อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

"วรางคณา-รมย์ราวินท์" ใช้ชีวิตคู่บนความอดทนและให้อภัย

ร่วมชีวิตเป็นสามีและภรรยากันมากว่า 2 ปีสำหรับ “ซัน-รมย์ราวินท์ การิวัลย์” และ “จริง-วรางคณา จิตศักดานนท์” ตอนนี้ถือว่าผ่านด่านชีวิตคู่มาอีกหนึ่งขั้นกับการเลี้ยงดูพยานรักคนแรกอย่าง “จิณณา” ลูกสาวแสนน่ารักเพิ่งพ้นวัยขวบปีไปหมาด ๆ แต่ชีวิตที่ผ่านมาราบรื่นหรือมีอุปสรรคแค่ไหนทั้งคู่ยินดีมาเปิดใจตั้งแต่เริ่มรู้จักกัน ศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00 น.

จริงเล่าว่าเจอซันครั้งแรกตอนเขาทำงานกับรุ่นพี่ที่ตัวเองสนิทแต่ไม่เคยคุยกัน กระทั่งผ่านไปปีกว่าจึงมีโอกาสเจอกันอีกครั้ง ตัวเองเพิ่งกลับมาจากเที่ยวประเทศสวีเดน รุ่นพี่คนนั้นชวนไปงานออกบูธที่ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ ทำให้พูดคุยกับซันเป็นครั้งแรก และหลังจากเสร็จงานตัวเองร่วมงานฉลองวันคล้ายวันเกิดเพื่อนต่อซึ่งซันรู้จักกับเจ้าของร้านพอดีจึงมาคุยกันต่อที่ร้านอาหาร ถ้าถามว่าปิ๊งตั้งแต่แรกมั้ยไม่ใช่ในเชิงชู้สาวแต่รู้สึกว่าซันเป็นเด็กพูดจารู้เรื่องทั้งที่อายุน้อยกว่าถึง 7 ปี 

ส่วนซันบอกว่าอยู่กับจริงแล้วรู้สึกสนุก เนื่องจากจริงเป็นคนร่าเริงตลอดเวลา และน่ารัก ตัวเองเที่ยวมาพอสมควรแล้วอยากหาใครสักคนที่เข้ามาในชีวิตแล้วคุยกันรู้เรื่องเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งตอนจริงเข้ามาในชีวิตตัวเองรู้สึกมีความสุข รวมถึงมีไลฟ์สไตล์ค่อนข้างตรงกัน สำหรับอายุที่ห่างกันไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาเพราะชอบคนอายุมากกว่าอยู่แล้ว



หลังจากตัดสินใจคบหาจริงเผยว่าไม่ค่อยเปิดตัวมากนักเพราะเคยคบคนอายุน้อยกว่าแล้วไม่ประสบความสำเร็จ แต่ฝั่งครอบครัวของซันรับรู้ว่าคบกันเนื่องจากซันพาไปเจอคุณพ่อตั้งแต่วันแรกที่เดท ตกใจเหมือนกันเพราะที่ผ่านมาคบกับคนอื่นกว่าจะไปเจอครอบครัวต้องผ่านไปสักพัก แต่เขาพาไปกินข้าวกับคุณพ่อตั้งแต่ครั้งแรก ใช้เวลาประมาณครึ่งปีรู้สึกว่ามั่นใจแล้วจึงเริ่มเปิดตัวมากขึ้นพาไปให้ครอบครัวรู้จัก หลังเปิดตัวแล้วมีหลายคนค้านว่า “จะดีเหรอ” ซึ่งส่วนตัวมองว่า “ไม่มีอะไรดีที่สุดหรอก” ต้องลุ้นกันไป

แต่ในเรื่องนิสัยทั้งคู่บอกว่าไม่ค่อยต่างกัน จริงมีความละเอียดมากกว่าซึ่งมองว่าเป็นธรรมดาของผู้หญิง แต่นิสัยใจคอมีความคล้ายคลึงกันแค่มองหน้ากันก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดอะไร เรียกว่าทันกัน ศีลเสมอกัน คุยกันสนุก แต่ใจร้อนทั้งคู่ขึ้นอยู่กับใครจะเป็นคนยอมลงให้ ส่วนใหญ่ซันจะเป็นคนยอม แม้ทะเลาะกันบ่อยไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่แต่ซันถือคติว่า “การทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติในชีวิตคู่”



