อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563

รัฐบาลเร่งหามาตรการโควิด-19 สธ.ห่วงสงกรานต์คนติดเชื้ออื้อ

รัฐบาลเร่งหามาตรการสกัดไวรัสระบาดช่วงจัดงานสำคัญเดือนเม.ย.-พ.ค. เผยสธ.ห่วงคนติดเชื้ออื้อในงานสงกรานต์ เตรียมชงนายกฯสั่งทุกหน่วยงานรัฐทำความสะอาดที่ทำงาน-ตั้งจุดคัดกรองวันประชุม ครม. ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 17.33 น.


เมื่อวันที่ 28 ก.พ.  ที่สำนักงานปลัดสำนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล  นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดพิธีและกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2563  ว่า  เนื่องจากในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2563 จะมีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญหลายงาน รวมถึงการจัดงานพระราชพิธีสำคัญที่ต้องเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ อีกทั้งการจัดงานแต่ละครั้งจะมีประชาชนมาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก  ขณะที่ปัจจุบันยังมีการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ซึ่งรัฐบาลเป็นห่วงเรื่องนี้อย่างมาก จึงได้เชิญหน่วยงานต่างๆมาร่วมหารือเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อมากขึ้น 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขระบุว่ายังไม่สามารถประเมินได้ว่าจากนี้ไปการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้มีมากขนาดไหนในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2563 ดังนั้น ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าอย่าเพิ่งรีบจัดงาน โดยขอให้รอดูสถานการณ์ในช่วงใกล้จะถึงวันงานจริงอีกครั้งว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในตอนนั้นจะเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าพบว่ามีการแพร่ะบาดมากขึ้น อาจต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดงาน เช่น การจำกัดพื้นที่ การแยกสถานที่จัดงาน อาทิ พิธีทำบุญตักบาตรที่ตามปกติจะจัดร่วมกันที่ท้องสนามหลวง อาจเปลี่ยนเป็นการแยกไปจัดในพื้นที่ของส่วนราชการแต่ละแห่ง ซึ่งจะทำให้ลดจำนวนผู้ร่วมงานน้อยลง 

นายเทวัญ กล่าวอีกว่า  ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำระเบียบกำหนดให้ผู้ที่จะจัดงานต่างๆนั้นต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคด้วย  ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขระบุว่ากรณีการจัดงานในเทศกาลสงกรานต์มีโอกาสที่จะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสนี้เพิ่มขึ้น เพราะผู้ที่มีอาการน้ำมูกไหลหรือติดเชื้อไวรัสแล้วไปเล่นสาดน้ำในที่สาธารณะ จะทำให้คนอื่นๆติดเชื้อไปด้วย  แต่เนื่องจาก เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นวิถีของคนไทย ถ้าจะให้ยกเลิกการจัดงานนี้ ก็คงไม่ได้  ดังนั้น ภาครัฐจะต้องหามาตรการสำหรับการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องวิธีป้องกันตัวเอง

นอกจากนี้ ที่ประชุมหารือกันถึงแนวคิดให้รัฐบาลออกมาตรการกำหนดว่าหน่วยราชการทุกแห่งต้องทำความสะอาดสถานที่ก่อนเริ่มทำงานทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดที่มีคนจับสัมผัสจำนวนมาก อาทิ โต๊ะทำงาน เคาน์เตอร์ ลูกบิดประตู ลิฟต์ ห้องน้ำ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ในระดับหนึ่ง  ทั้งนี้ ตนเตรียมจะนำผลการประชุมทั้งหมดรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ในวันที่ 2 มี.ค.นี้  อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่ากรณีของทำเนียบรัฐบาล สามารถนำร่องการทำความสะอาดได้ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)  และตนจะเสนอนายกฯด้วยว่าควรตั้งจุดคัดกรองโรค โดยใช้เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ในวันที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือจุดที่มีประชาชนเข้ามาติดต่อราชการเป็นจำนวนมาก  ขณะเดียวกันการประชุมจะหารือกันอีกครั้งใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    40%
  • ไม่เห็นด้วย
    60%

บอกต่อ : 17