อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563

"สมศักดิ์"มั่นใจศึกพปชร.ไม่ทำพรรคแตก!!

"สมศักดิ์"แกนนำกลุ่มสามมิตร พูดไม่เต็มปากศึกพปชร.จบหรือไม่ แต่เชื่อพรรคไม่แตก ย้ำเป็นอำนาจ"บิ๊กตู่"ปรับครม. ยันไม่เคยคิดย้ายกระทรวง ขอเวลา 6 เดือนทำงานให้เห็นเป็นรูปธรรรม เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563 เวลา 14.55 น.


เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐว่า หากจะถามว่าจบหรือไม่จบ พูดไปก็เหมือนโกหก แต่หากถามว่ามีอะไรรุนแรงหรือไม่ ต้องตอบว่า “ไม่มี” เพราะพรรคการเมืองจะหยุดทำงานไม่ได้ และจะหยุดเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองไม่ได้ แต่หากถามผู้คนภายในพรรคทะเลาะกันหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า “ไม่มี” เพียงแต่อาจจะเป็นความคิดเห็นที่ออกไปแล้วมีสื่อนำไปขยายความ

“เรื่องภายในพรรคพลังประชารัฐไม่รุนแรงถึงขั้นพรรคแตกแน่นอน ผมยืนยัน และ เรื่องของคำว่าพรรคแตก มันก็เป็นความรู้สึกของสื่ออีกนั่นแหละ ที่มองว่า ถ้าเป็นอย่างนี้จะแตกนะ เพราะบางทีเขาอาจจะรัก เขาหวงบางส่วนที่เขารักของเขาอยู่ ทำให้เหมือนกับว่า มันรุนแรง แต่ถ้าหากว่าเป็นไปตามธรรมชาติ มันคงไม่ใช่

ดังนั้น บทบาทของสื่อมีผลกระทบกับการเมืองมากทางทางตรงและทางอ้อม ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ ถ้าสื่อที่ทำเป็นกลุ่มเป็นก้อนจะสามารถเบี่ยงเบนทั้งความจริงและไม่จริงได้ ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่ง"นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การที่กรรมการบริหารพรรคลาออก 18 คน ไม่ใช่เพราะคนในพรรคไม่เอากรรมการบริหารพรรคชุดนี้ เพียงแต่ว่า กรรมการบริหารพรรคชุดนี้เปิดทางให้สมาชิกเลือกผู้บริหารใหม่ ถือเป็นความใจกว้าง ซึ่งอาจจะเลือกคนเดิมได้ เพราะคนเดิมก็กลับเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคได้ แต่ถ้ามองแบบไม่รักชุดเก่าเกินไป ก็จะรู้ว่า คือการเปิดใจกว้าง


ส่วนกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่พร้อมนั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า "ก็ไปถามพล.อ.ประวิตร ทุกวัน พล.อ.ประวิตร เป็นคนซื่อ ถามท่านไป ท่านก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ตนก็เข้าใจ ท่านไม่มีอะไรหรอก ท่านตรงไปตรงมา"

เมื่อถามว่า ส่วนที่หลายคนบอกว่า พล.อ.ประวิตร เอาอยู่นั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คนในพรรคให้ความเคารพ และให้ความเชื่อถือในตัวพล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นทุนเดิมที่มีอยู่ในขณะนี้ ส่วนหนึ่งก็สนับสนุนพล.อ.ประวิตร แต่พล.อ.ประวิตร จะรับหรือไม่รับ ก็อย่างที่เห็นอยู่ บางคนก็เสียดายของเก่า

แต่ตนบอกว่า ไม่ต้องเสียดายหรอก ไปช่วยกันดูเรื่องของสมาชิกพรรคที่จะลงคะแนนให้ดีกว่า คือถ้ายิ่งขยายความออกไป บางครั้งถ้าขยายไปในทางที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง ก็จะดูเหมือนว่าพรรคเรามีปัญหา ซึ่งเป็นเพราะกลุ่มคนที่ไม่เข้าใจแล้วอยู่ตรงกลางและสื่อออกไปในลักษณะที่อยากให้เป็น ซึ่งตนคิดว่า อย่าพูดกันดีกว่า เรื่องการเมืองตอนนี้ ถ้าพูดไปแล้วเอาไปตีความผิดๆถูกๆจะเกิดความเสียหาย

เมื่อถามว่า อยากเปลี่ยนกระทรวงหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เคยคิดอยากเปลี่ยนกระทรวง ตนเป็นนักการเมือง ตนรู้ว่าวันนี้ควรจะทำอะไร เราจะคิดเป็นอื่นไม่ได้ จะทำอะไรให้ประชาชนส่วนใหญ่เป็นสุข ได้ประโยชน์จากการทำงานของเราทั้งทางตรงและทางอ้อม

“ถ้าไปแย่งเพื่อผลประโยชน์เพื่อคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นคือ คิดผิด ผมว่า ไม่ต้องไปสู้รบปรบมือ ไม่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์ดีกว่า ผมไม่มีปัญหา ผมอยู่ตรงนี้ ผมทำงานได้ ถ้าอยากเห็นผมในตำแหน่งอื่น ให้เวลาผมอีก 6 เดือน ผมว่าจะเห็นชัดแล้วว่า สิ่งที่ผมเข้ามาทำตรงนี้ ผมไม่ใช่นักสังคมสงเคราะห์ ผมเป็นสายวิทยาศาสตร์ แต่ผมทำได้ ถ้ายุติธรรมกับผม ให้ผมอยู่อย่างน้อย 6 เดือน ผมจะทำอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม และผมก็มั่นใจว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเห็นอยู่ และจะได้เห็นชัดเจนในกระทรวงยุติธรรม” นายสมศักดิ์ กล่าว

ส่วนการปรับครม.นั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นครรลองประชาธิปไตย หากหยิบเรื่องการปรับเปลี่ยนอย่างเดียว ก็จะทะเลาะกัน มีคนจ้องจะเอาเรื่องแค่ประโยคเดียวไปตีความได้ทั้งหมด  นายกรัฐมนตรีเหนื่อยมากกับการแก้ปัญหาโควิด-19  และนายกรัฐมนตรีก็ชนะเกือบ 100 เปอร์เซนต์  ซึ่งการปรับครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 24