อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

เรื่องวุ่นๆที่โรงพักและโลกออนไลน์ นึกว่าจะเรียบร้อยดี!

สัปดาห์นี้พาไปดูเรื่องราวของเด็กสาวที่พลัดหลงก่อนใช้สื่อโซเชียลโพสต์หาผู้ปกครองจนได้พบเจอแฮปปี้ แต่ไม่จบโลกออนไลน์ดราม่าใช้คำว่า “ทิ้งเด็ก” ได้ไง พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น.


ระหว่างที่ร้อยตำรวจโทเข้าเวรพร้อมกับสิบเวรยศนายดาบ ทั้งสองพึ่งจะกินข้าวเย็นเสร็จตอนสี่ทุ่มหลังมีงานแจ้งความเยอะแยะไปหมด ขณะกำลังคิดว่าจะหาทางเบาแอร์เสียหน่อย แต่หารีโมทไม่เจอ

เมื่อไม่เจอก็ต้องใส่เสื้อหนาวกันแทน

ไม่ทันใดถึงกับสะดุ้ง! หญิงสาวรายหนึ่งพาเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักขึ้นโรงพัก ร้อยตำรวจโทขมวดคิ้วเรื่องอะไรอีก

“เด็กถูกทิ้งไว้ค่ะ” หญิงสาวบอก

ร้อยตำรวจโทและดาบลุกยืนไปนั่งคุยสอบถามเรื่องราวทันที



หญิงสาวเล่าว่า เธอไปเจอเด็กหญิงวัยเพียง 4 ขวบที่สี่แยก ไม่มีใครยืนโดดเดี่ยวจึงเข้าไปสอบถาม แต่น้องดูงงๆ ถามคนแถวนั้นก็งงๆ ไม่รู้จักเห็นยืนคนเดียวมาเกือบ 10 นาทีแล้ว ด้วยความเป็นพลเมืองดี จึงพาตัวมาโรงพักก่อน เพราะคนสมัยนี้อันตรายเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อมาถึงโรงพัก ร้อยตำรวจโทหยิบวอประสานงานสายตรวจให้ไปจุดเกิดเหตุที่พบเด็ก สอบถามคนแถวนั้นว่าเด็กคนดังกล่าวเป็นลูกใคร

แต่ก็ไร้วี่แววผู้ปกครองของเด็ก

เมื่อหญิงพลเมืองดีค้นตามตัวเด็ก ก็ไม่พบเอกสารยืนยันว่าเด็กเป็นใคร ตำรวจทั้งโรงพักครุ่นคิด เด็กผู้หญิงวัย 4 ขวบกำลังน่ารัก หมวดหนุ่มบอกให้สายตรวจซื้อขนมมาให้เด็กหน่อย ตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว จึงหาผ้าห่มหมอนมาให้ตรงโซฟาห้องร้อยเวร เผื่อน้องง่วงจะหลับก่อน

อา...เจอรีโมทแอร์แล้ว เบาแอร์เสียหน่อย ก่อนที่หวัดจะกิน

หญิงสาวพลเมืองดีถ่ายรูปหน้าตรงเด็กแล้วโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวของตัวเอง หวังว่าจะช่วยเป็นสื่อกลางตามหาตัวเด็กกันได้



ปรากฏว่าในเฟซฯ มีแต่คนเข้ามาสงสาร เข้ามาประณามผู้ปกครองใจยักษ์ไส้ระกำที่ทิ้งเด็ก มีบางคนแท็กสำนักข่าวต่างๆ เผื่อจะมาช่วยในครั้งนี้ ดูแล้วยังไม่มีหวัง หมวดหนุ่มบอกชุดสืบสวนลองตามหาดูเผื่อจะเจอว่าใครคือผู้ปกครองของเด็ก

ขณะที่เด็กหญิงก็ผล็อยหลับไป น่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง ทำไมเด็กอายุเพียงแค่นี้ ต้องมาเจอชะตากรรมอย่างนี้ด้วย

น่าเศร้าชะมัดยากเลยสังคมไทย

กินเวลาเกือบเที่ยงคืนนิดๆ เด็กผู้หญิงตื่นขึ้นมาเอง คงจะหิวนมกระมัง ดาบที่มีลูก 4 จากเมีย 2 คน ถือว่ามีประสบการณ์เลี้ยงลูกช่ำชองจึงลุกมาดู

“เอาอะไรหรือลูก”

