อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

'บิ๊กตู่'รับศก.ไทยซบเซายาว2ปี ขู่มัวตีกันระวังเหมือนปี57

"บิ๊กตู่"ปาฐกถาเวที"พลิกฟื้นประเทศไทย" รับศก.ไทยอาจซบเซายาว 2 ปีจากพิษโควิด-19 ลั่นทางรอดทุดคนต้องร่วมมือลดขัดแย้ง ขู่​ถ้ายังมัวตีกันศก.จะฟื้นตัวช้า​กลับไปเหมือนปี​ 57 ลั่นก่อนเป็นนายกฯไม่เคยยุ่งการเมืองแต่วันนี้ต้องเดินหน้าต่อให้ประเทศมีเสถียรภาพ พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563 เวลา 12.35 น.


เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานปาฐกถาพิเศษ ในงาน Bangkok Post Forum พลิกฟื้นประเทศไทย ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง โดยมีเอกอัครราชฑูต และตัวแทนเอกอัครราชฑูต ประจำประเทศไทย 16 ประเทศ ภาคเอกชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า สื่อมวลชนถือเป็นปาก เป็นตา เป็นหูแทนทุกคนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะไม่ว่าเสนอข่าวอะไรออกมา ก็จะเป็นการเปิดประเทศไทยไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งเราจะรู้โลกหรือโลกรู้เราก็ด้วยสื่อ โดยเฉพาะวันนี้มีสื่อออนไลน์ขึ้นมาด้วย จึงต้องสร้างความเชื่อมั่น ความเชื่อถือ โดยการนำเสนอความจริงทุกแง่มุม

สำหรับหัวข้อพลิกฟื้นประเทศไทย ในวันนี้มีหลายอย่างที่เราต้องพลิกฟื้นกันต่อไป และต้องสืบสานสิ่งดีงามให้ประเทศของเรา ดังนั้นการมีสื่อที่มีคุณภาพเป็นพื้นฐานสำคัญ โดยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ การแสดงความเห็นที่ตรงไปตรงมาสร้างสรร ค์ พร้อมช่วยสร้างความเข้าใจ ลดความขัดแย้งในสังคมซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดในเวลานี้ ในเวลาที่มีปัญหา เพื่อเป็นส่วนสำคัญในการพลิกฟื้นประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2557 ได้เห็นเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2557 อยู่ที่เพียงร้อยละ 1.0 และเริ่มเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.1 และร้อยละ 3.4 ในปี 2558 และ 2559 ตามลำดับ และเติบโตต่อเนื่องหลังจากนั้น จนกระทั่งปี 2563 ที่ทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจในหลายประเทศในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่สองของปี 2563 หดตัวต่อเนื่องจนเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และหลายประเทศขยายตัวต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกในปี 2552 องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังชะลอตัวไปอีก 1-2 ปี

"เราต้องยอมรับว่า วิกฤตในครั้งนี้ไม่เหมือนกับวิกฤตที่ไทยเคยประสบมาในอดีต ที่ส่วนใหญ่เป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่มาจากภาคการเงินเป็นสำคัญ หรือส่งผลกระทบเฉพาะบางประเทศหรือบางภูมิภาคเท่านั้น ดังนั้น การฟื้นฟูเศรษฐกิจในครั้งนี้ จึงหวังพึ่งพาปัจจัยภายนอกอย่างที่ผ่านมาไม่ได้ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ดังนั้น ไทยจึงจำเป็นต้องหันกลับมาเร่งส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากภายในประเทศให้แข็งแกร่ง เพื่อชดเชยความต้องการสินค้าและบริการจากภายนอกในช่วงที่ทั่วโลกยังประสบวิกฤตอยู่ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ปัญหาเร่งด่วนมาเป็นลำดับ โดยได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน"นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าสถานการณ์เศรษฐกิจอยู่ในช่วงถดถอยทั้งโลก ประเทศไทยที่ว่าแย่ แต่ก็ยังมีหลายประเทศที่แย่มากกว่า ดังนั้น จึงขออย่าท้อแท้ เราต้องทำให้ดีและฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ ทุกคนต้องอดทนบ้าง และคาดว่าจากปีนี้จนถึงปีหน้าและปีต่อไปอีก 2 หรือ 3 ปี กว่าจะทุกอย่างจะกลับมาฟื้นฟูเข้มแข็งได้ จึงต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหา ซึ่งความร่วมมือและความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ ลดความขัดแย้งในหลายๆ ประเด็น สร้างความมีเสถียรภาพเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งภายในและภายนอกประเทศ เราจะกลับไปสู่ที่เก่ากันหรืออย่างไร ตนคิดว่ามันยังไม่ใช่ และยังไม่ถึงเวลานี้ แต่ทั้งหมดก็สุดแล้วแต่พวกท่าน เพราะพวกท่านคือผู้ที่จะตัดสินอนาคตประเทศ ตนเองก็ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารให้ดีที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เพื่อให้ทรัพยากรของภาครัฐเพียงพอต่อการพยุงสถานการณ์เศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพในระยะเร่งด่วน รัฐบาลจึงได้ตราพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยการจัดสรรเงินภายใต้เงินกู้ของพระราชกำหนดฯ นี้ คาดว่าจะช่วยพยุงให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินไปได้ระดับหนึ่ง โดยปัจจุบันได้มีการดำเนินงานภายใต้แผนงานหรือโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินอันเนื่องมาจากโรคโควิด-19 ที่สำคัญ รัฐบาลจะเร่งปรับปรุงวิธีการทำงานของภาครัฐและให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและติดตามประเมินผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ เพื่อให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

