อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563

ตอบคำถามมหาเถระพม่า พระเถระไทยถูกจับเพราะอะไร

สัปดาห์นี้กับการตอบคำถามที่สงสัยของ “พระมหาเถระพม่า” เกี่ยวกับพระเถระไทยที่ถูกจับติดคุก ไม่ได้ชี้ชัด แต่ฟังต่อๆ กันมา พุธที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00 น.


ผมเพิ่งกลับมาจากเมืองมัณฑะเลย์ประเทศเมียนมา ได้เจอพระมหาเถระผู้ใหญ่พม่าหลายรูป มีรูปหนึ่งถามว่า อดีตพระมหาเถระของไทยที่ถูกจับติดคุกถูกตั้งข้อหาอะไร, ปัจจุบันท่านเหล่านั้นออกจากคุกแล้วหรือยัง และท่านยังบอกต่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรงต่อพระพุทธศาสนาเพราะกระทบความรู้สึกคณะสงฆ์ทั่วโลก ประเทศพม่าแม้ในยุคทหารครองประเทศยังไม่เกิดเรื่องแบบนี้ และในฐานะสื่อมวลชนที่มาจากไทยมองเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร

ผมตอบท่านไปว่า...ผมขอเล่าเท่าที่รู้แบบได้ยินต่อๆ มาจริงหรือเท็จไม่ทราบได้.. เพราะผมยังไม่ได้เห็นเอกสารที่ถูกฟ้อง ดังนี้

ประเด็นแรก พระคุณเจ้าที่ถูกจับติดคุกถูกกล่าวหาเรื่องอะไรบ้าง อย่าง อดีตพระพรหมสิทธิ ถูกตั้งข้อหา 4 ข้อหา หนึ่ง เกี่ยวข้องกับวัดธรรมกาย ในฐานะเป็นประธานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศเอื้อต่อพระสงฆ์วัดธรรมกายในการไปยังต่างประเทศ ทำนองว่ารับเงินวัดนี้มา สอง มีอิทธิพลในคณะกรรมการมหาเถรสมาคม กระด้างกระเดื่อ ดื้อรั้น ไม่ให้เกียรติในที่ประชุมต่อหน้าองค์ประมุขสงฆ์ สาม ฝักใฝ่การเมืองใช้วัดเป็นสถานที่พบปะกับกลุ่มการเมือง นักการเมือง และสี่ ใช้เงินผิดประเภทและพัวพันกับสีกา ส่วน อดีตพระพรหมดิลก ถูกฟ้อง เพราะใช้เงินผิดประเภท ฟอกเงินที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจคือ “การทุจริตเงินทอนวัด” นั่นเอง และหลายรูปก็โดนข้อหานี้



ประเด็นที่สอง ท่านเหล่านี้ออกจากคุกแล้วหรือยัง ผมทราบว่า ตอนนี้ทุกรูปออกจากคุกกันหมดแล้ว และก็ยังต้องขึ้นศาล อย่างอดีตพระพรหมดิลก ตอนนี้ท่านอยู่ที่วัดสามพระยา ห่มผ้าเหลือง ใช้ชีวิตแบบสมณเพศตามปกติเพราะทุกรูปก็ไม่ได้เปล่งวาจาสึก จึงยังไม่ขาดจากความเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาตามพระธรรมวินัย ส่วนฝ่ายกฎหมายผมไม่ทราบ ทั้งเวลาอยู่ในคุกผมแอบสืบมาว่า ทุกรูปก็ใช้ชีวิตแบบพระภิกษุสงฆ์ทั่วไป เรือนจำท่านก็เมตตาเอื้ออำนวยความสะดวกให้จัดที่อยู่ให้เป็นหลักแหล่ง เพราะทุกคนรู้ว่า คดีนี้มันแปลกๆ อย่างอดีตพระพรหมดิลกอยู่ในคุก ท่านก็ทำวัตรสวดมนต์วันละไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง อดีต เจ้าคุณพระราชกิจจาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ใช้เวลาส่วนใหญ่อุทิศตนด้วยการเขียนหนังสือ และทุกรูปก็มักใช้เวลาให้ล่วงเลยไปด้วยการทำวัตร สวดมนต์ นั่งสมาธิและเขียนหนังสือ และปัจจุบันพระสายวัดสระเกศทุกรูปยัง “นุ่งขาว ห่มขาว” เพราะมีหน่วยมั่นคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและต้องขึ้นศาลบ่อยครั้ง



ผมตอบท่านเชิงวิเคราะห์เรื่อง “ทำไมจึงได้รับการประกันตัวแถมให้ด้วย” แต่สำหรับคุณผู้อ่านผมขอบอกว่า “การได้รับการประกันตัวของคณะสงฆ์ที่ถูกจับติดคุกเกิดขึ้นหลังประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถวายสัตย์เรียบร้อยแล้ว” รายละเอียดไปตีความกันเอาเอง



ประเด็นที่สาม ในฐานะสื่อมวลชน คิดอย่างไร เรื่องนี้ มันผิดปกติวิสัยข่าวทั่วไป ที่กระทำกับพระผู้ใหญ่ระดับกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งชาวพุทธไทยช่วงแรกๆ อาจจะคิดมโนว่า “คนโน้น คนนี้” สั่ง แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป ฝุ่นที่มันตลบจางหายไป เริ่มรู้แล้วว่า “ใครเป็นใคร” ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมก็กราบเรียนไปว่า ประเทศไทย ในคณะสงฆ์ก็มีการเมืองเหมือนกับคณะสงฆ์พม่า ยิ่งมีตำแหน่งน้อย มีสมณศักดิ์จำกัด การแย่งชิงในคณะสงฆ์ยิ่งหนักหน่วง..พี่ฆ่าน้อง น้องฆ่าพี่ เพื่อนฆ่าเพื่อนได้ และพร้อมทุกเมื่อที่จะร่วมมือกับฝ่ายอำนาจนอกคณะสงฆ์เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ และยิ่งฝ่ายบ้านเมือง “บางคน” มีอำนาจ รู้เห็นเป็นใจ “ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้” ที่ผ่านมาการเมืองในคณะสงฆ์ไทยไม่ต่างจากยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ที่จับกุม “พระพิมลธรรม” ติดคุก สุดท้ายท่านก็พ้น “วิบากกรรม” ตอนนี้แม้พระสงฆ์ไทยที่ถูกจับกุมและได้รับประกันตัวสู้คดีอยู่ยังไม่พ้นวิบากกรรม..แต่ทราบว่ามีบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้เริ่ม..มาขอขมากันบ้างแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมมือกันจับกุม..บางคนจบชีวิตเหมือนกับยุคอดีตพระพิมลธรรม บางคนชีวิตชักผวา..กลัวกรรมตามทัน

เป็นเอาว่า..ประเด็นที่พระมหาเถระพม่าถาม ผมตอบได้เท่านี้ จริงหรือไม่จริงไม่ทราบ เพราะผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่คนของสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ และมิใช่ผู้พิพากษา จึงไม่รู้เนื้อหาในคดีแบบละเอียด แต่ที่นำมาเล่าเพราะฟังต่อๆ กันมา ตอนท้ายกราบนมัสการพระคุณเจ้าพระมหาเถระชาวพม่าว่า..ประเทศไทยเราแม้จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ผู้ใหญ่..แต่เรายังโชคดีที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ยังเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้พวกเราพสกนิกรได้อาศัยพระบารมี.
...................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    64%
  • ไม่เห็นด้วย
    36%

บอกต่อ : 320