“แม่...” เด็กผู้หญิงพูด พร้อมกันที่ประตูห้องรับแจ้งความเปิดออก หญิงสาวเข้ามาหาตำรวจอย่างร้อนรนบอกว่าลูกหาย เมื่อหันไปเจอลูกสาวนั่งอยู่บนโซฟา ก็ตรงเข้าไปกอดร้องห่มร้องไห้ในทันที

ร้อยตำรวจโทสอบถาม เรื่องราวมันเป็นอย่างไร เขามีกฎหมายในมือ หากกระทำการทอดทิ้งเด็ก สามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย

ปรากฏว่าผู้เป็นแม่ร้องไห้ไปขณะพูดกับตนไปว่า แยกกันอยู่กับสามี ก่อนเกิดเหตุสามีเมาเหล้าพาลูกมาหาอะไรกิน ด้วยความเมา ดันทำลูกหายไปไหนไม่รู้ แม้จะพยายามตามหา แต่เพราะความเมาจึงหาไม่พบ



“เขาโทร.มาบอกหนู ก็เลยออกตามหา อะไรนะคะ...ออ...ไม่ได้อยู่ด้วยกันค่ะ แยกกันอยู่ แต่ก็ใกล้ๆ กัน ผัวคนนี้มันเมาหนูไม่ไหวค่ะ ตกเย็นเมา แล้วก็ดันพาลูกหาย หนูโกรธมากเลย ออกตามหาตรงแยก ก็ไม่พบ ใจสั่นตกอยู่ตาตุ่มเลยค่ะ จนคนแถวนั้นบอก ไปโรงพักดู หนูก็รีบมาโรงพัก ก็มาเจอลูก ขอบคุณคุณตำรวจมากนะคะ”

หญิงสาวบอก กอดลูกสาวไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เด็กก็สุขใจในอ้อมอกแม่ ตำรวจก็พอใจ ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ในเมื่อเจอหน้ากันแล้ว ก็จบไป แม่พาลูกกลับ

ตำรวจเปิดเฟซบุ๊กของหญิงสาวพลเมืองดีที่โพสต์ตามหาผู้ปกครองเด็ก เธอกลับไปแล้วหลังฝากเด็กไว้กับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ร้อยตำรวจโทพิมพ์แจ้งข่าวคราวในเฟซฯ พอดีนักข่าวเดลินิวส์มาสอบถามเรื่องราวในเฟซฯ หมวดหนุ่มจึงแจ้งไป นักข่าวส่งข่าวลงเพจแล้วแจ้งไปยังเฟซบุ๊กของหญิงพลเมืองดีต้นทาง ปรากฏว่าคนมาสนใจโพสต์นักข่าวเดลินิวส์มากว่าของหมวดหนุ่ม

ทักษะนักข่าวนี่มันเหนือกว่าตรงนี้ ความชำนาญด้านการสื่อสาร คนมาไลค์เยอะขึ้น จากนั้นก็ยังอาลัยเด็กมากขึ้น จนมีคนมาโพสต์บอกพบเด็กแล้วอ่านกัน ข้อความกันบ้างสิ จากนั้นก็เริ่มไปด่าคนโพสต์ว่า ใช้คำว่าถูกทิ้งไม่ถูก เด็กมันหลง เขียนแบบนี้ไม่รับผิดชอบได้อย่างไร หนักเข้าหนักเข้าก็ไปด่าคนโพสต์ ที่เข้ามาตอบว่าเจอเด็กแล้ว และโดนเรียกร้องให้เปลี่ยนสเตตัส

สุดท้ายสเตตัสดังกล่าวหายไป

“สเตตัสหายไปแล้ว” ร้อยตำรวจโทคุยกับนักข่าว

สื่อมวลชนยักไหล่ “ด่าคนโพสต์ขนาดนั้น คงจะไม่ไหวล่ะครับ โลกออนไลน์เล่นกันแรงแบบนี้ ใครจะอยากเป็นพลเมืองดี ลบทิ้งเสียดีกว่า เอาล่ะ! เจอเด็กแล้วก็โชคดีไป”

หมวดหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่สื่อมวลชนจะลาจาก เขาบอกยังมีงานอื่นให้ทำต่อ บอกไฟกำลังไหม้โรงเรียนอะไรสักแห่ง หมวดหนุ่มฟังแล้วเอ๊ะใจ!

“นั่นท้องที่เรานี่หว่า....”
...................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 140