อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

'ตู่-จตุพร'เตือนนศ.ถอยกลับ หวั่นสองฝ่ายเจอกันบรรลัย

“ตู่-จตุพร” เตือน นศ.ถอยกลับมาปักหลัก 3 ข้อเรียกร้องชอบธรรม ติงยังเดินหน้าทะลุเพดานจะเกิดปัญหาลุกลามบานปลาย ยากแก้ไข สังหรณ์ใจในไม่กี่วันข้างหน้า เหตุการณ์ปลายทางจะเกิดขึ้น หวั่นถ้าสุดโต่งของทั้งสองฝ่ายมาเจอกันก็บรรลัยแบบ 6 ตุลา 2519 พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563 เวลา 21.00 น.


เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไลฟ์ผ่านเฟชบุ๊ก "PEACETALK" ระบุถึงความสังหรณ์ว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้า สถานการณ์ไม่พึงปรารถนาจะเกิดขึ้น พร้อมย้ำถ้านักศึกษายังไม่ถอยจากประเด็นที่นอกเหนือไปจาก 3 ข้อเรียกร้องแล้ว จะกลายเป็นปัญหาลุกลามมากที่สุด

นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ สิ่งที่พยายามอธิบายทางการเมือง คือ ข้อเรียกร้องต้องให้ประชาชนเข้าร่วมได้อย่างสะดวกใจ และถ้ายึดข้อเรียกร้อง 3 ข้อคนจะเข้าร่วมนับแสน สถานการณ์ถัดจากนี้ เมื่อภูมิต้านทานหายไป จึงเร่งเกิดเหตุการณ์ในขั้นนับวันเท่านั้น ไม่ได้นับเดือน หรือปี ดังนั้น แต่ละขบวนการทางการเมืองจะนำไปสู่หายนะทั้งสิ้น และถ้าสุดโต่งของทั้งสองฝ่ายมาเจอกันก็ต้องบรรลัยแบบ 6 ตุลา 2519 สิ่งสำคัญเมื่อการต่อสู้ต้องการ 3 ข้อเป็นภารกิจหลัก โดยสังคมตอบรับแล้ว ปัญหาคือไปทะลุเพดานจาก 3 ข้อเรียกร้องทำไม เพราะในสังคมต่างก็รู้อยู่ว่าต้องขีดเส้นใต้ให้อยู่ระหว่างสามัญชนเท่านั้น ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ด้วยเหตุนี้ ตนเชื่อว่าปลายทางหนีไปไม่พ้น สาระสำคัญของการต่อสู้อยู่ที่ความชอบธรรม ใครถือความชอบธรรมมากกว่า คนนั้นจะได้รับความถูกต้องในสนามการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่ทางการทหาร ดังนั้น การยึด 3 ข้อต่อสู้เป็นความชอบธรรมทางการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ เป็นภูมิต้านทาน เพราะการชุมนุมอยู่ที่ประเด็น ไม่ได้อยู่ที่หน้าตาคนชุมนุม แต่ถ้าประเด็นสูญเสียความชอบธรรมไป ระยะทางจะสั้นลง

“ผมรู้สึกสังหรณ์อย่างไงไม่รู้ ไม่อยากพูดกลัวทายถูกว่า สถานการณ์จะเกิดขึ้นในไม่กี่วัน ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือในเวทีที่จะเกิดขึ้นอีกนั้น ถ้ายังไม่ถอยไปจากประเด็นที่นอกเหนือไปจาก 3 ประเด็นนี้ จะกลายเป็นปัญหาลุกลามมากที่สุด” นายจตุพร กล่าว พร้อมย้ำว่า ความห่วงใยที่ตนพยายามอธิบายนั้น ไม่ต้องการให้เกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้น เพราะประวัติศาสตร์ประกาศไว้ชัดและในทางการเมืองถ้าดูเพียงปรากฏการณ์เฉพาะหน้า เราไม่มีวันจะเข้าใจในสถานการณ์ที่เป็นจริงได้ หลายคนอาจบอกว่า ตนหาความเดือดร้อน ตนมองว่าไม่ใช่ความเดือดร้อน แต่ต้องการจะบอกว่าสู้อย่างไร จึงจะรักษาความแข็งแรงของขบวนการนักศึกษาเป็นชัยชนะที่ประกาศชัดมากที่สุด

