อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

อ.เจษฯชี้'พล'ทำคนเข้าใจผิด 'ผงชูรส'ไม่ใช่สารอันตราย

ไม่ใช่จำเลยของทุกสิ่ง! อ.เจษฎา โพสต์โต้ พล ตัณฑเสถียร ปมให้ความรู้ผงชูรสสารอันตราย เผยขั้นตอนการผลิตมันสำปะหลังเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย ได้สารตั้งต้นทำผงชูรส ชี้เป็นแค่เครื่องปรุงใช้แต่งรสชาติอาหาร เสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.40 น.


กรณีคลิปวิดีโอในรายการของ "พล ตัณฑเสถียร" เผยแพร่ข้อมูลอีกด้านของ "ผงชูรส" โดยผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ซึ่งไม่ระบุชื่อและสังกัดทำงานที่ไหน อ้างว่าผงชูรสเป็นสารที่สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น มันสำปะหลัง เมื่อกินเข้าไปจึงเป็นอันตราย คล้ายกับเกิดภาวะ overdose ของยา โดยยกตัวอย่างเรื่อง สารเบต้าแคโรทีน ที่สกัดจากแครอทมาเป็นเม็ดอาหารเสริม ซึ่งถ้ากินมากไปก็จะ overdose จนกลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
 
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 18 พ.ค. รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความระบุว่า คลิปดังกล่าวไม่ถูกต้อง ที่ไปบอกว่า "ผงชูรสอันตราย" เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติเข้มข้น โดยความจริงแล้วผงชูรสไม่ได้สกัดจากมันสำปะหลังหรือวัตถุดิบธรรมชาติ แต่วัตถุดิบธรรมชาติเหล่านั้นนำไปเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย เพื่อผลิตสารตั้งต้นสำหรับทำผงชูรสต่างหาก โดยการหมักเชื้อจุลินทรีย์ให้เชื้อผลิตกรดอะมิโนกลูตามิคออกมา ซึ่งเชื้อดังกล่าวจะถูกเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อ ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการผลิตสาร วัตถุดิบอย่างมันสำปะหลังได้ถูกนำมาใช้ทำอาหารเลี้ยงเชื้อดังกล่าว เพื่อให้เป็นแหล่งของน้ำตาลกลูโคสสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อ

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้กรดอะมิโนกลูตามิกมาแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการตกผลึกกรดกลูตามิก ด้วยพีเอชที่เป็นกรด ก่อนจะปรับให้เป็นกลางด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ เพื่อให้เปลี่ยนกรดกลูตามิกเป็น "โมโนโซเดียมกลูตาเมต" หรือ "ผงชูรส" นั่นเอง ที่เหลือก็เป็นการทำให้บริสุทธิ์ ทำให้แห้ง และบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์

กล่าวโดยสรุป คือ คลิปแบบนี้ทำให้คนเข้าใจผิดหมดว่า ผงชูรสเป็นสารอันตราย ซึ่งไม่จริงนะมันเป็นแค่สารปรุงแต่งรสชาติอาหาร ที่ควรใช้ตามปริมาณที่เหมาะสมแค่นั้น เหมือนกับที่เราใช้เกลือแกง น้ำตาล หรือซอสต่าง ๆ ในการทำอาหารนั่นเอง.
 
ขอบคุณภาพ : @Jessada Denduangboripant


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    55%
  • ไม่เห็นด้วย
    45%

บอกต่อ : 42