อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

วิกฤติแล้งลามหนัก!พบปลูกข้าวนาปรังเกินแผน41จว.

วิกฤติแล้งลามหนักพื้นที่เกษตร สูญเงินแล้วกว่า1.4พันล้านบาท กระทบเกษตรกรกว่า1.2แสนราย แต่พบยังขยายพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังเกินแผน41จว.รวม3.16ล้านไร่ “ จันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 เวลา 17.17 น.


เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานสถานการณ์ภัยแล้ง ช่วงภัยเดือนก.ย.62 ถึงปัจจุบัน ว่ามีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 20 จังหวัด จำนวน 106 อำเภอ 592 ตำบล 5,065 หมู่บ้าน/ชุมชน ได้แก่ จังหวัดเชียงราย(14) น่าน(2) เพชรบูรณ์(6) อุทัยธานี(8) อุตรดิตถ์(4) พะเยา(5) สุโขทัย(4) นครพนม(1) มหาสารคาม(7) บึงกาฬ(4) หนองคาย(8) บุรีรัมย์(7) กาฬสินธุ์(1) นครราชสีมา(5) จังหวัดสกลนคร(8) กาญจนบุรี(6) ฉะเชิงเทรา(2) ชัยนาท(4) นครสวรรค์(6) และจังหวัดสุพรรณบุรี(4) และอยู่ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามในประกาศเขตฯ 1 จังหวัด คือ จังหวัดขอนแก่น(18)

สำหรับผลกระทบด้านการเกษตรในเบื้องต้น ด้านพืช ประสบภัย 21 จังหวัด เกษตรกร 260,607 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 2,322,521 ไร่ สำรวจพบความเสียหายแล้ว 20 จังหวัด เกษตรกร 123,557 ราย พื้นที่เสียหาย 1,271,846 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 1,112,441 ไร่ พืชไร่ 158,627 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 778 ไร่ คิดเป็นวงเงิน 1,421.57 ล้านบาท จ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว เกษตรกร 1,020 ราย พื้นที่ 5,959 ไร่ เป็นเงิน 6.65 ล้านบาท
ด้านปศุสัตว์ และด้านประมง ยังไม่มีรายงานได้รับผลกระทบ

แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี2562- 2563 ท้ังประเทศ จำนวน 7.21 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 4.54 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 2.67 ล้านไร่ ลุ่มเจ้าพระยา จำนวน 1.64 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 1.05 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.59 ล้านไร่  ผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2562/63 ทั้งประเทศ จำนวน 5.94 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 4.71 ล้านไร่ พืช ไร่-พืชผัก 1.23 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 82.39 ของแผน ลุ่มเจ้าพระยา จำนวน 3.18 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 2.80 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.38 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 193.90 ของแผน

พบว่ามีจังหวัดที่มีการปลูกข้าวมากกว่าแผน รวม 3.16 ล้านไร่ แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน 41 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พิจิตร พิษณุโลก แพร่ ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุดรธานี กรุงเทพมหานคร ชัยนาท นนทุบรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา นครนายก ชลบุรี ปราจีนบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี ตรัง สตูล และสุราษฎร์ธานี พืนที่รวม 2.81 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ มุกดาหาร และฉะเชิงเทรา พื้นที่รวม 0.34 ล้านไร่

ในส่วนสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ (447 แห่ง) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 44,793 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 59 เป็นปริมาตรน้ำใช้การได้ 20,994 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 40 ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2562 (55,013 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 72) น้อยกว่าปี 2562 จำนวน 10,220 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 14.97 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จานวน 83.83 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน สามารถรับน้ำได้อีก 31,274 ล้าน ลบ.ม.

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์ น้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ จำนวน 15 อ่างฯ ได้แก่ อ่างฯภูมิพล (16%) อ่างฯสิริกิติ์(26%) อ่างฯแม่กวงอุดมธารา (24%) อ่างฯแม่มอก (17%) อ่างฯจุฬาภรณ์ (5%) อ่างฯอุบลรัตน์ (-7%) อ่างฯลาพระเพลิง (12%) อ่างฯมูลบน (29%) อ่างฯลาแซะ (24%) อ่างฯลานางรอง (15%) อ่างฯป่าสักชลสิทธิ์ (21%) อ่างฯทับเสลา (13%) อ่างฯกระเสียว (8%) อ่างฯคลองสียัด (13%) และอ่างฯหนองปลาไหล (18%)

มาตรการให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้า เตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เพื่อช่วยเหลือในช่วงฤดูฝน ปี 2562 จำนวน 2,139 เครื่อง สนับสนุนเพื่อช่วยเหลือพื้นที่นาปี นาปรัง พืชไร่ อุปโภคบริโภค จานวน 311 เครื่อง ในพื้นท่ี 40 จังหวัด เตรียมพร้อมสนับสนุนรถยนต์บรรทุกน้ำ รวมท้ังหมด 106 คัน ได้แก่ ภาคเหนือ 24 คัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 22 คัน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก 28 คัน ภาคใต้ 14 คัน ศูนย์ปฏิบัติการเครื่องจักรกลและส่วนกลาง (นนทบุรี) 18 คัน

ส่วนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เฝ้าติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและได้จัดต้ังหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วประจาปี 2563 จำนวน 5 แห่ง ปฏิบัติการระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 - 23 มกราคม 2563 ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 71 วัน มีการปฏิบัติการ 12 วัน 44 เที่ยวบิน มีฝนตก 10 วัน ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ จ.อุทัยธานี(สว่างอารมณ์ ลานสัก ห้วยคต บ้านไร่) จ.สุพรรณบุรี(ด่านช้าง) จ. กาญจนบุรี(หนองปรือ) จ.นครสวรรค์(ตากฟ้า ไพศาลี ท่าตะโก ชุมแสง แม่เปิน) จ.ระยอง(บ้านค่าย ปลวกแดง นิคมพัฒนา วังจันทร์ เขาชะเมา) จ.ชลบุรี(บ้านบึง หนองใหญ่) จ.นครศรีธรรมราช(ถ้าพรรณรา ฉวาง ทุ่งใหญ่) จ.สุราษฎร์ธานี(พระแสง) และ จ.กรุงเทพมหานคร(สาธร)


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 13