อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563

แม่เลือกผัวใหม่ทิ้งลูก2ขวบ พ่อแท้ไม่รับอ้างอยู่เมียใหม่!

สลด..แม่ขี่จยย.พาลูกสาว 2 ขวบ หอบเสื้อผ้า ตุ๊กตา มาทิ้งหน้าบ้านพักเด็กฯลพบุรี เขียนจม.ระบุ เลี้ยงไม่ไหวเพราะผัวใหม่ไม่ยอมรับ เจ็บปวดซ้ำไปอีก!! เมื่อพ่อแท้ๆ มาหาลูก บอกเจ้าหน้าที่ตัวเองก็มีครอบครัวใหม่ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้เช่นกัน   จันทร์ที่ 13 มกราคม 2563 เวลา 19.45 น.


เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นักสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี นำเด็กหญิงอายุประมาณ 2 ขวบ เข้าพบ ร.ต.ท.ธวัชชัย นันทพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี แจ้งว่า วานนี้ (12 ม.ค.) มีหญิงสาวขี่รถจยย.สวมหมวกกันน็อค ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนรถพร้อมกับเด็กหญิงคนดังกล่าวมากดกริ่งที่หน้าประตูสำนักงานบ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ที่ ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี พอเจ้าหน้าที่เปิดประตูออกมาก็พบเด็กหิ้วถุงที่มีเสื้อผ้าเด็ก, ตุ๊กตา และจดหมายฉบับหนึ่งเดินเข้ามาในสำนักงานฯ ส่วนหญิงสาวที่นำเด็กมาได้รีบขี่จยย.หนีไป

เมื่อดูข้อความในจดหมายเขียนว่า "ถึงเจ้าหน้าที่ดิฉันขออนุญาตยก น้องออมสิน ให้กับทางสถานสงเคราะห์ดูแลอย่างถาวร เพราะดิฉันไม่สามารถดูแลให้เด็กคนนี้มีอนาคตที่ดีได้ เนื่องจากมีฐานะยากจนดิฉันมีครอบครัวใหม่ มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ส่วนพ่อใหม่ของน้องออมสินก็ปฏิเสธไม่รับเลี้ยงไม่ยอมรับน้องเป็นลูก ขอโทษที่ทำแบบนี้ และดิฉันคิดว่ามันเป็นหนทางสุดท้ายที่ดีที่สุด" และยังลงท้ายในจดหมายว่า "แม่รักลูกนะแต่แม่มีความจำเป็น" ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่สำรวจตามเนื้อตัวเด็กพบร่องรอยเขียวช้ำหลายแห่ง เหมือนถูกทำร้าย และมีเชือกร่มห้อยพระสมเด็จอีก 1 องค์ด้วย เบื้องต้นคาดว่าเด็กอาจจะถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางนักสังคมสงเคราะห์บ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี จึงนำเด็ก ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก่อนที่จะนำน้องออมสินไปเข้ารับการดูแลที่บ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี  

ต่อมามีชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี พร้อมกับแสดงตัวว่าเป็นพ่อของน้องออมสิน แต่เนื่องจากตนเองแยกทางกับแม่น้องออมสินและมีครอบครัวใหม่แล้ว จึงไม่สามารถดูแลน้องออมสินได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลต่อไป 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    15%
  • ไม่เห็นด้วย
    85%