อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

"กานต์-ณัฐชา ชยางคานนท์" ไทยซุปฯ 2020 ใช้หลักพัฒนาตัวเองเสมอเดินหน้าสู่แวดวงบันเทิง

เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง เพราะหลังจากคว้าตำแหน่ง “ไทยซุปเปอร์โมเดล 2020” ไปเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุด “กานต์-ณัฐชา ชยางคานนท์” สาวหน้าหวานจาก จ.เชียงใหม่ กำลังจะมีผลงานละครกับทางช่อง 7 เอชดี ให้ติดตามในเร็ว ๆ นี้แล้ว เจ้าตัวจึงถือโอกาสมาทำความรู้จักกับแฟน ๆ พร้อมย้อนรอยเส้นทางจากสาวเหนือสู่ดาวดวงใหม่ในวงการบันเทิง อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 14.00 น.


เริ่มอยากเป็นนางแบบตั้งแต่เมื่อไหร่!!
มีความฝันในการเป็นนักแสดงและทำงานในวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก อาชีพนักแสดงคอยมอบความสุขให้แก่คนอื่น จึงอยากทำงานด้านนี้เพราะตัวเองดูละครมาตั้งแต่เด็ก ๆ คิดว่าอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่ท้าทาย ต้องใช้ทักษะหลายด้าน เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถทำให้พัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา ส่วนเรื่องการเป็นนางแบบ ส่วนตัวรับงานถ่ายแบบตั้งแต่ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย รู้สึกชอบถ่ายรูป ชอบแต่งตัวสวย ๆ จึงคิดว่ารายการไทยซุปเปอร์โมเดลเป็นเวทีที่ตอบโจทย์ทั้งด้านวงการนางแบบ รวมไปถึงด้านวงการบันเทิง

ดูละครมาตั้งแต่เด็กมีละครเรื่องที่ประทับใจเป็นพิเศษไหม!
ชอบเรื่องพลิกดินสู่ดาว เพราะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับการแข่งขันร้องเพลง ทุกคนต้องฝึกฝนตัวเอง ทำให้เห็นว่าการเป็นนักแสดงไม่ใช่แค่เพียงแสดงละครอย่างเดียว แต่มองว่าอาชีพนักแสดงเป็นการสร้างความสุขให้แก่ผู้อื่น ในการแสดงบทบาทของตัวเอง และแต่ละบทบาทก็มีเอกลักษณ์และจุดเด่นของตัวเอง ซึ่งจุดนี้ส่วนตัวมองว่าเป็นการพัฒนาตัวนักแสดงเองด้วย



เพิ่งประกวดไทยซุปเปอร์โมเดลเป็นเวทีแรก!
ถ้าเป็นเวทีระดับประเทศถือเป็นเวทีแรก แต่ก่อนหน้านี้เคยประกวดเทพียี่เป็ง เป็นเวทีแรกในสายนางงาม ช่วงแรก ๆ ต้องปรับหลายอย่าง เพราะการเดินในประกวดนางงามแตกต่างกับการเดินแบบนางแบบ แต่เราสามารถสร้างคาแรกเตอร์ให้กับตัวเองได้หลายอย่าง ถือเป็นความท้าทายที่ต้องเดินให้เหมือนนางแบบไม่ใช่นางงาม


ทำไมเบนสายจากนางงามมาเป็นสายนางแบบ
เริ่มจากการคุยกับพี่สาว และช่วงนั้นมีการโปรโมตการประกวดไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2020 พอดี เพื่อนพี่สาวจึงลองชวนให้มาประกวด คิดว่าตัวเองได้ตำแหน่งเทพียี่เป็งที่เป็นสายนางงามมาแล้ว อยากลองเปลี่ยนแนวดูเผื่อฟลุกแล้วได้ทำงานในวงการบันเทิง เพราะอย่างที่บอกว่าอยากทำงานในวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก และเห็นรุ่นพี่จากเวทีไทยซุปเปอร์โมเดลประสบความสำเร็จในการเป็นทั้งนางแบบและนักแสดง จึงคิดว่าถ้าทำตรงนี้สำเร็จถือเป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตที่อยากทำ

