อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

รมต.เร่งแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนลพบุรีอย่างเป็นรูปธรรม

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเสวนา แก้ไขพื้นที่ส่วนของ 2 พระราชกฤษฎีกาทับซ้อน พื้นที่ โคกตูม ลพบุรี หวังแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้ประชาชนไม่มีที่ทำกิน อย่างเป็นรูปธรรม  จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 19.54 น.

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลโคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และร่วมเสวนา ในหัวข้อ "อุตสาหกรรมสร้างงาน สร้างรายได้ ขยายโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตในยุค New Normal" จัดโดยคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร



โดยมีนายประทวน สุทธิอำนวยเดช รองประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ลพบุรี พ.อ.ดุสิต ประพฤติดี พร้อม เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 13  นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  นายณรงค์ สืบตระกูล รองอธิบดีกรมที่ดิน นายดนัย วิจารณ์ ผู้ตรวจราชการกรมธนารักษ์ นายจิตรพรต พัฒนสิน ผอ.กองกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายธวัชชัย โสตเนียม นายอำเภอเมืองลพบุรี และประชาชน เข้าร่วมกว่า 300 คน



โอกาสนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนา ในหัวข้อ "การแก้ไขการใช้พื้นที่ทับซ้อนระหว่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหวงห้ามเพื่อใช้ในราชการทหาร พ.ศ.2479 กับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามเพื่อใช้ในประโยชน์ในการสงเคราะห์ พ.ศ.2548" 



โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน มีหน้าที่กำกับ ติดตาม เร่งรัด ช่วยเหลือเยียวยาและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ จ.ลพบุรี จ.สิงห์บุรี และ จ.ชัยนาท การลงพื้นที่ติดตามในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ติดตามช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 เท่านั้น แต่ยังได้ร่วมหาแนวทางแก้ปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่เทศบาลโคกตูม ซึ่งพบว่าเกิดการทับซ้อนกันในส่วนของ 2 พระราชกฤษฎีกาทับซ้อน 



นายประทวน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ผลจากการเสวนาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ที่จะนำไปประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนผู้ยากไร้ และไม่มีที่ทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลและจัดสรรที่ดินทำกินให้ผู้ยากไร้เข้าทำประโยชน์ ดูแลการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป










คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 13