนอย่างละเส้นได้หรือไม่ เราจึงต้องสร้างความปลอดภัยให้คนมาท่องเที่ยว



นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ทุกคนต้องเริ่มแก้ที่ตัวเราเอง เหมือนตนก็แก้ที่ตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น โดยแก้ไขปรับปรุงตนเอง ดังนั้นอยากให้ทุกคนคิดด้วยว่าอันไหนดีก็ให้ช่วยกันทำต่อ อันไหนเกิดปัญหาอย่าทำ บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อยและมีคนมาท่องเที่ยว วันนี้ถึงเวลาที่พวกเราต้องร่วมมือกันช่วยทำคุณงามความดีเพื่อเแผ่นดินนี้ แผ่นดินที่เราเกิดมา เป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองประเทศไทย ซึ่งตนดีใจและตื้นตันที่มาเจอประชาชนจำนวนมาก และไม่ได้มาหาเสียงแต่ต้องการมาเยี่ยมเยียน หลังจากนี้ก็จะไปเยาราชต่อ ซึ่งทราบว่าทุกที่มีคนจำนวนมาก และอยากฝากทุกคนอย่าเอาเปรียบซึ่งกันและกัน สำหรับมาตรการต่างๆที่ออกไปแล้วทั้ง ชิมช้อปใช้ กระเป๋าหนึ่ง กระเป๋าสองหรือ มาตรการอื่นๆ ใครว่าไม่เกิดประโยชน์ ถ้าเราไม่ทำแบบนี้คนผลิตสินค้าออกมาไม่มีคนซื้อจะเจ๊งหรือไม่ ย้ำว่าต้องการทำให้เศรษฐกิจหมุนเวีนน ให้มีเงินใช้จ่ายในระบบ จึงอย่ามองแต่การหาเสียง ซึ่งหลายคนมีเงินไม่กล้าใช้ เพราะมีการพูดจา ดังนั้นคนที่มีอย่าเอาแต่เก็บต้องนำมาใช้ด้วย มีมากใช้มากมีน้อยใช้น้อย พร้อมรู้จักประหยัดอดออม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้จิตใจเราต้องเข้มแข็งเพื่อประเทศของเรา เพื่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เกิดมาแล้วตายโดยไม่สร้างอะไรในแผ่นดินนี้เลย ซึ่งวันนี้เราต้องการความรัก ความสมัคคีมากกว่าสิ่งใดๆทั้งสิ้น



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามนอกจากเรื่องถนนคนเดิน ตนมีความคิดอยากให้นักดนตรีที่มีชื่อเสียง หรือวงดนตรีดังๆของโลกมาจัดแสดงในประเทศๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญ เราต้องทำให้พื้นที่ปลอดภัยอย่าให้มีอะไรมาแทรกแซง นอกจากนี้หลายคนบอกจัดถนนคนเดินทำไมรถติด ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องทำอะไรกันเลยปล่อยให้รถติดอย่างเดียว ดังนั้นได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง สุกท้ายขอเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยของเรา ซึ่งเราต้องภูมิใจกับคนไทยทุกภาค วันนี้เราต้องเป็นหนึ่งเดียวให้ได้ อย่าให้ใครทำลายความเป็นหนึ่งเดียวของพากเรา ตนอยากฝากทุกคนแค่นี้

จากนั้นนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมกิจกรรมและร้านค้าภายในงาน รวมทั้งกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจขอถ่ายรูปเซลฟี่เป็นที่ระลึกตลอดทาง ทั้งนี้นายกฯ ได้ร่วมร้องเพลง “คนดีไม่มีตาย”ของศิลปิน ธีร์ ไชยเดช พร้อมกล่าวด้วยว่า “ขอให้ร่วมกันทำความดี เพื่อประเทศชาติ เพราะการทำความดี ไม่มีวันตาย” 



ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะออกเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสีลม ไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินวัดมังกร และเดินทางถึงบริเวณจัดงานโครงการนำร่องถนนคนเดิน (Walking Street) ถนนเยาวราช ซึ่งหลังจากเดินทางมายังสถานีวัดมังกรแล้ว ได้มีการเตรียมขบวนงิ้วและสิงโตร่วมต้อนรับ ก่อนเดินทักทายประชาชนและทักท่องเที่ยวตลอดถนนเยาวราช โดยมีประชาชนให้การต้อนรับ พร้อมกับตะโกนว่า “เรามาเชียร์ลุง” พร้อมกับโบกมือทักทาย และขอถ่ายรูปเป็นระยะ โดยทันทีได้มาถึงด้านหน้าโรงแรมไชน่าทาวน์  ได้หยุดทักทาย และร่วมร้องเพลงกับกลุ่มนักดนตรี  ท่ามกลางบรรดานักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยนายกฯ ร้องเพลง “ต้องสู้ จึงจะชนะ” ก่อนกล่าวว่า “ชีวิตต้องสู้ ต้องสู้ถึงจะชนะ” ขณะที่ประชาชน ก็ตะโกน “นายกฯ ต้องสู้”

จากนั้น นายกฯ กล่าวว่า “ขอทุกคนมีความสุข มีความรัก และความสามัคคีเท่านั้นที่ทำให้ประเทศปลอดภัย สัญญากับผมได้ไหม สัญญาปีหน้าจะเป็นปีแห่งความสำเร็จของพวกเราใช่หรือไม่” ขณะที่ประชาชนตอบว่า “สัญญา” ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวว่า  “ไชโย ไชโย ไชโย” และร้องเพลง “หยุดตรงนี้ที่เธอ” ต่อด้วยเพลง “ศรัทธา” 



ทั้งนี้นายกฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางกลับ ว่า วันนี้ก็อยากจะบอกว่า ตนดีใจ มีความสุข มีความรู้สึกดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้พบปะกับประชาชนที่มากันในวันนี้ ถือว่าเรามาทำความดีเพื่อแผ่นดิน ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนในระบบดีขึ้น มีการใช้จ่ายและพบปะกันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราต้องรักสามัคคีกันให้มาก ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการเริ่มต้นปีใหม่อย่างมีความสุข ฉะนั้นอย่าให้ใครมาทำลายความสุขของเราในวันนี้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าวันนี้จะวันไหน เราต้องรักและสามัคคี แบ่งแยกกันไม่ได้อีกแล้ว ประเทศไทยมีศักยภาพ อยู่ที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกัน เมื่อสักครู่ตนไปร่วมร้องเพลงศรัทธา และเพลงต้องสู้จึงชนะ 

จากนั้นหันไปถามประชาชนว่า "ใจสู้หรือเปล่า" ทันใดนั้นผู้สื่อข่าวถามนายกฯ กลับว่า สู้เต็มที่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ตามหน้าที่และบทบาทของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้สู้กับใคร"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    72%
  • ไม่เห็นด้วย
    28%

บอกต่อ : 17