อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

ครรภ์เป็นพิษป้องกันได้

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้สามารถป้องกันและลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะความดันเลือดสูงและภาวะปัสสาวะมีโปรตีนในหญิงตั้งครรภ์ลงได้ เสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น.




ทาง รพ.สมิติเวช สุขุมวิท มีวิธีการตรวจหาความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษและสามารถป้องกันการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ ตั้งแต่อายุครรภ์ 11-13 สัปดาห์กับ 6 วัน โดยทางรศ.ดร.นพ.บุญศรี จันทร์รัชชกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เปิดเผยว่าปัจจุบันมีวิธีการตรวจหาความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษและสามารถป้องกันการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ โดยการทำอัลตราซาวด์วัดการไหลเวียนของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูก (Uterine artery Doppler) ทั้ง 2 ข้างซ้ายและขวา ร่วมกับ การเจาะเลือดแม่เพื่อตรวจวัดระดับ PIGF (Placental growth factor) หรือโปรตีนส่งเสริมการสร้างหลอดเลือด โดยในหญิงตั้งครรภ์ที่มีการพัฒนาของรกผิดปกติ ระดับสาร PIGF ในเลือดจะต่ำกว่าปกติ 



การตรวจคัดกรองนี้ จะนำค่าการไหลเวียนของ Uterine artery ทั้ง 2 ข้าง ระดับค่า PIGF ในเลือดและค่าความดันโลหิตของมารดา เข้า Software และคำนวณออกมาเป็น ค่าความเสี่ยงของแต่ละบุคคลในการเกิดครรภ์เป็นพิษ หากพบว่ามีความเสี่ยงสูง สามารถป้องกัน การเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ โดยแพทย์จะให้รับประทานยา ก่อนอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ ไปจนถึงอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยลดโอกาส เกิดครรภ์เป็นพิษ ก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ได้ถึง 70%

ขณะเดียวกันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ยังสามารถตรวจความผิดปกติของดีเอ็นเอในยีนของแต่ละบุคคล (Genetic Screening) ได้มากถึง 300 โรค ตรวจคัดกรองเด็กพิการ (Congenital anomaly screening) ด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ ตรวจทำนายภาวะแทรกซ้อนจากครรภ์เป็นพิษ ด้วยการวัดฮอร์โมน “Placental growth factor” (PlGF) และ soluble fms-like tyrosine kinase  (sFlt-1) เพื่อดูการทำงานของรก ความเสี่ยงต่าง ๆ รวมกับการวัดความดันโลหิตและฮอร์โมน คัดกรองความรุนแรงของภาวะครรภ์เป็นพิษ




แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์รพ.สมิติเวช สุขุมวิท อธิบายว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดครรภ์เป็นพิษ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่เคยมีประวัติตั้งครรภ์เป็นพิษ เคยตั้งครรภ์แฝด ป่วยด้วยโรคไต โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรครูมาตอยด์ โรคเบาหวาน  และป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง



ส่วนผูัที่มีความเสี่ยงปานกลาง จะเป็นการตั้งครรภ์แรกอายุ 35 ปี น้ำหนักมากผิดปกติ มีประวัติคนในครอบครัวเคยตั้งครรภ์เป็นพิษ มีประวัติลูกตัวเล็ก ท้องที่แล้วลูกเสียชีวิต ระยะห่างของการตั้งครรภ์มากกว่า 10 ปี  ซึ่งหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง ควรอยู่ในความดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด รับประทานยาแอสไพรินก่อน 16 สัปดาห์  ซึ่งเป็นช่วงที่รกกำลังสร้างไปจนถึง 36 สัปดาห์จะทำให้เส้นเลือดขยายตัวไปเลี้ยงทารกได้ดีขึ้น   และสามารถลดอาการครรภ์เป็นพิษได้ 62-82 % 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 97