อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563

ศาลปค.คุมเข้มโควิด-19ห้ามบุคลากรไปปท.กลุ่มเสี่ยง

“ศาลปกครอง”ออกมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ห้ามบุคลากรเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง หากพบปกปิดข้อมูลขู่ฟันวินัย พร้อมตั้งจุดตรวจคัดกรอง- ติดตั้งเจลล้างมือ สำหรับ ปชช.ที่ใช้บริการศาล ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 17.22 น.


เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายอติโชค  ผลดี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เปิดเผยว่า ประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะประธานกรรมการบริหารศาลปกครอง (ก.บ.ศป.) ได้มีประกาศ ก.บ.ศป. กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-2019 เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของบุคลากรศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง รวมทั้งเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการศาลปกครอง จึงห้ามไม่ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตหรืออนุมัติให้ข้าราชการศาลปกครอง พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครองไปต่างประเทศหรือเดินทางไปราชการต่างประเทศ หรือแวะผ่าน (Transit) ประเทศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.-31 พ.ค.2563 หรือจนกว่า ก.บ.ศป. จะมีมติเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้สำหรับข้าราชการศาลปกครอง พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครองที่ได้รับอนุญาตหรืออนุมัติให้เดินทางไปราชการยังประเทศกลุ่มเสี่ยงแล้วก่อนประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ขอให้งดหรือเลื่อนการเดินทางออกไปให้พ้นระยะเวลาที่กำหนด ยกเว้นกรณีมีเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ให้ยื่นขออนุญาตต่อผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาเป็นรายกรณีไป

และเมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ให้ผู้นั้นแจ้งให้ผู้มีอำนาจอนุญาตการไปต่างประเทศหรือผู้มีอำนาจอนุมัติให้เดินทางไปราชการพิจารณาสั่งให้ผู้นั้นหยุดราชการเป็นเวลา 14 วัน เพื่อแยกตัวเองและเฝ้าระวังอาการป่วย โดยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด และเมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กำหนดและไม่ปรากฏอาการใดให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามปกติ โดยให้สวมหน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัดอีก 14 วัน ทั้งนี้หากข้าราชการศาลปกครอง พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครองรายใด ซึ่งเดินทางไปยังหรือแวะผ่านประเทศกลุ่มเสี่ยง ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด หรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อมูลที่ควรแจ้ง ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ให้งดหรือเลื่อนการเชิญบุคคลจากต่างประเทศมาร่วมการประชุม สัมมนา หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองระหว่างระยะเวลาที่ประกาศกำหนดไว้ เว้นแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงการประชุม สัมมนา หรือการดำเนินการดังกล่าวได้ นอกจากนั้นยังได้กำหนดให้ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยให้ดำเนินการคัดกรองอย่างเหมาะสมสำหรับประชาชนที่มาติดต่อราชการ เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และให้บริการหน้ากากอนามัย รวมทั้งจัดให้มีอุปกรณ์สำหรับการล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ และจัดสถานที่สำหรับล้างมือในจุดต่างๆ เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและต่อสังคมส่วนรวม.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%