"เห็นว่าควรต้องใช้วิกฤตครั้งนี้ เป็นโอกาสในการพลิกฟื้นประเทศให้กลับมา ไม่เพียงแต่ดีเท่าเดิม แต่ต้องดีกว่าเดิม ซึ่งต้องการความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องประชาชนจากทุกภาคส่วนในการรวมไทยสร้างชาติภายใต้วิกฤตนี้ เราจะฟันฝ่าไปด้วยกัน วันนี้เราต้องรอด วันหน้าเราต้องเข้มแข็งกว่าเดิม และเดินต่อไปโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่ข้างหน้า เรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว เราจึงต้องเร่งฟื้นฟู เรียนรู้ และร่วมมือกันอย่างแข็งขัน

สุดท้ายนี้ ความสำเร็จของประเทศไทย ล้วนมาจากความร่วมมือ ร่วมใจของทุกท่าน ที่ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ดังนั้น ผมขอให้ทุกท่านช่วยตระหนักถึงความร่วมมือและการสร้างความมั่นคงภายใน ที่จะสร้างบรรยากาศและความเชื่อมั่นให้กับการค้าการลงทุนในโครงการที่รัฐบาลได้ริเริ่มขึ้น ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลมีความแน่วแน่และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าวันนี้ประเทศไทยยังมีเสถียรภาพทางด้านการเงินการคลัง แต่เราต้องระมัดระวังไม่ประมาท และต้องหามาตรการการเงินสมัยใหม่มาสริม นอกจากนี้อีกเรื่องที่ตนรับฟังมาอาจไม่เกี่ยวเรื่องเศรษฐกิจแต่เป็นเรื่องสำคัญ คือเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์วันนี้เด็กมักถูกสอนในตำราและหลักสูตรเยอะ เด็กเราคิดช้ากว่าเขา อย่างไรก็ตามเรามีคนเก่งอยู่เยอะไม่ว่าจากการเมือง ภาคธุรกิจหรือเด็ก ดังนั้นจะทำอย่างไรส่งเสริมคนเก่งเหล่านี้ ส่วนการเปิดโลกทัศน์ให้เด็กก็ควรหาเวลาให้ได้ถกแถลงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบ้าง และเรียนรู้นอกห้องเรียน เด็กจะได้รักในแผ่นเดิน เพราะได้เห็นความยากลำบากของคนที่ประกอบอาชีพในประเทศไทย วันนี้ให้ทุกคนปรับหลักคิดเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าไม่เช่นนั้นก็จะอยู่ที่เดิม ติดขัดปัญหาเดิมๆ ตลอด ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วติดปัญหาอะไร

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนด้วยว่าที่ผ่านมาได้อะไรไปแล้วบ้าง ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตามจะได้มากได้น้อยก็จากการบริหาร วันนี้เราทำงานกันอย่างหนักไม่ว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า หลายอย่างต้องทำต่อเนื่องตามลำดับ ถ้ามองแค่ให้เงินก็จะจำนวนน้อยมาก เพราะมีน้อย แต่เราร้องสร้างโอกาสให้ทุกคน เป็นสิ่งที่รัฐบาลเข้าถึงโอกาส อีกอย่างความเท่าเทียมด้านกฎ ถ้าเคารพกฎหมายก็จะไม่มีปัญหาซึ่งกันและกัน และสร้างความเป็นธรรมให้ผู้อ่อนแอกว่า สิ่งเหล่านี้ต้องย้อนกลับว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง

ขณะเดียวกันหลายคนบอกดีแต่กู้ ถามว่าถ้าไม่กู้แล้วเอาตรงไหน ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ดังนั้นต้องฟังเหตุและผลด้วย ถ้าบิดเบือนกันต่อไปความวุ่นวายก็จะเกิดขึ้น จึงต้องขอความร่วมมือกันด้วย นอกจากนี้ที่ตนเข้ามาพยายามแก้ปัญหาการทุจริต มีสถิติการทำงานทุกเดือน อะไรดูไม่ดีก็กำชับไปหัวหน้าหน่วนงาน ขณะเดียวกันในฐานะกำกับดูแลตำรวจก็ได้กำชับไปว่าทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่น ซึ่งมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ทุกคนรู้ตัวว่าทำดีหรือไม่ดี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ย้ำว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องบอกว่า 20 ปีเราไม่มีใครอยู่แล้วในวันหน้า คนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ เป็นสะพานที่ทอดไว้ยาวให้เดินบนสะพาน ไม่ใช่เดินสะเปะสะปะไปกันคนละทาง 20 ปีก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ดังนั้นย้ำว่ายุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ตีกรอบอะไรไว้มากมาย เพียงแต่กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติ หลายคนก็บอกว่าบังคับกรอบเกินไปไม่เป็นประชาธิปไตย นึกไม่ออกไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหน ฝากทำความเข้าใจกันด้วยแล้วกันโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่บางทีเขาคิดเร็ว จะไปว่าไม่ได้แต่ต้องทำให้อยู่ในกรอบ

"ผมอยู่มารู้ว่าปัญหาคืออะไร ก่อนหน้านั้นไม่ไม่เคยเกี่ยวข้อง กับสถานการณ์ตรงนั้นเลยในช่วงก่อนที่ผมจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่วันนี้เมื่อเข้ามาแล้วก็จำเป็นต้องทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย  มีเสถียรภาพ นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำมาตลอดและจะทำต่อไป นอกจากนี้วันนี้โอกาสรอเราอยู่ทั้งสิ้น เราจะทำลายโอกาสของเราทำไม ถ้าทำลาย ผมก็สุดแล้วแต่ ถ้าเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดว่าดีผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะผมก็มีแต่กฎหมายเท่านั้น ซึ่งไม่อยากจะดำเนินการ รัฐบาลพยายามสร้างความมีส่วนร่วมรวมไทยสร้างชาติ เราต้องรอดวันหน้าเราต้องเข้มแข็งกว่านี้และต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เวลาเราเหลือเวลาไม่มมากแล้ว ถ้าเอาเวลาไปขัดแย้งไปมีปัญหา ถ้าล้มอีกเริ่มใหม่ทุกอย่างก็กลับไปที่เดิม ผมก็ช่วยไม่ได้อีกแล้วอีก เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ผมไม่โทษใคร ขอทุกคนร่วมมือทั้งความมั่นคงภายในภายนอกและเศรษฐกิจภายในภายนอก วันนี้ ย้ำว่าประชาธิปไตยต้องฟังทั้งเสียงส่วนใหญ่และเสียงส่วนน้อยก็ต้องแก้ปัญหา ถ้ารวมกันทั้งหมดก็ไปไม่ได้ทุกเรื่อง"นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวในช่วงท้ายด้วยว่า วันนี้ตนพบทูตฯทุกประเทศต่างก็บอกว่าบอกประเทศไทยน่าอยู่ อากาศดี อาหารอร่อย ธรรชาติสวยงาม แต่คนไทยหลายคนกลับไม่อยากอยู่ ตนก็ไม่เข้าใจ วันนี้อาจพูดเยอะ อะไรก้าวล่วงก็ต้องขอโทษไม่ได้มีเจตนาอะไร แต่วันนี้ต้องช่วยกันคิดว่า ประเทศชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อยู่ตรงไหน กฎหมายอยู่ตรงไหน รวมทั้งฝ่ายตุลาการนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารซึ่ง 3อํานาจก้าวล่วงกันไม่ได้

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุว่าเศรษฐกิจไทยจะต้องรับมือไปอีก 1-2 ปี ว่า ต่างประเทศก็เหมือนเรา ต้องใช้เวลา 1 ถึง 3 ปี ถ้าเราไม่ร่วมมือ หรือสร้างความเข้มแข็งในวันนี้ มันจะไปอย่างไร ก็อาจจะต้องนานเกิน 2 ปี ถ้ามัวแต่ตีกันไปตีกันมาแบบนี้ มันจะไปได้อย่างไร

เมื่อถามว่า​ เงินกู้ 4​ แสนล้านบาทจะออกมาใช้ได้เมื่อไหร่​ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ออกและอนุมัติไปแล้ว วันนี้รอบ 2 กำลังจะออกมา อย่างตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือ จีดีพี ก็กำลังจะดีขึ้น ดังนั้น​ ภายในประเทศจะต้องมีความสงบและมีเสถียรภาพ จะได้ค้าขายกันได้ แต่ถ้ามันวุ่นวายกันหมดค้าขายไม่ได้ มันก็จะกลับไปสู่เหตุการณ์เมื่อปี 2557 อย่างไรก็ตาม​ ภาคการท่องเที่ยวถึงวันนี้ถือว่าดีขึ้น.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    19%
  • ไม่เห็นด้วย
    81%

ความคิดเห็น