อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

เชียงใหม่...มุมมองใหม่

ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างโหยหาที่เที่ยวธรรมชาติอากาศดีเย็นสบาย และแน่นอนสถานที่ยอดฮิตอันดับต้น ๆ คงหนีไม่พ้นเมืองล้านนาอย่าง จังหวัดเชียงใหม่... อังคารที่ 6 ตุลาคม 2563 เวลา 09.36 น.


ทันทีที่ภาพทุ่งดอกมาร์กาเร็ตสีม่วงสลับเข้มอ่อนที่พากันบานพร้อมกันอย่างถูกช่วงเวลาในแปลงขนาดพอเหมาะ ไม่เล็กไม่ใหญ่ของ “ไร่กลิ่นเกสร” ก่อนจะถึงทางขึ้นไปยังม่อนแจ่มในเขตตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ถูกเผยแพร่ออกสู่โลกโซเชียลมีเดีย ทั้งที่ได้เห็นจากคนรู้จักคุ้นเคย และรีวิวของบล็อกเกอร์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ค่อย ๆ กลับมาคึกคัก และนี่คือหนึ่งในสิ่งที่จะเป็นแนวนโยบายของ  นายกฤษณะ แก้วธำรงค์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)



จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างรุนแรง ภายใต้การนำทัพของรองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. คนล่าสุด ไม่เพียงเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่ แบบนิวนอร์มัล โดยใช้ Content Marketing สร้างกระแสและกระตุ้นการตัดสินใจในการเดินทางท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดาในหน้าไฮซีซันที่จะถึงนี้ ยังรวมถึงการส่งเสริมการเดินทางด้วยรถยนต์ในเส้นทางที่แตกต่างไปจากเดิม



“อย่างการขับรถไปเที่ยวเชียงใหม่จากที่เคยมุ่งหน้าไปเชียงใหม่เลย อาจจะเปลี่ยนมาใช้เส้นทางป่าซาง ลำพูน เชียงใหม่ แวะเที่ยวเมืองรอง ไหว้พระทำบุญก่อน เพื่อจะได้สัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ซึ่งจะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละกลุ่มมากขึ้น บางคนอาจชื่นชอบธรรมชาติ แต่บางคนอาจจะสนใจวิถีชีวิตวัฒนธรรมมากกว่า นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจบินไปบินกลับขับรถเที่ยว ที่จะช่วยร่นระยะทางและเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคที่อาจไกลกัน โดยเน้นชูเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่โดดเด่น ของกิน วัฒนธรรม ประเพณี พร้อมนำร่องแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่รองที่มีศักยภาพ อาทิ พะเยา เชียงราย พัทลุง สตูล หาดใหญ่ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแผนจะเจาะกลุ่มตลาดผู้มีรายได้สูง โดยร่วมกับพันธมิตรจัดทำ DOMESTIC TRAVEL CLUB BY TAT หรือ DIY แพ็กเกจท่องเที่ยว สำหรับกลุ่ม Lifestyle”



การเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์นั้น ทำให้ได้พบเห็นสิ่งแปลกใหม่รวมถึงธรรมชาติตลอดสองข้างทาง ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟเก๋ ๆ ที่ทำให้ต้องชะลอความเร็วแล้วเลี้ยวเข้าไปแวะพัก แต่หากมาถูกห้วงเวลาในแต่ละสถานที่ ก็อาจจะได้ของดีของแปลกติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย อย่างในช่วงเวลาเริ่มเข้าฤดูฝนในเส้นทางกาญจนบุรีมุ่งหน้าสู่ทองผาภูมิอาจได้เห็นป้ายบอกขายเห็ดโคน เช่นเดียวกับการมาเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงที่ฝนเริ่มซาเม็ด สวนดอกไม้ที่เคยเป็นแปลงปลูกขายอย่างเดียวแล้วปรับตัวมาสู่ภาคการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้อีกทาง ก็จะพากันเปิดสวนต้อนรับอย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ยาวไปจนถึงปลายฤดูหนาวก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน

การขับรถเที่ยวเองยังมีข้อดีอีกอย่าง เพราะเราจะสามารถหอบสัมภาระไปได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวว่าน้ำหนักจะเกินตอนโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง หากนึกอยากไปตั้งแคมป์สัมผัสอากาศบริสุทธิ์นอนดูดาว หรือจะพกจักรยานติดไปด้วยเพื่อไปขี่ในเส้นทางที่ต่างจากเดิม แต่ไม่ว่าจะไปเที่ยวในรูปแบบใด วันนี้นอกจากจะต้องท่องเที่ยวด้วยวิถีใหม่ดูแลด้านสุขภาวะมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว สิ่งที่ไม่ควรหลงลืมไปก็คือการดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวไปพร้อมกัน



