อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563

สาวท้องงงใจยอมแสียค่าปรับ แต่'ตร.'ดันยึดกุญแจรถ!

สาวท้องสุดงงใจ ขี่มอเตอร์ไซค์จะไปซื้อข้าว เจอ "ตำรวจสมุทรปราการ" แจงผิดไม่พกใบขับขี่ ถูกยึดกุญแจรถ ไม่ให้กลับบ้านทั้งที่ยินดีจ่ายค่าปรับ ลั่นจะส่งฟ้องศาลอย่างเดียว สุดท้ายผ่านไป 3 ชม.กลับให้จ่ายค่าปรับกลับบ้านได้! อังคารที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 17.03 น.


เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ผู้สื่อข่าว "เดลินิวส์ออนไลน์" ได้รับเรื่องราวร้องเรียนจาก "คุณหนิง(นามสมุมติ)" ได้เผยเรื่องราวเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ขี่มอเตอร์ไซค์กับแฟนจะไปทานข้าวที่ตลาดละแวกบ้าน แต่เมื่อขับขี่มาถึงแยกการไฟฟ้าจ.สมุทรปราการ กลับพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการตั้งด่านอยู่ และให้เจ้าหน้าที่อาสาเข้ามาค้นมอเตอร์ไซค์และคนขับขี่ ซึ่งทางเราไม่ได้พกใบขับขี่ และตรงเข้ายึดกุญแจรถ พร้อมแจ้งว่าจะส่งฟ้องศาล

"ตอนนั้นด้วยความที่เราตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนและหิวข้าวมากๆ คิดว่าจะไปทานข้าวกับแฟนที่ละแวกบ้านเพียงกิโลเมตรกว่าๆ ก็พกไปแค่เงิน 200 บาท ไม่ได้พกกระเป๋าเงินและโทรศัพท์ไปด้วย แต่เราก็แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเขียนใบสั่งมาได้เลย ยินดีเสียค่าปรับเพราะเราทำผิดจริง" แต่ทางตำรวจกลับไม่ยอม จะยึดกุญแจรถอย่างเดียว พร้อมบอกเพียงแต่ว่า "กฎหมายใหม่ออกมาระบุว่าให้เจ้าหน้าที่จับและส่งฟ้องศาลเพื่อเสียค่าปรับเท่านั้น" และให้รอเจ้าหน้าที่ตั้งด่านเสร็จประมาณเที่ยงคืนครึ่ง จึงจะไปทำเรื่องที่สถานีตำรวจพร้อมกันกับคนอื่นๆที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวจักรยานยนต์อีก 20-30 คัน

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ขับขี่เข้าไปคุยในห้อง เมื่อสอบถามก็ได้รับแจ้งแค่ว่ากำลังไล่สอบปากคำ ทำประวัติ เช็กประวัติและอบรม จนผ่านไปถึงเวลาประมาณ 02.00 น. แฟนก็บอกว่าต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 1 พันบาท แล้วกลับบ้านได้ เราจะขอใบสั่งแล้วมาจ่ายวันรุ่งขึ้นก็ไม่ได้ จนเราเองต้องขอเจ้าหน้าที่ให้แฟนขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปเอาเงินที่บ้าน เพราะเรากำลังแพ้ท้อง เวียนศีระษะ อาเจียนที่สถานีตำรวจหายครั้ง ซึ่งตอนแรกทางตำรวจก็จะไม่ยินยอม เราจึงบอกไป ถ้าแฟนจะหนีก็จับเราคุมขังไปเลยก็ได้



"แต่ละคนที่ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตอนนั้น มีทั้งพนักงานโรงงาน พนักงานบริษัทที่เพิ่งเลิกงาน บางคนก็กำลังจะไปทำงาน ชาวบ้านแถวนั้น และเด็กๆวัยรุ่นที่เพิ่งเตะบอลกันมา ไม่ได้มีเด็กแว้นเลยแม้แต่คนเดียว จะให้แจ้งเรื่องเขียนใบสั่งไว้ก่อนก็ไม่ได้ แต่ละคนในตอนนั้นเข้าใจว่าผิดกฎหมาย แต่ดึกแล้วก็ต้องรอ แต่สุดท้ายก็เขียนใบสั่งและออกค่าปรับโดยไม่ได้ส่งฟ้องศาล และต้องเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจภายในคืนนั้น หากไม่เสียก็ต้องไปเสียค่าปรับที่ศาลในวันรุ่งขึ้น" คุณหนิงกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เสียค่าปรับและกลับไปถึงบ้านในช่วงเวลา 03.00 น.ที่ผ่านมา ก็ได้สอบถามรุ่นน้องที่ถูกจับกุมเช่นกัน โดยตอนแรกต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 2 พันบาท แต่ครอบครัวมาคุยกับเจ้าหน้าที่ จะไปเสียค่าปรับที่ศาลเอง ก็ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ให้เสียเงิน 1 พันบาทที่สถานีตำรวจแล้วกลับบ้านได้ "สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นก็รู้สึกข้องใจเป็นอย่างมาก ส่วนตัวมองว่าแต่ละคนไม่คิดหนีและพร้อมจ่ายค่าปรับ แค่ตักเตือนและเสียค่าปรับตามกฎหมายก็เพียงพอแล้ว เพราะประชาชนอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบ อยากจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ อยากจะขอให้เจ้าหน้าที่เข้าใจประชาชนเช่นกัน".. 



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%