อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563

คพ.เตรียมขยายผลงดถุงตลาดสด

คพ.ลุยฟังความเห็นแนวทางจัดการขยะพลาสติกภาคเหนือ ขยายผลงดถุงตลาดสด ก่อนเดินสายอีสาน-ใต้เร่งจัดทำกฎหมาย เผยติดตามผลงดใช้ถุงพลาสติก ห้างร่วมมือร้อยละ 97- ปชช.ร่วมมือร้อยละ 61 ศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 16.03 น.


เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ จ.เชียงใหม่ นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมวบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นประธานพิธีเปิดและมอบนโยบายการบริหารจัดการขยะพลาสติกในการประชุมเชิงปฏิบัติการ แนวทางการงดใช้ถุงพลาสติกในตลาดสดและร้านขายของชำและแนวทางการจัดทำกฎหมายจัดการขยะพลาสติก ครั้งที่ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ นักกฎหมาย นักสิ่งแวดล้อม ผู้แทนห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ร้านขายของชำ และประชาชน กว่า 150 คน

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ปัญหาขยะพลาสติกกลายเป็นวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่นานาชาติให้ความสำคัญ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 12% ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมดหรือประมาณปีละ 2 ล้านตัน และสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้เพียงเฉลี่ยปีละ 0.5 ล้านตันเท่านั้น รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก กระทรวงทรัพยากรฯ ได้จัดทำโรดแม็พ การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ ประกอบด้วย 2 เป้าหมาย เป้าหมายที่ 1 คือ การลด และเลิกใช้พลาสติกเป้าหมาย ด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

โดยจะดำเนินการกับประเภทและชนิดของพลาสติกที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดการเลิกใช้พลาสติก 3 ชนิด ภายในปี 2562 ได้แก่ 1.พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม 2.ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ผสมสารอ๊อกโซ่ และ3.ไมโครบีดส์ และกำหนดเลิกใช้พลาสติก 4 ชนิด ภายในปี 2565 ได้แก่ 1.ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนา น้อยกว่า 36 ไมครอน 2.กล่องโฟมบรรจุอาหาร 3.แก้วพลาสติก (แบบบางใช้ครั้งเดียว) และ 4.หลอดพลาสติก และเป้าหมายที่ 2 มีการนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ ร้อยละ 100 ภายในปี 2570

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดบางหรือถุงก๊อบแก๊บ เป็น 1 ใน 7 ชนิดของพลาสติกเป้าหมายที่ต้องเลิกใช้ภายในปี 2565 โดยมีปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในประเทศไทย 45,000 ล้านใบต่อปี ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ ร้อยละ 30 ร้านขายของชำ ร้อยละ 30 และตลาดสด ร้อยละ 40 ในปี 2563 กระทรวงทรัพยากรฯ ได้ร่วมมือจากภาคีเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ กว่า 90 ราย ในการงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วกับลูกค้า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป พร้อมทั้งยังเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถสำเร็จได้ตามวัตถุประสงค์ เป็นความสำเร็จในระดับประเทศ

จากการติดตามประเมินผลมาตรการงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วใน ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 12 ก.พ. พบว่า ห้างสรรพสินค้างดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วตามนโยบายรัฐ ร้อยละ 97 ยังมีการให้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ร้อยละ 3 โดยห้างมีการนำถุงอื่นๆ เช่น ถุงสปันบอนด์ ถุงผ้า ถุงพลาสติกรูปทรงอื่น ถุงพลาสติกมีข้อความรักษ์โลก ถุงกระดาษ มาวางจำหน่ายให้กับลูกค้า สำหรับผลตอบรับของลูกค้า ต่อมาตรการงดให้ถุงของห้างพบว่า ให้ความร่วมมือ ร้อยละ 61 เฉยๆ ร้อยละ 36 และไม่ให้ความร่วมมือเพียงร้อยละ 3 ดังนั้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการพลาสติกให้เกิดผลอย่างเป็นระบบครบวงจร ในวันนี้เราจะขอความร่วมมือกับจากผู้ว่าราชการจังหวัดในการขับเคลื่อนการงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดบางหรือถุงก๊อบแก๊บในตลาดสดและร้านขายของชำที่อยู่ในพื้นที่ โดยจัดให้มีตลาดสดต้นแบบที่งดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว อย่างน้อย จังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อเป็นต้นแบบ

สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการ แนวทางการงดใช้ถุงพลาสติกในตลาดสดและร้านขายของชำและแนวทางการจัดทำกฎหมายจัดการขยะพลาสติกในครั้งที่ 2 นี้ เป็นการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง นำไปประกอบการพิจารณาในกระบวนการจัดทำกฎหมายจัดการขยะพลาสติกต่อไป โดยครั้งต่อไปเป็น ครั้งที่ 3 ในวันที่ 3 มี.ค.ที่ จ. สุราษฎร์ธานี และครั้งที่ 4 ในวันที่ 23 เม.ย. ที่ จ. ขอนแก่น



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 13