ตอนตัดสินใจแต่งงานจริงเล่าว่าพูดคุยกันอย่างจริงจังเนื่องจากตัวเองอายุ 37 ปีแล้ว เป้าหมายหนึ่งในชีวิตคืออยากมีลูก หลายคนเตือนและให้ข้อมูลว่าการตั้งครรภ์ตอนอายุมากมีความเสี่ยงอย่างไรบ้างจึงคุยกับซันจริงจังว่าหากไม่แต่งงานก็ต้องแยกทางกันซึ่งซันตกลง หลังแต่งไม่นานก็ตั้งครรภ์ขณะนั้นกำลังมาปรึกษาแพทย์เตรียมพร้อมก่อนมีลูกแต่แพทย์ลองคำนวนดูปรากฏว่ามาแล้ว ตอนท้องรู้สึกกังวลมากเพราะไม่ได้ปรึกษาคุณหมอก่อนกว่าจะสามารถตรวจดูว่ามีโครโมโซมผิดปกติหรือเปล่าต้องรอ 3-4 เดือนพร้อมกับปรับตัวด้วยการปาร์ตี้กับเพื่อนน้อยลง

หลังคลอดลูกสาวคนแรกแล้วชีวิตยิ่งเปลี่ยนตลอดระยะเวลา 1 เดือนแรกไม่ออกจากห้องเลยเพราะอยากจะดูแลลูกให้ดีที่สุด แตกต่างกับซันที่ยังทำงานหนักมาก ด้วยความที่เป็นคุณแม่มือใหม่ไม่ค่อยกล้าจับลูกไม่กล้าอาบน้ำให้ลูกฝ่ายคุณพ่อจึงเป็นคนดูแลตรงนี้ตลอดและสุดท้ายตัดสินใจลาออกจากบ้านมาช่วยเลี้ยงลูกอีกแรง



ความประทับใจต่อกันฝ่ายภรรยาตอบก่อนว่า หลัก ๆ คือเขาไม่เคยยอมเลิกกับเราไม่ว่าโกรธแค่ไหน ในชีวิตคู่บางครั้งมีจุดไปต่อไม่ได้เพราะการไปต่อหมายถึงต้องไปด้วยกัน และกลายเป็นตัวเองเป็นคนที่ไม่อยากไป ซึ่งหากไม่ใช่ซันอาจเลิกกันไปแล้ว ด้านซันยังยืนยันคำเดิมว่า ประทับใจนิสัยใจคอของจริงเพราะอยู่ด้วยแล้วสนุกสนาน มีทั้งความเป็นผู้ใหญ่และเด็ก อยู่ด้วยกันแล้วไม่รู้สึกเบื่อ



ส่วนความเป็นห่วงฝ่ายสามีเผยว่าห่วงเรื่องการ “ใช้อารมณ์” แม้ว่าเป็นคนอารมณ์ร้อนทั้งคู่แต่จริงเป็นคนอารมณ์ร้อนกว่า โดยเฉพาะเวลาทำงานบางครั้งโมโหจนลูกน้องกระเจิงหมดจึงอยากให้เพลา ๆ ลงบ้างเพราะสังคมสมัยนี้น่ากลัวไม่เหมือนเมื่อก่อน อาจเกิดเหตุการณ์บันดาลโทสะขึ้นได้ง่าย อยากให้พยายามอารมณ์เย็นกว่านี้ ขณะที่จริงค่อนข้างกลัวซัน “เบื่อ” เนื่องจากซันเป็นคนที่ต้องเสียสละหลายอย่าง ในชีวิตมีแต่ภรรยาและลูก จนอาจขาดชีวิตส่วนตัวไป

ปิดท้ายถึงหลักการใช้ชีวิตคู่จริงเลือก “การให้อภัย” ไม่ว่าผิดมากหรือน้อยหากอยากรักษาชีวิตคู่ต้องรู้ให้อภัยกัน ไม่อย่างนั้นคงไปต่อไม่ได้ ขณะที่ซันใช้หลัก “อดทน” ซึ่งเห็นแบบอย่างมาจากคุณพ่อคุณแม่ แม้ทะเลาะกันหลายครั้งแต่ก็ใช้ความอดทนประคับประคองเรื่อยมา เช่นเดียวกับคู่ตัวเองที่ตอนคบกันใหม่ ๆ จริงเอ่ยปากให้เลิกกันบ่อยมาก แต่ส่วนตัวมองว่าการทะเลาะกันพูดจากระทบกระทั่งเป็นเรื่องเล็กและยึดความอดทนเป็นหลักเสมอมา. 





"ต้นรัก"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 58