อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

ทำความรู้จักกับ'ไวรัสโคโรนา' เชื้อโรคร้ายที่ต้องระวัง!

โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ให้ความรู้เกี่ยวกับ ''ไวรัสโคโรนา '' พร้อมแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง และเตือนอย่าตื่นตระหนกมากจนเกินไป เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 เวลา 11.05 น.


เมื่อวันที่ 25 ม.ค. เฟซบุ๊ก โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ "ไวรัสโคโรนา" ที่กำลังสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วว่าจะเป็นหายนะครั้งใหม่ของมวลมนุษย์ โดยระบุว่า "ไวรัสโคโรนา" โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Corona Virus [CoV] ซึ่งไวรัสตัวนี้อยู่ในตระกูลเดียวกันกับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) หรือโรคเมอร์ส (MERS) ซึ่งเป็นโรคระบาดหนักใน 37 ประเทศทั่วโลก เมื่อปี 2002 – 2003 ที่ผ่านมานั่นเอง โดยปกติแล้ว Corona virus เป็นชื่อรวม ๆ ของสายพันธุ์ไวรัส ซึ่งจะคล้าย ๆ กับสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่อย่าง influenza ที่สามารถแบ่งออกได้หลากหลายสายพันธุ์

สำหรับโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบนี้ มีชื่อสายพันธุ์ว่า 2019nCoV (ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่ใช่ชื่อเรียกของสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ) ด้านนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบตั้งข้อสันนิษฐานว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มาจากไวรัสในค้างคาวที่กลายพันธุ์ โดยมีงูเป็นตัวกักเก็บและแพร่เชื้อ ทั้งนี้หากมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ออกมาเพิ่มเติม ในอนาคตเราคงได้ทราบรายละเอียดกันมากขึ้น



หากติดไวรัส “โคโรนา” อาการอย่างไร?
หากได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว จะเริ่มแสดงอาการออกมาใน 1 – 2 สัปดาห์ และด้วยการที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ อาการที่มักจะแสดงออกมาจึงมีลักษณะอาการคล้ายการเป็นโรคไข้หวัดคือ น้ำมูกไหล, ไอ, เจ็บคอ, ไข้สูง, ปวดหัว, ปวดเมื่อยตามตัว ซึ่งอย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบอาการที่แสดงออกแน่ชัดของการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอันดับต้น ๆ ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติการเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ภายในระยะเวลา 14 วัน หรือผู้ที่มีประวัติการเดินทางกลับมาจากเมืองที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ควรระมัดระวังและเช็คอาการกันสักนิด เพื่อเป็นการป้องกันและดูแลตัวเองในเบื้องต้น



การป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา
โดยวิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ได้แก่ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด, ไม่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีอาการไอ (หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน), หลีกเลี่ยงการไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต, ไม่สัมผัสสัตว์ที่ป่วยหรือตาย, หลีกเลี่ยงการกินสัตว์แปลก ๆและกินอาหารปรุงสุก, ไม่นำมือไปสัมผัสตา จมูก ปากหากไม่จำเป็น, ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์, รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ, ออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่, พักผ่อนให้เพียงพอ และหากมีอาการไข้ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที


ภาพ : รอยเตอร์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 314