อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

"หญิงหน่อย"วอนรบ.วางการเมือง ช่วยชีวิตคนไทย-สยบโควิด

“หญิงหน่อย”วอนรัฐบาล วางการเมืองลง หยุดแบ่งฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลไว้ก่อน ชีวิตคนไทยสำคัญที่สุด แนะหยุดโทษประชาชน แล้วลงมือปรับประสิทธิภาพการทำงานของตัวเอง เชื่อทำตามข้อเสนอพท.ครบ21วันสยบโควิด-19ได้  พุธที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 18.27 น.


เมื่อวันที่ 1 เม.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวใจความสรุปว่า วันนี้ครบ 7 วันของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ประเทศไทยยังคงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่หลักร้อยทุกวัน ดิฉันย้ำแล้วว่า เมื่อนายกฯ เลือกใช้ยาแรง คือการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เสมือนลงมีดผ่าตัด ต้องจบเร็ว ถ้ายืดเยื้อเป็นเดือน อาการของประเทศและประชาชนจะสาหัส

ดิฉันและพรรคเพื่อไทย เสนอมาตรการ “ยุทธการ 21 วันสยบ COVID” มาตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. ถ้ารัฐบาลยอมใช้มาตรการนี้ตั้งแต่วันนั้น วันที่ 7 เม.ย.ซึ่งจะครบ 21 วัน เราจะสยบการระบาดของโรคได้ และจะสามารถผ่อนผันมาตรการการปิดกิจการต่างๆ ให้คนกลับมาทำมาหากินได้แล้ว เพราะหัวใจของการสยบการแพร่กระจายของโรคคือ การค้นหาผู้ติดเชื้อเพื่อนำเข้าระบบให้มากและเร็วที่สุด คนป่วยอยู่โรงพยาบาลรักษา

ผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อยนำมากักตัวโดยเช่าโรงแรมให้เป็นที่พักฟื้น ประชาชนที่ใช้ชีวิตในสังคมจะปลอดภัยมากขึ้น การควบคุมการระบาดก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่การออกมาตรการปิดเมือง ปิดสถานประกอบการ ต่างๆ เพียงด้านเดียวโดยไม่ค้นหาผู้ติดเชื้อและนำมาเข้าระบบให้ได้เร็วที่สุด การระบาดของโรคก็จะยาวนานต่อไปเหมือนอมโรคไปเรื่อยๆ  

มาตรการนี้ทั้งเกาหลี ไต้หวัน จีน เขาทำจนสามารถสยบการแพร่ระบาดได้สำเร็จ ตัวเลขนิ่ง และประชาชนกลับมาทำมาค้าขายได้ ขณะที่ประเทศไทยมีการตรวจโควิด-19 น้อยกว่าประเทศต่างๆ ทุกประเทศ เช่น เกาหลีที่ตรวจไปถึง 300,000 คน ดิฉันบอกไปแล้วว่าใช้งบไม่เยอะ ถ้ารัฐบาลไทยตั้งเป้าตรวจ 100,000 คน ปูพรมทุกหมู่บ้าน ใช้งบเพียง 200-300  ล้านบาทเท่านั้น 

มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลออกมาจึงต้องชัดเจน ครบถ้วน ไม่ใช่สักแต่ทำไป ประกาศทีละมาตรการ ไม่เป็นระบบครบถ้วน แถมเมื่อวานนายกฯ เพิ่งประกาศว่า อาจจะปิดการเดินรถสาธารณะทั้งหมด จะปิดยังไง ถ้าสถานที่ทำงานต่างๆ ยังเปิดอยู่พนักงานก็ต้องเดินทางไปทำงาน มาตรการที่รัฐบาลออกมาแบบไม่รอบคอบครบถ้วนทำให้เกิดผลเสียหายยิ่งใหญ่มาแล้วคือ การประกาศปิดสถานประกอบการ 28 ประเภทในกรุงเทพฯ

โดยไม่มีมาตรการรองรับ ส่งผลให้คนกว่าแสนคนเดินทางกลับบ้าน ทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วประเทศ เห็นได้จากตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วประเทศพุ่งทะลุพันคนแล้ว โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อจนเกือบครบทุกจังหวัด

ดิฉันกลัวเหลือเกินกับวิธีคิดของนายกฯ ที่บอกว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะยังไม่เลิก ถ้าถึงกำหนด 30 เม.ย.ยังหยุดการแพร่เชื้อไม่ได้ก็จะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปเรื่อยๆ หมายถึงประชาชนต้องหยุดทำมาหากินอย่างไม่มีกำหนด โรคระบาดก็คุมไม่ได้ แล้วเศรษฐกิจก็จะสาหัสมากยิ่งขึ้น หยุดโทษแต่ประชาชน แล้วลงมือปรับประสิทธิภาพการทำงานของตัวเอง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นเครื่องมือให้ผู้นำมีอำนาจเด็ดขาดในการออกมาตรการที่ดีอย่างครบถ้วน

โดยมีจุดประสงค์ให้การแก้ปัญหาเร็วที่สุด ไม่ใช่แค่ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาบังคับประชาชนให้หยุดทำมาหากินอย่างเดียว วางการเมืองลง หยุดการแบ่งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลไว้ก่อน ในยามที่ประเทศวิกฤตเช่นนี้ เราในฐานะนักการเมืองต้องร่วมมือกันทำงาน เพราะชีวิตของคนไทยสำคัญที่สุด ถ้ารัฐบาลนำข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยไปทำสำเร็จ ความดีความชอบก็จะตกกับรัฐบาลเอง ไม่ใช่ฝ่ายค้าน จบเร็วคนไทยปลอดภัย เศรษฐกิจฟื้นเร็ว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    49%
  • ไม่เห็นด้วย
    51%

บอกต่อ : 24