อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

ที่แท้"เสี่ยร้านลาบ"โชว์กร่าง ยกแก๊งกระทืบลุงแก่ตร.ล่าตัว

ผกก.สวนพริกไทย โวรู้ตัวหมดแล้ว”กลุ่มชายใจตูบ” ที่แท้”เสี่ยร้านอาหารอีสาน” แค้นใจลุง มาเคลียร์ขอค่าแรงพี่เมีย ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.31 น.


กรณีเพจเฟซบุ๊ก”เฮียขับรถ”ได้โพสต์คลิป เหตุการณ์”กลุ่มชายใจตูบ” ล็อกมือชกต่อย ลุงสูงอายุ กลางถนนใกล้ทางแยกแห่งหนึ่ง โดยที่ลุงไม่สามารถ ต่อสู้ได้จนล้มฟุบลงข้างรถยนต์เก๋ง ซึ่งเมื่อลุงล้มฟุบนั่งกับพื้นไปแล้ว หนุ่มเตี้ยล่ำ ยังได้แสดงความโหดเหี้ยมด้วยการเตะเสยเข้าไปที่ศีรษะลุงอีกนับครั้งไม่ถ้วน จนพลเมืองดีที่ผ่านมาพบเห็นทนไม่ได้ต้องลงมาขอร้อง ก่อนที่”กลุ่มชายใจตูบ” จะหลบหนีไป

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สภ.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพื่อสอบถามคดีที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สภ.สวนพริกไทย และได้รับการเปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น วันที่ 21 พ.ย. เวลาประมาณ 11.50 น. ที่บริเวณใกล้แยกโรงน้ำกรุงเทพน้ำทิพย์  ม.6 ต.สวนพริกไทย อ.เมืองปทุมธานี ผู้เสียหายคือ นายสมบัติ นิยมมาก อายุ 52 ปี โดยก่อนเกิดเหตุ นายสมบัติได้มาเจรจาแทนพี่สาวของภรรยาซึ่งเป็นชาวต่างด้าวที่มีเอกสารถูกกฎหมาย  เพื่อตกลงค่าจ้างแรงงานของพี่สาวภรรยาที่ตกค้าง กับนายเอก (นามสมมุติ)เจ้าของร้านอาหารอีสานแห่งหนึ่ง บริเวณที่ทำการ ต.ม.ปทุมธานี เพื่อให้ทางตม.ไกล่เกลี่ยกรณีข้อพิพาทเรื่องค่าแรง

พ.ต.อ.พงศ์พัชร์  กล่าวต่อว่า หลังจากนายสมบัติได้รับเงินจากฝ่ายนายเอกแล้วจึงเดินทางกลับบ้านพัก มาถึงที่เกิดเหตุ จู่ ๆ มีรถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ ขี่มาจอดขวางด้านหน้า แล้วก็มีรถกระบะขับตามมาจอดปิดท้าย จากนั้นผู้ขับขี่ลงมา 4 คน โดยผู้เสียหายลดกระจกรถลงก่อนเปิดประตูลงมาพูดคุย แต่พลาดท่าถูกล็อกแขนโดยนายเอกได้ประเคนแม่ไม้มวยไทยใส่ตามคลิป ก่อนหลบหนีไป ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ใบหน้า และดั้งจมูก ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปติดตามตัวที่บ้านพักเพื่อนำตัวมาสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอย่างเร่งด่วนแล้ว.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฮัลโหลโผล่เดลินิวส์ ติงข้อมูลไม่ตรงแต่ไหงชาวเน็ตรุมแฉ!

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 156