อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

"ชวมณฑ์ ปวโรดม" ขับเคลื่อนสุวิมลสู่ "ราชินีแห่งหนังเอ็กซอติก"

สาวเก่งแห่งแบรนด์สุวิมล “ฝน-ชวมณฑ์ ปวโรดม” เผยเส้นทางสร้างแบรนด์สู่การเป็นราชินีแห่งหนังเอ็กซอติก พฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2563 เวลา 15.28 น.

ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบ 10 ปี กว่าจะมาเป็น “สุวิมล” (S'uvimol) แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กซอติกที่หลายคนคุ้นหูอย่างทุกวันนี้ “ฝน-ชวมณฑ์ ปวโรดม” ทายาทคนโตของ “วิบูลย์ ปวโรดม - พัชรพิมล ยังประภากร” ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการร่วมกับคุณแม่เพื่อสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งด้านคุณภาพและชื่อเสียง

ฝนย้อนเล่าตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ว่า แต่เดิมคุณตา “อุทัย ยังประภากร” ทำธุรกิจฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ และให้จระเข้กับคุณแม่จำนวน 500 ตัว ซึ่งคุณแม่นำมาทำเป็นฟาร์มจระเข้สำหรับส่งออกเนื้อและหนังโดยเฉพาะ เมื่อธุรกิจเริ่มอยู่ตัวบวกกับความชอบด้านแฟชั่น คุณแม่จึงอยากทำกระเป๋าหนังจระเข้ในราคาที่จับต้องได้และเข้าถึงง่าย เพราะกระเป๋าหนังจระเข้ของแบรนด์ใหญ่ ๆ ขณะนั้นมีราคาสูงถึงใบละล้าน นอกจากนี้หลายคนยังมองว่าคนที่ใช้กระเป๋าหนังจระเข้คือคนที่มีอายุ ด้วยเหตุผลที่ราคาแพง และมีเพียงไม่กี่สี เป็นที่มาของแบรนด์ “สุวิมล” ซึ่งนอกจากเป็นชื่อคุณยาย ยังมีความหมายถึง “ผู้หญิงสวย”



ตอนที่คุณแม่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ เป็นช่วงที่ตัวเองกำลังจะสำเร็จการศึกษาด้านอินดัสเตรียล ดีไซน์ จากโรงเรียนดีไซน์โรดไอแลนด์ (Rhode Island School of Design) ซึ่งจริง ๆ หลังจากเรียนจบอยากทำงานที่อื่นก่อน แต่สุดท้ายตัดสินใจกลับมาช่วยคุณแม่สร้างแบรนด์สุวิมล เนื่องจากตอนนั้นคุณแม่ทำธุรกิจสไตล์ “เมด ทู ออเดอร์” เป็นหลัก คือลูกค้าสามารถระบุได้ว่าอยากได้แบบไหน ส่วนตัวมองว่าการทำธุรกิจแบบนี้เป็นงานศิลปะมากกว่าเป็นสินค้า แต่คนส่วนใหญ่เลือกซื้อกระเป๋าเพราะอยากได้รับการจดจำมากกว่าซื้อเพื่อนำกระเป๋าไปชื่นชมแบบงานศิลปะ จึงต้องมีการปรับรูปแบบธุรกิจใหม่ ค้นหาดีไซน์ที่เป็นของเราเอง และสามารถผลิตซ้ำได้
การที่แบรนด์เป็นที่รู้จักขึ้นมา ฝนเผยว่าถือเป็นความโชคดี เพราะมองว่าตัวเองไม่ได้เก่งมากไปกว่าใคร แต่บังเอิญทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาถูกใจหลายคน ตอนที่เข้ามาช่วยคุณแม่รีแบรนด์คือช่วงที่ยังมีหน้าร้านอยู่ที่ทองหล่อ กระเป๋าใบแรกที่ออกแบบคือ “สแควร์ เอฟ” (Square F) ซึ่งทุกวันนี้ยังเป็นรุ่นที่ขายดีอันดับ 1 หลังจากนั้นไม่นานจึงเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าชิดลม และศูนย์การค้าสยามพารากอน และได้รับความนิยมมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นที่รู้จัก



“การทำแบรนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องยอมรับว่าผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกถือกระเป๋าเพราะแบรนด์เป็นอันดับแรก แม้ฟังก์ชั่นการใช้งานอาจไม่ตอบโจทย์มากนักแต่ถ้าแบรนด์เป็นที่รู้จักเขาก็ถือ เมื่อเรามาทำกระเป๋าเอ็กซอติกซึ่งมีราคาแพง ลูกค้าไม่ได้คำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานมากนักแต่ให้คุณค่ากับแบรนด์มากกว่า โชคดีที่ช่วงแรกเติบโตเร็วเพราะได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าชาวอาหรับที่ค่อนข้างเปิดรับแบรนด์ใหม่ ๆ แต่อุปสรรคของธุรกิจคือการทำ “แบรนดิ้ง” ให้ลูกค้าคนไทยยอมรับ เพราะในฐานะที่สุวิมลเป็นแบรนด์ไทย ทำของสวย ๆ ขึ้นมาก็อยากให้คนในประเทศได้ใช้” ฝนกล่าวถึงปัญหาอุปสรรค



