อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

"วีระ"อัดป.ป.ช.ไม่ปลอดการเมือง คดีคนของคสช.ถูกปัดตกหมด

"คณะก้าวหน้า"จัดเวทีเสวนา“องค์กรอิสระไทย อย่างไรต่อดี?" ด้าน"วีระ"อัดป.ป.ช.ไม่ปลอดการเมือง ทำประชาชนหมดศรัทธา ชี้คดีคนของคสช. ถูกปัดตกหมด ขณะที่ส.ส.ก้าวไกล หนุน Open Data ให้ประชาชนสอบโกงนักการเมือง-ภาครัฐ เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.07 น.


เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่อาคารไทยซัมมิท คณะก้าวหน้า จัดเวทีเสวนาสาธารณะ New Consensus Thailand เรื่อง “องค์กรอิสระไทย อย่างไรต่อดี ? : คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” โดยมีน.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา และอดีตกรรมการ ป.ป.ช., นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอรัปชั่น และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. เขตบางแค พรรคก้าวไกล ร่วมเสวนา และน.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นผู้ดำเนินรายการ 

โดยน.ส.สมลักษณ์ กล่าวว่า การดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. ต้องทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี แม้นักการเมืองมีอิทธิพล มีอำนาจเข้ามายุ่ง แต่ถ้ากรรมการ ป.ป.ช. ไม่เปิดทางก็ไม่สามารถมายุ่งได้ สมัยที่ตนเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เคยมีทหารโทรศัพท์มาขอทราบข้อเท็จจริงในสำนวนคดีหนึ่ง ตนบอกให้ใครทราบไม่ได้ ไม่เกี่ยวข้องในสำนวน คดีจะเสียหายและไม่เป็นธรรม ซึ่งหากถ้าเราใจแข็งไม่ให้รู้ คนเหล่านั้นก็ไม่สามารถมายุ่งได้

ด้านนายวีระ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสังคมไทยไม่เห็นผลงานของ ป.ป.ช. เป็นที่ยอมรับ จะเป็นโบว์แดงได้ต้องยอดเยี่ยม แต่ตนยังไม่เคยเห็น บางคนอาจบอกเรื่องการชี้มูลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือนายสนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯ ไปถึงศาลนั้น แต่ส่วนตัวมองว่ายังไม่จัดว่าเป็นโบว์แดง เพราะในความรู้สึกประชาชนมองเป็นเรื่องการเมือง ตัดสินเพราะมีการเมืองเกี่ยวข้อง รวมถึงกรณีนาฬิกา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ คนก็มองเป็นการเมืองหมด ดังนั้นต้องดูเจตนารมณ์ว่าให้มีป.ป.ช. เพื่ออะไรตามรัฐธรรมนูญ 2540 ก่อนหน้านั้น ป.ป.ป. มีตั้งแต่ปี 2518 ขึ้นกับสำนักนายกฯ ถูกเรียกเสือกระดาษ ไม่มีผลงานประจักษ์ พอให้เป็นองค์กรอิสระต้องปลอดจากการเมือง ดังนั้นต้องทำให้คนเชื่อสนิทใจว่าไม่มีการเมือง กลับกลายเป็นว่าถูกมองมีการเมืองโดยตลอด คนที่ถูกตรวจสอบลงโทษคือนักการเมือง ข้าราชการ นักการเมืองกลัวก็พยายามทำให้เขาได้เปรียบ เข้าไปแทรกแซงในการให้มีกรรมการ ป.ป.ช. 

นายวีระ กล่าวต่อว่า อีกทั้งระยะหลังยิ่งชัดเลยเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามามีอำนาจ กำหนดคุณสมบัติต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตนเห็นว่าต้องไม่เคยถูกร้องเรียนกล่าวหาอย่างชุดปัจจุบัน และเมื่อเข้ามาแล้วดูผลงานยิ่งกว่าเรื่องคุณสมบัติอีก ประชาชนไม่ยอมรับ คดีหลังๆ ทุกเรื่องที่คนของ คสช. ถูกกล่าวหาปัดตกหมด ไม่รับไว้ไต่สวนเลย  ประชาชนอาจหมดศรัทธาที่การเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ ป.ป.ช. ทำงานอิสระ โปร่งใส ตรวจสอบนักการเมืองได้ เป็นเครื่องมือยึดโยงประชาชนเข้าไปตรวจสอบนักการเมืองได้มากขึ้น ในต่างประเทศใช้เทคโนโลยีในการปราบทุจริตด้วยการ Open Data ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งปัจจุบันในไทย หน่วยราชการบอกเปิดเผยอยู่แล้ว แต่เราต้องไปนั่งรวบรวมมาเอง ต่างกับการเปิดเผยโดยง่าย.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

บอกต่อ : 29