อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

จัดเต็ม!ลั่นฟัน4แกนนำม็อบ19ก.ย. ปราศรัยหมิ่นสถาบัน

ตำรวจ เตรียมเอาผิดแกนนำ จัดม็อบ 19 ก.ย.ผิดกฎหมายหลายด้าน หมิ่นสถาบัน-รุกสนามหลวง-ทำลายสิ่งกีดขวาง ลั่นฟันทั้งผู้แสดงออก-ผู้สนับสนุน ชี้ 3-4 แกนนำ ปราศรัยไม่เหมาะสม  จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 19.00 น.

เมื่อเย็นวันที่ 21 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. แถลงภาพรวมแนวทางการดำเนินคดีกับแกนนำ กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรมชุมนุมใหญ่ บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมา 

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า กรณี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) รับหนังสือจากแกนนำผู้ชมนุม ได้เสนอมายัง ตร.แล้ว ซึ่งฝ่ายกฎหมาย ตร. อยู่ระหว่างตรวจสอบเนื้อหาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยมีประเด็นที่อยากชี้แจงเพิ่มเติม ในบทบาทของผู้รักษากฎหมาย การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ตำรวจมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้ แต่มีบางส่วนที่ละเมิดกฎหมาย เช่น แกนนำทำผิดกฎหมายการชุมนุมสาธารณะหลายๆด้าน รวมทั้งทำผิดตามกฎหมายอาญามาตราต่างๆด้วย จากถ้อยคำการปราศรัยของแกนนำบางคนที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมายอาญา มีการใช้ถ้อยคำที่ไม่สมควรต่อสถาบัน ทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า ในฐานะผู้รักษากฎหมาย ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่กับผู้ที่ละเมิด ทราบว่าวันนี้มีประชาชนบางท่านไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.ชนะสงคราม แล้ว ซึ่งคนไทยทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันที่สำคัญต่อประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมากษัตริย์ ที่มีคุณูปการต่อการเจริญเติบโตของประเทศมาโดยตลอด กรณีที่แกนนำบางคนอาศัยโอกาสทำเรื่องไม่เหมาะสม ละเมิดต่อสถาบันอันเป็นที่รักและเคารพยิ่งของคนไทยทุกคน เป็นหน้าที่ของตำรวจทุกนายต้องปกปักพิทักษ์รักษา และตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกับผู้ที่แสดงออกและผู้สนับสนุน ทุกกรณีไม่มีข้อยกเว้น เบื้องต้นพบว่าผู้ที่ปราศรัยในลักษณะไม่เหมาะสมประมาณ 3-4 คน 

 พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า การดำเนินคดีกับแกนนำแยกเป็นต่างกรรมต่างวาระกัน ทั้งการเคลื่อนย้ายมวลชน ทำลายสิ่งกีดขวาง การรุกเข้าไปในสนามหลวง และการปราศรัย ส่วนการกระทำผิดที่ชัดเจนคือ การไม่แจ้งการชุมนุมตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และความผิดตามที่กรุงเทพมหานครและกรมศิลปากร มาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ รวมทั้งกฎหมายอาญาอื่นๆ ที่ปรากฎชัดเจนตามเอกสาร และถ้อยคำต่างๆ ในฐานะตำรวจเมื่อมีผู้ร้องทุกข์ก็ต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน การจะผิดกฎหมายมาตราใดคงเป็นไปตามฐานความผิดที่เกิดขึ้น ทั้งนี้การดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน มีรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ควบคุมดูแล อย่างไรก็ตามการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าเมื่อไหร่ ขอให้ปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ปราศจากอาวุธ สำหรับการไปสภาหากผู้ชุมนุมมีจำนวนที่เหมาะสมตำรวจจะจัดสถานที่ให้ เพราะต้องคำนึงถึงผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย 

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สน.ชนะสงคราม ว่ามีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับแกนนำประมาณ 10 รายหลักๆ เป็นข้อหา ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ การชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนการบุกรุกไปใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสนามหลวง ทราบว่ามีกรุงเทพมหานครกับกรมศิลปากร เข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว กรณีแกนนำบางคนที่ทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาถอนประกัน ส่วนกรณีการถอนหมุดจากสนามหลวง ไม่ทราบว่าใครเป็นคนถอน แต่ตามหลักแล้วหมุดเป็นพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนต้องริบเอาไว้ ถือว่าเป็นของกลางในคดีอาญา ต้องอยู่ในการดูแลรักษาของพนักงานสอบสวน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรมศิลป์'แจ้งเอาผิดม็อบ ไม่รู้อนุสาวรีย์หลักสี่หายไปไหน

'หมอตุลย์'แจ้งเอาผิด3แกนนำ หมิ่นสถาบันฯผิด'ม.112'


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 23