อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

ตรวจจุดกักตัวแหม่มติดโควิด พบเชื้อบนอุปกรณ์ฟิตเนส

สธ. เผย ผลตรวจที่กักตัว "แหม่มฝรั่งเศส" ติดเชื้อโควิด-19 ในไทย พบเชื้อบนผิวเครื่องออกกำลังกายในฟิตเนส สั่งคุมเข้มมาตรฐานไม่ให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อ เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 20.30 น.

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนโรคโควิด-19 ในผู้ป่วยเพศหญิงสัญชาติฝรั่งเศสติดเชื้อภายหลังเดินทางมาถึงไทย และผ่านการกักกันโรคระยะเวลา 14 วันแล้วว่า ทีมสอบสวนโรค ได้ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนี้ ประกอบด้วยสมาชิกครอบครัวที่ร่วมเดินทางมาด้วย 2 ราย และเพื่อนต่างชาติที่ขับรถไปรับที่สนามบินอีก 1 ราย ซึ่งทั้ง 3 ราย ไม่มีอาการทางเดินหายใจ ผลการตรวจโควิดไม่พบเชื้อ ส่วนผู้โดยสารและลูกเรือบนเที่ยวบินเดียวกันรวม 12 ราย พบผู้โดยสาร 1 ราย มีอาการทางเดินหายใจ และได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจโควิด ผลไม่พบเชื้อ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอาการและรอตรวจหาเชื้อ ทั้งนี้ ผลการตรวจเลือดของผู้ป่วยไม่พบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด 19 แต่พบสารพันธุกรรมจำนวนมาก สอดคล้องกับลักษณะการติดเชื้อเฉียบพลันของโรคโควิด 19 ส่วนการถอดรหัสพันธุกรรมอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่า น่าจะเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ

นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับการสอบสวนในสถานที่กักกันโรค จ.สมุทรปราการ ที่ผู้ป่วยเข้าพักระหว่าง วันที่ 30 ก.ย.- 15 ต.ค.63 พบผู้ปฏิบัติงาน 68 คน เก็บตัวอย่างส่งตรวจแล้ว 67 ราย ผลไม่พบเชื้อโควิด 19 รวมทั้งผลตรวจเลือดก็ไม่พบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด 19 ส่วนการเก็บตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อม จำนวน 7 ตัวอย่าง พบเชื้อโควิด 19 ที่พื้นผิวอุปกรณ์ออกกำลังกายภายในห้องฟิตเนส 1 ตัวอย่าง จึงมีความเสี่ยงจากการที่ผู้ถูกกักกันไม่ครบ 14 วันออกมาแพร่เชื้อในห้องฟิตเนส และพื้นที่ส่วนกลางบางจุด

นพ.โอภาส กล่าวด้วยว่า กรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรคตามมาตรฐานสูงสุด และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องจนครบ 14 วัน รวมทั้งจะได้ประสานกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ คุมเข้มมาตรฐานของโรงแรมที่เข้าร่วมเป็นสถานที่กักตัวที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) อย่างเคร่งครัด ไม่ให้เป็นจุดเสี่ยงเกิดการแพร่กระจายเชื้อ และขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรฐานการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยที่มีความเข้มแข็งและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21