มีใครเป็นไอดอลไหม
มีพี่แซมมี่ เคาวเวลล์ ไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2007 กับพี่สา-อนิสา นูกราฮา ไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2010 พี่แซมมี่เป็นสายนางเอก ส่วนพี่สาเป็นสายนางร้ายแต่หน้าหวาน ซึ่งอยากลองเปลี่ยนดูบ้าง เพราะมีแต่คนบอกว่าตัวเองหน้าหวานเหมาะกับการเป็นนางเอก แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในการทำให้คนดูอินไปกับบทบาทนางร้ายแม้ว่าตัวเองหน้าหวาน



หลังจากตัดสินใจประกวดเวทีไทยซุปเปอร์โมเดลต้องพัฒนาตัวเองอย่างไรบ้าง
อย่างแรกคือเรื่องการเดินแบบ เพราะเวทีเทพียี่เป็งเป็นเวทีประกวดในจังหวัดเชียงใหม่ จึงมีจังหวะการเดินแบบช้า ๆ มีการบิดตะโพก การตอบคำถาม ซึ่งพอไปย้อนดูการประกวดไทยซุปเปอร์โมเดลปีก่อน ๆ ทุกคนเดินสับมาก จริง ๆ ตอนที่เข้ารอบ 20 คนสุดท้ายตัวเองยังติดเดินแบบนางงามอยู่ แต่โชคดีที่ทางกองประกวดฯ มีการสอนเดิน สิ่งหนึ่งที่ครูย้ำคือนางแบบต้องสามารถคุมเสื้อผ้าแต่ละชุดที่สวมใส่ ปรับคาแรกเตอร์ให้เป็นไปตามคอนเซปต์ของเสื้อผ้า จึงต้องฝึกทั้งอินเนอร์และการเดินแบบด้วย

ย้อนไปตอนได้ตำแหน่งไทยซุปเปอร์โมเดล 2020 รู้สึกอย่างไรบ้าง
ดีใจมาก ไม่คิดว่าจะได้เป็นหนึ่งเดียวที่ได้ตำแหน่ง ตอนที่ประกวดเพียงแต่คิดว่าจะทำให้ดีที่สุด ส่วนตัวค่อนข้างเป็นคนจริงจังกับทุกเรื่อง จึงทำทุกอย่างให้เต็มที่ที่สุด พยายามปรับบุคลิก ปรับคาแรกเตอร์ของตัวเองในทุก ๆ โชว์ของการประกวดฯ ตอนได้ตำแหน่งคุณพ่อคุณแม่ ทุกคนในครอบครัวดีใจมาก แต่ก็ต้องมาคิดว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไรในการย้ายมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ




ตอนประกวดคาดหวังไหม
เชื่อว่าทุกคนที่มาประกวดมีความคาดหวังอยู่แล้ว ตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่คิดว่าถ้าได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็มองว่าแค่มายืนเป็น 20 คนสุดท้ายก็ได้อะไรมากกว่ารางวัลแล้ว ได้รู้จักกับเพื่อนแทบทุกภาคของประเทศ ที่ชอบมากคือเวทีนี้มีการสอนเดินแบบและสอนเต้น เป็นการเก็บตัวที่ไม่ได้เครียด เพื่อน ๆ ทุกคนไม่ได้มาเพื่อแก่งแย่งกัน แต่มีความสุขกับการเก็บตัว จึงรู้สึกว่าสิ่งที่ได้เป็นอะไรที่มากกว่ารางวัล ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพ ทุกวันนี้ยังคุยกับเพื่อน ๆ ในกองประกวด รวมไปถึงทักษะการเดินแบบ ทุกวันนี้ตัวเองเปลี่ยนไปมากจนหลายคนทักว่าดูสง่าขึ้นในการเดิน ดีใจที่ความพยายามของเราพาให้เรามาถึงจุดนี้ได้

ชื่อ    :    ณัฐชา ชยางคานนท์
อายุ    :    23 ปี
การศึกษา    :    ปริญญาตรี
คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


หลังได้ตำแหน่งเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
เปลี่ยนค่อนข้างเยอะ อย่างแรกคือต้องมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ โดยอาศัยอยู่กับพี่สาวคนที่ 2  อีกอย่างคือการทำงานในวงการบันเทิง พบเจอคนที่มีความหลากหลายมากขึ้น ต้องมีการปรับตัว รวมไปถึงมีคนรู้จักมากขึ้นด้วย



