อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 มกราคม 2563

ชื่นชมพระบารมี'ในหลวง-ราชินี' ทรงพระเจริญดังกึกก้อง

"ในหลวง-ราชินี" เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พสกนิกรเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องสองฟากฝั่งริมน้ำเจ้าพระยา พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 16.33 น.


เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 12 ธ.ค. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ สวมสายสร้อยจุลจอมเกล้า และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตไปยังเรือนแพที่ประทับรับรองบริเวณท่าวาสุกรี ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

การนี้รถยนต์พระประเทียบอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นำรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตไปยังท่าวาสุกรี ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานราชูปโภคอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ไปประดิษฐานในบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ที่สะพานฉนวนประจำท่าวาสุกรี เมื่อเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเคลื่อนออกไป เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าวาสุกรี เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เข้าเทียบเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ไว้พร้อมแล้ว





พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ครุย ทรงพระมาลาเส้าสูง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินไปยังท่าวาสุกรี ณ ที่นั้น องคมนตรี นายกรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าฯ รับเสด็จ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะผู้บัญชาการขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนเรือและกำลังพล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์โดยทอดบัลลังก์กัญญาเป็นเรือพระที่นั่ง



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี ขณะนั้นทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ซึ่งทอดบัลลังก์กัญญา ตามเสด็จในขบวนพยุหยาตรา พล.ร.อ.สมชาย ณ บางช้าง ผู้ควบคุมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานบัญชีกำลังพลประจำเรือ, นาวาเอกเกษม เอี่ยมสุพรรณ นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

เมื่อพร้อมแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารคออกจากท่าวาสุกรีไปตามชลวิถีท้องน้ำเจ้าพระยา ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่และกลองชนะประจำเรือพระราชพิธีประโคมขึ้นพร้อมกัน ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนไปตามลำดับ ระหว่างนนี้วัดที่อยู่ในเส้นทางเสด็จฯ ทางชลมารถ มีการสวดเจริญพระพุทธมนต์ด้วย







การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ โดยมีเรือพระที่นั่งสำคัญ ได้แก่ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช, เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งทรง, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ ยังมีเรือพระราชพิธีอื่นด้วย เช่น เรือรูปสัตว์ เรือดั้ง เรือแซง เป็นต้น สำหรับกำลังพลประจำเรือพระราชพิธี ได้คัดเลือกจากกำลังพลจากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ จำนวน 2,200 นาย เป็นกำลังพลประจำเรือพระราชพิธี และมีเจ้าหน้าที่ประจำเรือ รวมทั้งสิ้น 2,399 นาย





ทั้งนี้การจัดรูปขบวรจัดตามรูปแบบโบราณราชประเพณีทุกประการ โดยจัดรูปขบวนเรือแบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ได้แก่ ริ้วสายกลาง ซึ่งเป็นเรือสายสำคัญ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ มีพระที่นั่งอนันตนาคราช, เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือ, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 นอกจากนี้มีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก เรือแตงโม ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ เป็นเรือกลองใน พร้อมด้วยเรือตำรวจนอก และเรือตำรวจใน



ริ้วสายใน ขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ และปิดท้ายสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นเรือคู่ชัก

และริ้วสายนอก ประกอบด้วยเรือดั้ง และเรือแซง สายละ 14 ลำ สำหรับท่าในการพาย เรือพระที่นั่งสำคัญทั้ง 4 ลำ พายด้วย “ท่านกบิน” ซึ่งเป็นท่วงท่าอันสง่างามสมพระเกียรติ โดยฝีพายจะยกใบพายเฉียงขึ้นเหนือศีรษะ ทำมุม 60 องศากับพื้นน้ำ ขณะที่เรืออื่นๆ พาย “ท่าพลราบ” เป็นการพายโดยใบพายพ้นน้ำไม่เกินกราบเรือ

ขบวนเรือมีความยาวจากหัวขบวนถึงท้ายขบวน ประมาณ 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร เส้นทางเสด็จฯ จากท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ขณะที่กำลังฝีพายประจำเรือ 2,200 นาย แต่งกายชุดพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี กาพย์เห่เรือที่ใช้เห่ในพระราชพิธีครั้งนี้ เป็น “กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ” บทประพันธ์ของ นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จำนวน 3 บท ประกอบด้วย บทสรรเสริญพระบารมี, บทชมเรือขบวน และบทชมเมือง





ทั้งนี้ ตลอด 2 ฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พสกนิกรที่เฝ้ารอรับเสด็จต่างเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องทั่วคุ้งน้ำเจ้าพระยา