อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

ขอบคุณแทนหนูน้อยมือกุด เศรษฐีอาสาดูแลตลอดชีวิต

สัปดาห์นี้ติดตามความคืบหน้าหนูน้อยวัย 6 ขวบพิการมือกุด เหตุนอนผิงไฟคลายหนาว พลิกตัวพลาดไฟไหม้มือต้องตัดทิ้ง สุดเศร้าแม่ตาย พ่อทิ้ง อาศัยอยู่กับยาย ล่าสุดเศรษฐีใจดีอาสาดูแลตลอดชีวิต อาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.00 น.


นับเป็นอีกเรื่องราวที่น่าสงสารและทำเอาน้ำตาไหลออกมาได้จริง ๆ หลังจากมีการแชร์ข้อความและรูปภาพเกี่ยวกับหนูน้อยวัยเพียง 6 ขวบ เธอเป็นเด็กหญิงที่กำลังเรียนในชั้นอนุบาล 2 แต่กลับมีชีวิตที่สุดแสนเวทนา ด้วยสภาพร่างกายที่ต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญไป เพราะเธอพิการ “ข้อมือขวาขาด” จากอุบัติเหตุ ซ้ำยังกำพร้าแม่ และปัจจุบันต้องอาศัยอยู่กับ “นางจอแว หยกภู” ผู้เป็นยายวัย 55 ปีอย่างลำบาก
 
เรื่องราวชีวิตของหนูน้อยผู้น่าสงสารรายนี้ ได้รับการเปิดเผยจาก “นายสัตวแพทย์สมชาย ศิริเทพทรงกลด” คุณหมอผู้มีจิตอาสา และมักจะเดินทางไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งช่วงต้นเดือนพ.ย. คุณหมอสมชายได้เดินทางไปที่บ้านขุนตื่น ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ณ บ้านเลขที่ 81 หมู่ 4 ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้ไปพบกับหนูน้อยวัย 6 ขวบ จึงเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านขุนตื่น เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงทั้งหมด
 


นายศรัญ โศจิอรุณ ครูที่สอนเด็กหญิง บอกให้ฟังว่า หนูน้อยคนนี้เป็นเด็กพิการข้อมือขวาขาด เนื่องจากช่วงหน้าหนาวชาวบ้านก็มักจะนอนผิงไฟเพื่อคลายความหนาวและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่ในขณะที่ยายและหลานนอนหลับ หนูน้อยพลิกตัวและมือขวากลับไปถูกไฟไหม้จนได้รับบาดเจ็บ ทว่าไร้เงินรักษาจึงปล่อยให้แผลรักษาตัวตามยถากรรม
 
แน่นอนว่า…บ้านของเธออยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาลมาก แผลที่มีน้ำเหลืองลุกลามกัดกินเนื้อจนเน่าตาย จนในที่สุดจึงได้นำส่งโรงพยาบาล และแพทย์ลงความเห็นว่า…จำเป็นต้อง “ตัดข้อมือทิ้ง” เพื่อรักษาชีวิตไว้ เธอจึงกลายเป็นผู้พิการตั้งแต่อายุประมาณ 10 เดือน และยังมีแผลเป็นตามลำตัวและใบหน้าอีกด้วย
 
อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานะทางบ้านเด็กที่ค่อนข้างยากจนเป็นมาก และเธอก็ยังเป็นเด็กกำพร้าแม่ เธอได้สูญเสียผู้เป็นแม่ไปตั้งแต่อายุได้ 4 เดือน ส่วนพ่อมีครอบครัวใหม่ ผู้เป็นยายยายจึงรับภาระเลี้ยงดูเพียงลำพัง ประกอบกับหมู่บ้านอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ทางโรงเรียนบ้านขุนตื่น รู้สึกเป็นห่วง จึงอนุญาตให้เด็กเป็นนักเรียนประจำกินนอนอยู่ที่โรงเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวในการดูแล
 


“ตอนนี้น้องกินนอนอยู่ที่โรงเรียน หากผู้ใจบุญมีจิตเมตตาต้องการช่วยเหลือติดต่อได้ที่โรงเรียนบ้านขุนตื่น ช่วยน้องเขาหน่อยเถอะครับ หนูน้อยมีชีวิตอยู่อย่างทรมานจริง ๆ ครูศรัณ กล่าว
 
คุณหมอสมชาย แจ้งผ่านเฟซบุ๊กให้ทราบว่า “ขอบคุณทุกกำลังใจที่ช่วยไลค์ ช่วยแชร์ ช่วยคอมเมนต์นะครับ ไม่น่าเชื่อว่าที่ทุกคนช่วยกันนี้ จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กคนหนึ่งให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างมากมายเลยครับ...ช่วงนี้น้องไม่ค่อยว่างนะครับ เพราะหลาย ๆ หน่วยงานเข้าไปพบและรับตัวไปตลอด”



ล่าสุดหลายหน่วยงานเมื่อทราบข่าว เดินทางเข้าไปที่โรงเรียนฯ และปรึกษากันแล้วว่าจะเปิดบัญชีเป็นกองทุนให้กับเด็กหญิงคนนี้ ทำให้ธารน้ำใจที่ทราบข่าวพร้อมใจกันสมทบทุนคนละเล็กละน้อย และมียอดโอนเงินเข้ามาในบัญชีกว่า 300,000 บาทแล้ว
 
คุณหมอสมชาย ทิ้งท้ายไว้ว่า “นี่ก็คงเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ผมยังทำจิตอาสาอยู่ให้ถึงทุกวันนี้ครับ ก็คือเมื่อผมเสียสละเวลาในชีวิตส่วนตัวนิดหน่อย หรือแค่โพสต์เฟซบุ๊กออกไป แต่หลาย ๆ ชีวิตได้รับความช่วยเหลือและมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ อย่างเช่นน้องคนนี้ปัจจุบันมีคนเข้าไปช่วยเยอะมากครับ ๆ และมีมหาเศรษฐีท่านหนึ่งรับอาสาที่จะมอบเงินเดือนให้น้องทุกเดือนตลอดชีวิตอีกด้วยครับ ดีใจแทนน้องด้วยจริง ๆ และขออโหสิให้ทุกคนที่ด่าผมเรื่องน้องคนนี้นะครับ”
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ข้อมูลภาพ : @ร่วมด้วยช่วยกันนะครับ กับหมอสมชาย

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%