เป้าหมายต่อไปอยากทำอะไร
อยากเรียนปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์เพิ่มอีกใบ เพราะตอนเรียนรัฐศาสตร์ได้เรียนกฎหมายบ้างเล็กน้อยแล้วรู้สึกชอบ แม้ต้องเรียนหนักแต่มองว่าสิ่งที่สามารถนำไปช่วยผู้อื่นได้ ส่วนอีกทางหนึ่งอยากเรียนต่อปริญญาโทด้านนิเทศศาสตร์ ซึ่งตัวเองเลือกเรียนเป็นวิชาโทตอนมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว จึงอยากเรียนรู้เกี่ยวกับวงการบันเทิงมากขึ้น เนื่องจากวงการบันเทิงไม่ได้มีแค่นักแสดง แต่มีฝ่ายอื่น ๆ ด้วย อย่างน้อยถ้าเรียนเพิ่ม เราจะได้เปิดมุมมองของตัวเองให้เข้าใจการทำงานของฝ่ายอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น และหวังว่าจะนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดพัฒนาวงการบันเทิงในประเทศไทยได้ ไม่ใช่แค่พัฒนาตัวเองอย่างเดียว

แล้วเส้นทางในวงการบันเทิงตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ช่วงนี้มีเรียนการแสดงที่ช่อง 7 และมีงานเดินแบบบ้าง รวมถึงเร็ว ๆ นี้กำลังจะมีผลงานละครกับทางช่อง 7 ถือว่าได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่และพี่ ๆ ช่อง 7 เมตตาทำให้เราถึงฝัน

ทำไมถึงเลือกเรียนด้านรัฐศาสตร์
คุณพ่ออยากให้รับราชการ โดยแนะนำระหว่างนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ แต่ด้วยตัวเองชอบสิ่งที่เป็นต่างประเทศ มีความเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล เพราะเคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกา 1 ปี ตอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เมื่อกลับมาจึงอยากเรียนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากได้ภาษาด้วยและยังได้ทำงานกับต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ชอบ



มีมุมมองต่อวงการบันเทิงอย่างไรบ้าง
ก่อนหน้านี้มีคิดบ้างว่าในวงการบันเทิงค่อนข้างรุนแรงเหมือนในละคร แต่ขอเลือกไม่เอาด้านลบมาคิด เพราะงานในวงการบันเทิงเป็นสิ่งที่อยากทำ จึงคิดเพียงแต่ว่าจะทำอย่างไร หรือวางตัวอย่างไรให้คนรักและเอ็นดูมากกว่าแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน อย่างแรกคือ ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ที่ผ่านมาได้รับการสั่งสอนจากพี่ ๆ ว่าในวงการบันเทิงมีคนมาและไปเร็วเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะพัฒนาตัวเอง และวางตัวทำให้คนรักคนเอ็นดูได้มากแค่ไหน

คุณพ่อคุณแม่มีให้แนวทางหรือคำสอนบ้างไหม
ต้องเล่าก่อนตัวเองแอบมาประกวดไทยซุปเปอร์โมเดล เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่อยากให้เรียนจบก่อน เน้นที่การเรียนเป็นหลัก เพราะเราทำกิจกรรมตั้งแต่ปี 1 ทำให้การเรียนไม่ค่อยสม่ำเสมอ คุณพ่อคุณแม่จึงบอกว่าถ้าอยากทำงานในวงการบันเทิงจริง ๆ ให้รอเรียนจบก่อน มารู้อีกทีตอนที่ทางแฟนเพจของไทยซุปเปอร์โมเดลประกาศผลรอบ 50 คน แต่คุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สอนคือให้คิดถึงผลของการกระทำ พยายามมีสติในการทำทุกอย่าง รวมถึงความอ่อนน้อมและกตัญญูรู้คุณ ก็จะช่วยให้เราทำงานได้ดี แต่ท่านคอยเตือนคอยสอนทุกเรื่องอยู่แล้ว 

มีแฟนหรือยัง สเปกเป็นแบบไหน
ยังไม่มีค่ะ ไม่ได้มีสเปกรูปร่างภายนอกชัดเจน แต่ชอบคนที่เข้าใจเราและครอบครัว. 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น