อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

ในหลวง-ราชินีเสด็จฯทอดพระเนตร การแสดงคอนเสิร์ต Four Royal Orchestral

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต "Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X" พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 20.15 น.


เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่โรงละครแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต “Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X” โดย มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา พระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญบทเพลงพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา 4 บทเพลง ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562

เป็นที่ทราบดีว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระอัจฉริยภาพ ด้านดนตรีและสนพระทัยในดนตรีไทยและดนตรีคลาสสิกมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยปัจจุบันทรงเป็นองค์อุปภัมภ์มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า และวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra) หรือ RBSO ทั้งยังทรงประพันธ์เพลงให้วงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ถวายงานในแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ SIRIVANNAAVARI อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา





การแสดงดนตรีครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาทรงนิพนธ์บทเพลง 4 บท และทรงทำหน้าที่อำนวยการแสดงด้วยพระองค์เอง พร้อมกับทรงเชิญ 3 นักดนตรีชั้นแนวหน้าจากวง เวียนนา ฟิลฮาร์โมนิก มาร่วมบรรเลงเพลงร่วมกับวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า หรือ RBSO สำหรับบทเพลงพระนิพนธ์ทั้ง 4 บทเพลง ได้แก่

ตึกอิฐแห่งการเปลี่ยนแปลง (Adobe of Metamorphosis) แนวความคิดในการรังสรรค์บทเพลงพระนิพนธ์นี้ นับเป็นต้นแบบการผสมผสานระหว่างดนตรีคลาสสิคแนวอนุรักษ์นิยมกับโครงสร้างทางดนตรีสมัยใหม่ เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน การรวมตัวกันของเครื่องดนตรีต่างขั้วต่างยุค เช่น ฮาร์ปซิคอร์ดจากยุคบาโรก เปียโนจากยุคคลาสสิคกับกีตาร์ไฟฟ้า กีตาร์เบสไฟฟ้า กลองชุด คีย์บอร์ดหลากหลายชนิดจากยุคศตวรรษที่ยี่สิบ ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ในขณะเดียวกันการสร้างสรรค์เทคนิคของการบรรเลงเครื่องดนตรีก็ได้ทำให้บทเพลงนิพนธ์สามารถบรรยายเรื่องราวออกมาได้ประหนึ่งนวนิยายชั้นดี

เรื่องราวของม้า เฮเลนเฮนรี่ (The Story About “Horse, Helen, Henry”) เสียงดนตรีสื่อถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของม้าสองตัว เฮเลน กับเฮนรี่ ซึ่งเป็นคู่รักที่พลัดพรากจากกัน เสียงหัวใจนี้จะประกอบกับเสียงของเครื่องพิมพ์ดีด สื่อถึงการแลกเปลี่ยนจดหมายแห่งรักทางไกล จากนั้นจะได้ยินเสียงกระทบกันของเกือกม้าที่จะพาผู้ฟังย้อนไปสู่ช่วงสงครามในยุคศตวรรษที่ 20 เสียงเดี่ยวแตรทรัมเป็ตดังแหลมที่เราจะได้ยินในการสวนสนาม พร้อมกับการบรรเลงเสียงค้างจากคีย์บอร์ดไฟฟ้าอยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ เสียงของหีบเพลงจะช่วยบ่งบอกเวลาและสถานที่ของเรื่องราวนี้ ที่พรรณนาถึงความห่างไกลกันของคู่รัก  บทเพลงพระนิพนธ์วางอยู่ในแนวคิดของการใช้ความแตกต่างด้านโทนเสียง สีสัน และเทคนิคพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นกลองสะแนร์ที่มาพร้อมกับเสียงรูดสายของเชลโล แปรไปสู่การรัวโน้ตบนสายเชลโลอย่างรวดเร็ว หรือเสียงจากไวบราโฟน นอกจากนี้ยังมีเสียงของเปียโน ไวโอลิน ในบรรดาดนตรีทั้งหลายที่ได้รับการผสมผสานอย่างมีชั้นเชิง แนวดนตรีอาร์ต-ร็อก คือหัวใจสำคัญเช่น เสียงบรรเลงจากกีตาร์ไฟฟ้า และกีตาร์เบสไฟฟ้าที่มีบทบาทประหนึ่งตัวเอกของบทเพลงพระนิพนธ์นี้





หลงทางในสวนแห่งเวทมนตร์ (Lost in Mystical Garden) ผู้ฟังจะตื่นตาตื่นใจไปกับสีสันเสียงอันฉูดฉาด ที่เกิดจากการใช้เทคนิคการประพันธ์เพลงอย่างเต็มที่ เช่น การใช้จังหวะขัดอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสื่อถึงอารมณ์อันบ้าคลั่งอย่างทรงพลัง ประกอบกับแนวไวโอลิน และวิโอลาที่บรรเลงจากเสียงสูงไปเสียงต่ำกลับไปมาอย่างต่อเนื่อง การใช้เทคนิครัวคันชักของกลุ่มเครื่องสายพร้อม ๆ กับการบรรเลงของเครื่องประกอบจังหวะทำให้เห็นภาพของความแพรวพราว การดีดสายแยกโน้ตอย่างนุ่มนวลของฮาร์ป ซึ่งมีกลุ่มเครื่องสายบรรเลงก้องกังวานเป็นเสียงประกอบให้อารมณ์ ความสงบนิ่ง จากนั้นเป็นกีตาร์ไฟฟ้าได้เข้ามามีบทบาทขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทวีความรุนแรงไปสู่จุดยอดของบทเพลง
พระนิพนธ์นี้

ความสงบ (Serenity) การผสมผสานอย่างยิ่งใหญ่ของวงออร์เคสตราขนาดมหึมาและวงแบนด์รูปแบบร็อก-คลาสสิค ให้ความอลังการด้วยวงขับร้องประสานเสียงขนาดใหญ่ ที่มีทั้งหมด 4 แนวเสียง สื่อสารออกมาดั่งละคร ทั้งการแสดงอารมณ์ผ่านข้อความอย่างตรงไปตรงมา บทเพลงนิพนธ์นี้ ฮาร์ปทำหน้าที่สำคัญมากในการขับเคลื่อนบทเพลงนิพนธ์ โดยเริ่มต้นด้วยการูดสายจากเสียงสูงไปต่ำในศูนย์กลางเสียงของดี ไมเนอร์ จากนั้นดนตรีได้บรรยายระลอกคลื่นทะเลโดยให้กลุ่มเครื่องสายบรรเลง โดยเฉพาะกลุ่มไวโอลินที่เล่นกลุ่มโน้ต 4 ตัวเรียงกันขึ้นลงไปมา ความงามของท้องฟ้าที่มีดาวระยิบระยับพรรณนาผ่านกลุ่มเครื่องเสียงประกอบจังหวะที่บรรจงผลัดกันแต่งแต้มเสียงทีละเล็กทีละน้อย จากนั้น ความเงียบสงบได้กลับมาเยือนอีกครั้ง ด้วยการเรียบเรียงเสียงประสานแบบกระแสมินิมัล.