อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563

แจงจนท.สถานทูตไทยในบาห์เรน-ซาอุฯติด "โควิด"3ราย

กต.แจงขรก.-จนท.สถานทูตไทยในบาห์เรนและซาอุฯติด"โควิด" รวม 3 ราย อาการไม่รุนแรง ยังรักษาตัว เผยสถานทูตไทยในบาห์เรนงดให้บริการกงสุลถึง 22 ส.ค. อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563 เวลา 17.47 น.


เมื่อวันที่ 9 ส.ค.  นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า  กรณีที่มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ติดเชื้อโรคโควิด-19 นั้น  สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2563 มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เข้ารับการตรวจเชื้อโรคโควิด-19 และได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ 1 คน ซึ่งอาการไม่รุนแรงมากนัก และได้รับการรักษาตัวที่บ้านพักภายใต้การดูแลของแพทย์

โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ จะเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้มาขอรับบริการต่างๆ ของสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ และบุคลากรทุกคน  สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ จึงของดให้บริการด้านกงสุลจนถึงวันที่ 22 ส.ค.2563  และขอเลื่อนการดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับเที่ยวบินพิเศษออกไปก่อน  ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ จะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะจัดให้มีเที่ยวบินพิเศษกลับประเทศไทยในเดือน ส.ค.นี้ โดยจะประกาศขั้นตอนและแนวทางการดำเนินการต่างๆ ให้คนไทยในบาห์เรนทราบอีกครั้งเมื่อสถานการณ์มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวอีกว่า  สำหรับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย รายงานการติดตามอาการข้าราชการ 1 คน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น 1 คน ที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ว่าได้รับการดูแลอย่างดีจากแพทย์ โดยข้าราชการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล  ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอาการยังไม่รุนแรงมาก และพักรักษาตัวที่บ้านพัก ซึ่งแพทย์ไทยจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ช่วยให้คำแนะนำและให้กำลังใจผู้ติดเชื้อทางแอพพลิเคชั่นไลน์อย่างสม่ำเสมอด้วย

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้แจ้งให้ผู้ประสงค์จะขอรับบริการด้านกงสุลหรือขอความช่วยเหลือในเรื่องใดๆ ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า เพื่อเป็นไปตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคด้วย  ทั้งนี้  กระทรวงการต่างประเทศในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลคนไทยในต่างประเทศ โดยมีสถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศเป็นด่านหน้า ได้ให้การดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพของคนไทยกว่า 1.6 ล้านคนทั่วโลก และยังเดินหน้านำคนไทยกลับประเทศอย่างปลอดภัย. 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17