อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

ตัวเด็กหรือเสียงเด็ก ที่เป็นพลังให้ผู้ใหญ่แก้ไขโลกร้อน

สัปดาห์นี้ชวนตั้งคำถามหาตำตอบ “ตัวเด็ก” หรือ “เสียงของเด็ก” กันแน่ที่เป็นพลังให้ผู้ใหญ่แก้ไขภาวะโลกร้อน หลังประกาศหยุดเรียนประท้วงโลกร้อนทุกวันศุกร์ พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ขณะนี้เริ่มมีบางประเทศประกาศให้โลกร้อนเป็น “ภาวะฉุกเฉิน” เพื่อเร่งแก้ไขไม่ให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเลวร้ายไปกว่านี้ โดยแรงผลักดันที่สำคัญก็คือ “เด็ก ๆ” ที่หยุดเรียนประท้วงโลกร้อนทุกวันศุกร์ เพราะพวกเขาจะอยู่ในโลกใบนี้พร้อมกับผลพวงภัยพิบัติโลกร้อนที่ผู้ใหญ่ก่อหากไม่คิดจะลงมือทำอะไรเลย

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา “ประเทศอังกฤษ” เป็นประเทศแรกที่ประกาศให้ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เป็นภาวะฉุกเฉิน และไม่กี่วันหลังจากนั้น “ประเทศไอร์แลนด์” ได้ประกาศเช่นกัน ซึ่งการประกาศนี้เกิดขึ้นหลังมีการหยุดเรียนประท้วงโลกร้อนโดยกลุ่มเด็กและนักเรียนทั่วโลก ที่เริ่มต้นโดย “เกรตา ธันเบิร์ก” เด็กหญิงนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมในวัย 16 ปี ผู้สร้างแรงผลักดันครั้งยิ่งใหญ่นี้

“เกรตา ธันเบิร์ก” คือนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน เธอกลายเป็นที่รู้จักหลังกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีการประชุมแก้ไขปัญหาโลกร้อน COP24 ของ UN ที่ประเทศโปแลนด์ ตอกผู้นำโลกในความล้มเลวต่อการแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยมีวลีเด็ดว่า “คุณบอกว่าคุณรักลูกหลานเหนือสิ่งอื่นใด แต่คุณกำลังพรากอนาคตไปจากพวกเขา”



นอกจากนี้ เกรตา ยังเป็นผู้ริเริ่มการหยุดเรียนในวันศุกร์ประท้วงเรื่องโลกร้อน School strike for climate อีกด้วย ต่อมาการประท้วงขยายไปทั่วโลก กระทั่งในการประท้วงครั้งใหญ่ในวันศุกร์ที่ 15 มี.ค.62 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมการหยุดเรียนประท้วงมากกว่า 1.5 ล้านคน จากกว่า 2,000 แห่ง ใน 125 ประเทศทั่วโลก

ในการประท้วงใหญ่ดังกล่าว ประเทศไทยเองมีกลุ่มนักเรียนนักศึกษารวมตัวกันหยุดเรียนชุมนุม เพื่อรณรงค์ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยไทยนั้นมีปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายด้าน รวมทั้งขยะในทะเล (อันดับ 6 ของโลก) มลพิษอากาศ (อันดับต้น ๆ ของโลก) การล่าสัตว์ การบุกรุกทำลายพื้นที่ป่า และอื่น ๆ 

นอกจากกลุ่มนักเรียนแล้ว ยังมีกลุ่มนักเคลื่อนไหว Extinction Rebellion ที่จัดชุมนุมในลอนดอนเพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างเร่งด่วน และเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษกำหนดนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็น 0 ภายในปี 2025 ก่อนการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่คุกคามการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์จะมาเยือน

และในอีกไม่นาน คาดว่าจะมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมตามกันไปอีกหลายประเทศ ในวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลของ “ประเทศเม็กซิโก” ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองหลวงของเม็กซิโก หลังจากที่ค่าฝุ่นละออง pm. 2.5 พุ่งสูงถึงระดับ 158 มคก./ลบ.ม. ขณะที่ “ประเทศสกอตแลน์” ก็มีการประกาศตั้งเป้าว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรื่องกระจกให้เป็น 0 ภายในปี 2045 ประเทศอังกฤษ” ตั้งเป้าลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 80% ภายใน 2050 (เทียบกับปี 1990)




หวังว่าประเทศมหาอำนวจอื่น ๆ จะเร่งมาตรการแก้ไขปัญหาโลกร้อนโดยเร็ว จากสถิติปี 1990-2014 จัดลำดับให้ “ประเทศจีน” เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ตามมาด้วย “ประเทศสหรัฐอเมริกา” และประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ส่วน “ประเทศไทย” ถูกจัดให้อยู่ลำดับที่ 26

การรณรงค์ของเด็ก ๆ เพื่อให้ผู้ใหญ่แก้ไขโลกร้อนไม่หยุดเพียงเท่านี้ ยังมีต่อเนื่องทุก ๆ วันศุกร์ โดยในวันศุกร์ที่ 24 พ.ค.นี้ เวลา 11.00-13.00 น. จะมีการเดินรณรงค์แก้ไขปัญหาโลกร้อนในกรุงเทพฯ เริ่มที่สนามกีฬาแห่งชาติ เดินไปที่หอศิลป์ สยาม ก่อนจบที่ราชประสงค์ จัดโดยกลุ่ม Climate Strike Thailand และ Too Young to Die

สหประชาชาติได้เตือนว่า ปี พ.ศ. 2573 ปัญหาโลกร้อนอาจนำไปสู่ภัยพิบัติครั้งใหญ่ อย่างน้ำท่วมใหญ่ แห้งแล้งและอากาศร้อนจัด หนาวจัด ไฟป่า พายุ ขาดแคลนอาหาร ผู้คนล้มตาย สัตว์สูญพันธุ์ เนื่องจากวิกฤิตโลกร้อน และสภาพภูมิอากาศแปรปรวน หากเราไม่ลงมือทำอะไรเลย

ปัญหาเรื่องของโลกร้อนเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างร่วมกันสร้าง และจะต้องประสบ ถึงเวลาหรือยังที่ไทยจะหันมาแก้ปัญด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อที่จะส่งต่อโลกที่สดใสให้คนรุ่นถัดไป และไม่ทิ้งภาระแก่คนรุ่นหลัง โดยร่วมกันลงมือแก้ไขปัญหาตอนนี้

“ปี 2078 ฉันจะอายุ 75 ปี ถ้าฉันมีลูกหลาน พวกเขาคงถามฉันถึงพวกคุณว่า พวกคุณไม่ทำอะไรเลยหรือ ในเวลาที่ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลง?” เกรต้า ธันเบิร์ก กล่าว.
………………………
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง
โดย “ร่มธรรม ขำนุรักษ์”
ขอบคุณภาพประกอบจาก : @GretaThunberg , www.fridaysforfuture.org


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 335