ก่อนบอกว่า นอกจากผลิตกระเป๋าที่คุณภาพดีแล้ว แบรนดิ้งต้องอยู่ในระดับที่ลูกค้ารู้สึกว่าถือออกไปข้างนอกแล้วไม่อายเพื่อน และได้รับการยอมรับในสังคม ส่วนตัวมองว่ากระเป๋าเป็นตัวจบงานของการแต่งตัว เช่นผู้หญิงบางคนใส่แค่เสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงยีนส์ในวันสบาย ๆ แต่หยิบกระเป๋าหนังจระเข้มาถือก็ดูน่าสนใจได้ บางคนจึงลงทุนกับการซื้อกระเป๋ามากกว่าเสื้อผ้าด้วยซ้ำ จึงต้องทำแบรนด์ให้แข็งแกร่งจนลูกค้ามั่นใจ และภูมิใจที่ถือกระเป๋าในระดับที่ทุกคนยอมรับ

อย่างไรก็ตามการทำให้แบรนด์แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับ ฝนบอกว่า “คุณภาพ” ต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ชาวอาหรับกลุ่มแรกที่เข้ามาซื้อกระเป๋าจนทำให้แบรนด์สุวิมลได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จัก เขาไม่ได้รู้จักแบรนด์สุวิมลมาก่อน แต่มองที่คุณภาพและราคาของกระเป๋า ส่วนการทำแบรนดิ้งเป็นเรื่องขององค์ประกอบต่าง ๆ เช่น สถานที่ที่วางจำหน่าย ราคา และการสื่อสารแบรนด์ไปยังลูกค้า ซึ่งต้องมีกรอบให้ชัดเจน



หลักการทำงานที่ทำให้ธุรกิจประสบความในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ทายาทแบรนด์สุวิมลเผยว่าคือการ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เบื้องหลังของการผลิตสินค้ากว่าจะมาเป็นกระเป๋าหนังเอ็กซอติกสวย ๆ แต่ละใบ มีกระเป๋าจำนวนมากที่ถูกทำขึ้นเป็นตัวอย่างแต่ไม่ได้นำมาผลิตหรือวางจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าแต่ละแบบ แต่ละชิ้นดีที่ออกมานั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า คุ้มค่ากับราคา ไม่ใช่ตั้งราคาสูงเพราะแบรนด์มีชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

“ตั้งแต่แรกเริ่มที่ทำแบรนด์ “สุวิมล” เป้าหมายคือการเป็น “ควีน ออฟ เอ็กซอติก” ที่เชี่ยวชาญด้านการทำกระเป๋าหนังเอ็กซอติก และสามารถตอบโจทย์ผู้หญิงทั่วโลกที่ชื่นชอบกระเป๋าหนังเอ็กซอติก ผ่านการพัฒนาดีไซน์ให้ทันสมัย และราคาน่ารัก จึงพยายามขยายสาขาไปในต่างประเทศให้มากที่สุด” สาวเก่งเผยทิศทางของแบรนด์ พร้อมบอกว่า ในฐานะควีน ออฟ เอ็กซอติก ขณะนี้จึงมีสินค้าจากหนังเอ็กซอติกหลายประเภทมากขึ้นนอกเหนือจากหนังจระเข้ อาทิ หนังงู หนังนกกระจอกเทศ หนังกิ้งก่ายักษ์ และหนังปลากระเบนที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาล่าสุด เป็นต้น และในอนาคตจะมีหนังเอ็กซอติกใหม่ ๆ เพิ่มเพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น



รวมถึงการผลิตสินค้าขนาดเล็ก เช่น กระเป๋าสตางค์ หรือกระเป๋าจิ๋ว ที่ราคาไม่แพงมาก ให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้นอกจากแบรนด์สุวิมลยังมีแบรนด์หนังเอ็กซอติกสไตล์ยูนิเซ็กส์อย่าง “เมซอง เอสวีเอ็ม” (Maison SVM) ที่น้องสาว (ฟ้า-ภณภิสา ปวโรดม) รับหน้าที่ดูแลเป็นหลัก รวมไปถึงร้านอาหาร “สุวิมล ที เฮ้าส์” (S'uvimol Tea House) ที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว.

"รุ่นใหม่ไฟแรง"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 51