“และสิ่งสำคัญยิ่งในปีนี้ จะเน้นการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) ททท.ไม่เพียงมีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องจากเดิม แต่นับจากนี้จะเริ่มตั้งแต่ต้นทาง โดยเน้นที่ ZERO FOOD WASTE การบริหารการจัดการอาหารตั้งแต่ต้นทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อขยะเพิ่ม ทั้งการใช้วัสดุที่ไม่ทำให้เกิดขยะ ไปจนถึงการจัดอาหารให้พอเหมาะไม่มากจนเกินความต้องการ ที่สำคัญคือการใช้วัตถุดิบจากอาหารถิ่น นักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มลองรับประทานอาหารถิ่นที่ปรุงโดยเจ้าของถิ่นนั้น ๆ หรือจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ซึ่งทั้งหมดรวมถึงการสร้างความมีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวด้วย”



มาเชียงใหม่นอกจากอาหารถิ่นจำพวกเมนูอาหารเหนือหลากชนิดแล้ว ขอแนะนำให้ไปลิ้มลองซาลาเปาร้านเก่าแก่ที่ขายมาแล้วกว่า 70 ปี “ร้านวิกุลพานิช” ในย่านสันป่าข่อย จากเริ่มแรก “อากง” ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศจีนตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นำซาลาเปาสูตรเก่าแก่ที่พกติดตัวมาทำขายลูกละ 1-1.50 บาท วันนี้ซาลาเปาของลูกหลานอากงขายอยู่ที่ราคาลูกละ 18 บาท สำหรับไซซ์ปกติ และ 35 บาทสำหรับไซซ์ใหญ่พิเศษที่อิ่มแทนข้าวหนึ่งมื้อแบบจุก ๆ อย่าคิดว่าลุกใหญ่จะมีแต่แป้งบอกเลยว่าซาลาเปาร้านนี้ไส้แน่นด้วยเช่นเดียวกับขนมจีบลูกใญ่ที่ห่อด้วยเกี๊ยวแผ่นบาง



ใครจะไปชิมแนะนำให้ไปแต่เช้าเพราะแม้จะบอกว่าขายตั้งแต่ 08.00-16.00 น. หากวันไหนขายดีมีคนมาเหมาก็พร้อมจะปิดร้านเพราะทำจำนวนจำกัดวันต่อวัน ตรงไปที่ถนนเจริญเมือง เลยธนาคารกรุงไทยไปทางสะพานนวรัฐซื้อซาลาเปาเสร็จแล้วเหลียวมองไปไม่ไกลกันมีป้ายเขียนภาษาญี่ปุ่นบนกระดานดำดึงดูดให้เดินเลยไป นี่คือ “Flo coffee brewers” ร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดใหม่ไม่กี่เดือน โดยเช่าพื้นที่มุมหนึ่งของร้าน “ลิ้มศักดากุล สันป่าข่อย” เป็นที่มั่น จัดวางอุปกรณ์ในการชงกาแฟหลากหลายแบบที่คอกาแฟเห็นแล้วต้องรีบแวะเข้าไปนั่งสนทนาระหว่างที่รอเจ้าของร้าน ค่อย ๆ บดเมล็ดกาแฟตามรสชาติที่ลูกค้าชื่นชอบหลังจากถามไถ่กันเรียบร้อย และดริปผ่านกระดาษอย่างช้า ๆ



ระหว่างนั่งรอหากอยากลอง “กอมบูชา” ชาหมักสุดฮิต บอกเลยว่าของร้านลิ้มศักดากุลไม่ธรรมดา รสชาติไม่ติดฝาดมากและมีความซ่าปนอยู่เล็ก ๆ ทำให้ดื่มง่ายกว่าที่เคยได้ลิ้มลอง ชื่นชอบของเก่าก็เดินชมได้ทั่วร้านแบบที่คนขายไม่มาเดินตามกดดัน เพราะอีกธุรกิจหนึ่งของเจ้าของสถานที่ก็คือ ธุรกิจค้าของเก่า นอกเหนือจากการขายปุ๋ยและอุปกรณ์การเกษตรที่เป็นธุรกิจครอบครัวดั้งเดิม



การท่องเที่ยววิถีใหม่ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด หากวางแผนการเดินทางให้ดี และพร้อมจะค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ คุณก็อาจจะได้เป็นคนหนึ่งที่มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางให้ผู้คนได้ตามรอยในแบบฉบับที่ต่างไปจากเดิม.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 116