นายจตุพร กล่าวว่า เหตุการณ์เรื่องราวเหล่านี้ ถ้าไม่คิดอ่านกัน จะนำพาไปสู่สถานการณ์ต่างๆมากมาย และระยะเวลาอีกไม่กี่วันต่อไปนี้นั้น แต่ละฝ่ายต้องติดตามสถานการณ์กัน ที่ตนพูดไม่ได้ให้กลัว แต่ต้องการให้คิด ว่าสถานการณ์ที่เป็นจริงนั้นคืออะไร และคนที่เสนอสุดทางต้องมาอยู่ร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สถานการณ์ทางการเมืองต่อไปนี้ ไม่ได้แตกต่างจากปรากฏการณ์สึนามิ ดังนั้น การพูดเพื่อเตือนสติกัน ถ้าเป็นนักประชาธิปไตยจริงต้องทนรับฟังได้

“ในอีกไม่กี่วันนี้ นักศึกษาจัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝ่ายปกป้องสถาบันจัดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ้านึกย้อนไปปี 2549 แค่ประกาศชุมนุมก็มีเหตุผลที่จะประกาศปฏิบัติการแล้วว่า เพื่อไม่ให้คนไทยฆ่ากัน ดังนั้น สถานการณ์กำลังเดินไปในทิศทางที่ตนบอกว่า ปลายทางไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่หลังจากนั้นจะเกิดสถานการณ์อะไรอีก” ประธาน นปช.กล่าว 

ในการประเมินทางการเมืองอย่าคิดข้างเดียว ควรคิดว่าถ้าเราเป็นเขาจะคิดอะไร และวันนี้การกำหนดก้าวย่างของนักศึกษา ประชาชน และฝ่ายรัฐต้องตระหนักว่า เขาเป็นคนไทย คนรุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ทำการอะไร เขาก็เป็นคนไทยอย่างเรา อยู่แผ่นดินเดียวกัน ดังนั้นต้องลดเงื่อนไขที่จะเป็นเงื่อนไขโดยไม่จำเป็น ถ้านักศึกษายืน 3 ข้อชัดเจน รัฐไม่มีสิทธิมาดำเนินการอะไรได้เลย เพราะได้ถือความชอบธรรมไว้ ในสถานการณ์ที่เปราะบางนี้ รัฐต้องใช้หลักเมตตาธรรม และต้องมีความเข้าใจ โดยตลอดเวลา 15 ปีการชุมนุมแต่ละฝ่ายได้เปลี่ยนแปลงกันมาตลอด แต่ฝ่ายความมั่นคงไม่เคยเปลี่ยน ดังนั้น การรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆเห็นมาสารพัด และเมื่ออ่านทางการเมืองตามที่ปรากฏนั้น สถานการณ์จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย

นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อความต้องการที่มีอยู่เดิมถูกต้องและทุกฝ่ายให้การยอมรับแล้ว แต่เดินไปในสิ่ง ที่เป็นปัญหาแล้วสร้างความอึดอัดให้ตัวเอง จนสถานการณ์เลยเถิด ซึ่งตนหวังว่า ขบวนการคนหนุ่มสาวจะได้กลับไปคิด หรือไม่คิดก็ตาม แต่หวังว่าจะเข้าใจว่าอะไรควร อะไรไม่ควร อะไรชนะ อะไรแพ้ อะไรนำไปสู่จุดหายนะ อะไรนำไปสู่ความสำเร็จ ตนไม่ได้ตำหนิอะไร เพียงแต่บอกว่าเสียดายการต่อสู้

“บรรดากองเชียร์หัวหงอก หัวดำทั้งหลาย ช่วยกันคิดด้วย ว่าเกิดสถานการณ์ปลายทางที่พูดมานั้น คุณจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ มันไม่ได้เกิดกับคุณ มาลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ แต่เกิดความเยาวชนคนหนุ่มสาวที่เป็นพลังและงดงามที่สุด คุณไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ หรือว่าคุณไม่เข้าใจสถานการณ์อะไรเลย ถามจริงคุณไม่รู้ผลลัพธ์หรือ คุณต้องการอะไร ผมไม่เชื่อว่า คุณโง่ขนาดนั้น” นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    65%
  • ไม่เห็นด้วย
    35%