อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 มกราคม 2564

เชียงราย ตรวจสาวไทยลอบเข้าเมือง ติดโควิดเพิ่มอีก 1ราย

สธ. เผยเชียงราย ตรวจสาวไทยลอบเข้าเมืองผิดก.ม. ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 14.19 น.

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรายงานความคืบหน้าการติดเชื้อโควิด-19 ที่พื้นที่ภาคเหนือ รวม 4 ราย เชียงใหม่ 1 ราย เชียงราย 3 ราย จากการหลบหนีเข้ามาจากฝั่งเมียนมา และไปตามที่ต่างๆ ทั้ง 4 รายจะมีความผิดตามกฎหมาย ขอเน้นย้ำในเรื่องของการสวมหน้ากากอนามัย ขอความร่วมมือประชาชนทั้งหลาย อย่างที่ทราบว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ Active โดยเฉพาะถ้ามีการลักลอบเข้ามาแล้วไม่ผ่านระบบกักตัว อาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อในประเทศได้อย่างไรก็ตาม 4 ราย ที่เกิดขึ้นนี้มีการตรวจจับได้อย่างรวดเร็วและควบคุมกลุ่มเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำได้อยู่ในระดับดีและผลที่ออกมาก็น่าจะให้ผลดี จึงเรียกระยะนี้ว่าระยะที่ยังสามารถควบคุมได้

ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากผลการสอบสวนสถานการณ์โรคติดเชื้อ covid-19 ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา รายแรกที่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหญิงไทยอายุ 29 ปี แถลงข่าวไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมามีแถลงพบผู้ป่วยอีก 2 ราย ที่จังหวัดเชียงราย คือหญิงอายุ 26 ปี และหญิงอายุ 23 ปี ทั้งสองเป็นคนสัญชาติไทย และล่าสุดพบเพิ่มเป็นรายที่ 4 รายงานเมื่อช่วงเช้า (1ธ.ค.) ที่ผ่านมาผลตรวจยืนยันเป็น covid-19 เช่นเดียวกัน โดยเป็นหญิงไทยอายุ 25 ปี ทั้งหมดติดเชื้อมาจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา



"หญิงไทยอายุ 25 ปี ซึ่งเป็นรายล่าสุดที่ผลตรวจยืนยันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเพราะว่าติดเชื้อโควิดนั้น มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพะเยา เมื่อต้นเดือน พ.ย. 63 เดินทางไปทำงานที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาพร้อมเพื่อน 2 คน ไม่มีอาการป่วย ต่อมาวันที่ 24 พ.ย.เดินทางมาตามช่องทางธรรมชาติ พร้อมเพื่อน 2 คน ที่อำเภอแม่สาย มีการสวมหน้ากากตลอด วันที่ 24 -27 พ.ย.เข้ามาพักที่โรงแรมในอำเภอแม่สายไม่ได้ออกจากห้องพักไปไหนและมีการสั่งอาหารจาก Grab วันที่ 28-30 พ.ย.63 ย้ายมาพักที่โรงแรมในเขตอำเภอเมืองเชียงราย มีการประสานเจ้าหน้าที่ขอมารับการตรวจ และวันที่ 30 พ.ย. 63 เข้าไปรับการกักตัวที่กองร้อย อส.ได้ทำการตรวจโควิด เป็นบวกและส่งมารับรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วนผู้สัมผัสรายนี้มีเพียงเพื่อนที่เข้ามาด้วยกัน 2 คนที่เสี่ยงสูง ตรวจแล้วไม่พบเชื้อแต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อไปอย่างใกล้ชิด ส่วนคนอื่นๆ ถือว่าเป็นคนเสียงต่ำ" นพ.โสภณ กล่าว


นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เคสที่พบที่เชียงรายนั้น เนื่องจากเป็นการตรวจเชื้อพบในระยะแรกทำให้เจอปริมาณเชื้อในระบบทางเดินหายใจค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีการสวมหน้ากากและการอยู่ในที่พัก จึงหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการแพร่เชื้อได้ ซึ่งแตกต่างจากจังหวัดเชียงใหม่ และเมื่อพิจารณาถึงการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการดูแลความเรียบร้อยของโควิด-19 เช่น ระบบสาธารณสุขสามารถติดตามค้นหาผู้สัมผัสได้อย่างรวดเร็วนำมาสู่การตรวจวินิจฉัย อีกทั้งร้านค้าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือดีในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรค ทั้งการสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองก็มีการตรวจตราและป้องปรามการเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายมากขึ้น เชื่อว่าด้วยมาตรการเหล่านี้จะสามารถป้องกันการแพร่เชื้อต่อในพื้นที่ได้ ล่าสุดประชาชนในพื้นที่ก็มีความตระหนัก มีการสวมหน้ากากอนามัยในเปอร์เซ็นต์ที่มากขึ้นจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 80 ย้ำว่าสถานการณ์ในช่วงนี้ยังเป็นการติดเชื้อมาจากต่างประเทศ ยังไม่มีการติดเชื้อในประเทศไทยแต่อย่างใด.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น