อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563

เชียงใหม่จัดแฟลชม็อบครั้ง3 ตร.ให้สลายตัว-ทำผิดพ.ร.บ.

เชียงใหม่จัดแฟลชม็อบครั้งที่ 3 เรียกร้อง 3 ข้อ คนร่วมกว่า 500 ขณะที่ตำรวจออกประกาศให้ผู้มาชุมนุมรีบสลายตัว เพราะทำผิด พรบ.การชุมนุมและการป้องกันโรค อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563 เวลา 17.57 น.


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ส.ค. ที่ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กลุ่มพรรควิฬาร์ ได้ออกประกาศผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อเชิญชวนพี่น้องชาวเชียงใหม่ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจมาเข้าร่วมในกิจกรรมพบกับแนวร่วมประชาชนปลดแอกเชียงใหม่ และ อานนท์ นำภา พร้อมติดแฮชแท็ก "เชียงใหม่จะไม่ทน" โดยมีประชาชนเดินทางมาเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 500 คน นอกจากนี้ก่อนเริ่มการชุมนุมดังกล่าว ได้มีการแจกหนังสือที่เขียนหน้าปกว่า "สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย" จำนวน 100 เล่ม ให้กับผู้เข้าร่วมการชุมนุมแฟลชม็อบครั้งนี้ด้วย

นายธนาธร วิทยเบญจางค์ อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมกับเพื่อนอีก 3 คน ไปให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา ได้เปิดเผยว่า การมาชุมนุมในครั้งนี้ยังคงเป็นการขับเคลื่อนต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งการชุมนุม 2 ครั้งที่ผ่านมา ยังคงเห็นว่าไม่ประสบความสำเร็จ รัฐบาลยังไม่ทำตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ แล้วในห้วงที่ผ่านมาก็ได้ดำเนินคดีกับนายอานนท์ นำภา และจับกุมนายภานุพงศ์ จาดนอก ทำให้เห็นเรื่องของการคุกคามประชาชนอยู่ และยังมีแกนนำอีกหลายคนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกพบ ตนก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ก็ยังคงยืนหยัดตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ และวันนี้ไม่ได้มาแค่กลุ่มพรรควิฬาร์เท่านั้น แต่มาในนามแนวร่วมประชาชนปลดแอกเชียงใหม่ มีประชาชน นักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้าร่วมมากมาย ทั้งนี้ ในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 10 ส.ค. นี้ จะมีตัวแทนของพวกตน 4 คน พร้อมทนายความเดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อยื่นหลักฐานข้อโต้แย้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาในการชุมนุม

ด้านนายหาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ หรือ "ดาบชิต" อดีตแกนนำ นปช. แดงเชียงใหม่ ซึ่งได้มาร่วมสังเกตการณ์ในการชุมนุม กล่าวว่า ตนเป็นรุ่นพี่ก็มาสังเกตการณ์ มาให้กำลังใจกลุ่มน้องๆ คนรุ่นใหม่ การต่อสู้ทางการเมืองไม่ใช่พึ่งเกิดขึ้น แต่มีมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งมีการต่อสู้กันมาอย่างต่อเนื่อง มีให้เห็นกันตลอด แต่การต่อสู้นี้ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ถึงเวลาที่ต้องร่วมมือกันในการขับเคลื่อน ไม่ใช่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ทุกคนต้องพร้อมใจกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนเรื่องที่น้องๆ ถูกดำเนินคดีนั้น เห็นว่า ทุกคนที่ต่อสู้ทางการเมือง ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่และเคยผ่านเรื่องเหล่านี้มาก่อน ก็ขอเป็นกำลังใจให้ การต่อสู้ทางการเมืองมีความเสี่ยงอยู่แล้วที่จะถูกดำเนินคดี ทุกคนก็ต้องเตรียมพร้อมและรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองพูดไป ไม่มีใครช่วยอะไรได้ แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ สู้ต่อไป เพราะสิ่งที่น้องๆ เรียกร้อง 3 ข้อคือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ยุบสภา 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ได้เป็นความลำบากหรือสิ่งที่รัฐบาลจะทำให้ไม่ได้ และเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ถูกต้องตามกฎหมายที่น้องๆ และประชาชนทุกคนมีสิทธิออกมาเรียกร้องทางการเมืองที่ถูกต้อง



ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ออกประกาศ แจ้งต่อผู้มาร่วมชุมนุมว่า ได้กระทำผิด พรบ.การชุมนุมสาธารณะ เพราะไม่ได้มีการขออนุญาต และการชุมนุมยังเป็นการผิดเรื่องของการป้องกันการควบคุมโรคการแพร่ระบาดไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม จึงได้ขอประกาศเลิกการชุมนุมภายในเวลา 18.00 น.

ขณะเดียวกันในเพจเฟซบุ๊ก "พรรวิฬาร์" ได้ออกแถลงการณ์ โดยมีข้อความว่า "ประฌามการออกหมายจับแกนนำนักเคลื่อนไหวและเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวทุกคนโดยทันที จากกรณีล่าสุดที่มีการออกหมายจับแกนนำชุมนุมที่จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ได้มีการจับกุมนายอานนนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก ไปยังสถานีตำรวจสำราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 การกระทำในวันนี้ของรัฐบาลย้อนแย้งกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้เคยพูดเอาไว้ว่าจะรับฟังเสียงของประชาชนและนักศึกษามากขึ้นกว่าเมื่อก่อน แต่ว่าในวันนี้รัฐบาลได้ออกหมายจับแกนนำมากกว่า 30 คนทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลให้สิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้เคยพูดเอาไว้นั้นไร้ความหมายลง ถือว่ารัฐบาลได้กระทำตนขัดต่อข้อเรียกร้องที่ทางกลุ่มเยาวชนปลดแอกได้ประกาศข้อเรียกร้องในเวทีชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ในข้อแรกคือ "หยุดคุกคามประชาชน" ซึ่งเป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่ารัฐบาลปฏิเสธที่จะทำตามข้อเรียกร้องสามข้อที่ได้ทำการประกาศไป โดยสามข้อเรียกร้องได้มีเนื้อหาดังนี้คือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ยุบสภา 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทางเราจึงขอให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องดังนี้

รัฐบาลจะต้องยกเลิกการดำเนินคดีต่อประชาชนทุกคนที่เข้าร่วมการชุมนุมกดดันรัฐบาลเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติจนถึงรัฐบาลสืบทอดอำนาจปัจจุบันทั้งหมดที่รัฐบาลได้ทำการละเมิดหรือคุกคามสิทธิ เสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน อันเป็นการแสดงออกทางการเมืองซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยภายใต้ระบบประชาธิปไตย นอกจากนี้กลุ่มพรรควิฬาร์ขอประฌามการกระทำที่ขัดต่ออำนาจสิทธิที่พึงมีของประชาชนจากการกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งอารยะ และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง อย่างไม่สามารถให้อภัยได้เว้นแต่จะทำตามข้อเรียกร้องที่ได้เขียนไปข้างต้นและปฏิบัติตามข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้ 3 ประการที่ได้มีการประกาศในนที่ชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กลุ่มพรรควิฬาร์ขอยืนยันว่า ข้อเรียกร้องที่ได้ทำการประกาศไปนั้น ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยตลอดจนสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองแต่อย่างใด ดังนั้น การที่รัฐบาลจะทำการเช่นนี้นั้นจะส่งผลให้ความตึงเครียดทางการเมืองเป็นทวีคูณมากยิ่งขึ้นและเป็นการบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยของประชาชน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลจะดำเนินการตามข้อเรียกร้องทันทีเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนสืบไป.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    17%
  • ไม่เห็นด้วย
    83%

บอกต่อ : 22