อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

ขุนพลทีมเศรษฐกิจ"บิ๊กตู่" กางแผนก้าวข้ามปีเผาจริง

สัปดาห์นี้ไปดูเรื่องราวขุนพลทีมเศรษฐกิจ “บิ๊กตู่” กางแผนก้าวข้ามปีเผาจริง จันทร์ที่ 6 มกราคม 2563 เวลา 08.00 น.


กลับเข้าสู่ภาวะปกติ!!อย่างเต็มรูปแบบกันซะที หลังหมดเทศกาลแห่งความสุข ที่ใครหลายคนได้ชาร์ตแบตกันอย่างเต็มที่เต็มเปี่ยม เพื่อเตรียมตัวต่อสู้ เตรียมตัวตั้งรับ เตรียมตัวรับมือ สารพัดสารพันปัญหา ที่ใคร ๆ ก็คาดหมายกันว่าใน “ปีชวด” นี้ หนักหนาสาหัสยิ่งนัก

เอาเป็นว่า…นี่เพิ่งเริ่มต้นกับวันทำงานวันแรกของสัปดาห์ ยังเหลือเวลาอีกตั้ง 360 วัน ก็ต้องมาจับตาดูกันล่ะค่ะ นับจากนี้ไป…อะไร? จะเกิดขึ้นกับ “สยามเมืองยิ้ม” ของคุณ ๆ ท่าน ๆ กันบ้าง!!

เปิดปีใหม่กันมาก็เห็นกันเลยล่ะค่ะว่า…เจ้ากระทรวงแต่ละแห่งนั้น เค้าออกมาประกาศทำโน่นทำนี่ให้เกิดขึ้นให้ได้ในปีนี้ เพื่อหวังเพิ่มพลังให้กับเศรษฐกิจไทย

ทั้ง…การให้เรื่องของพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชน ที่ทำให้บรรดาพี่น้องคนไทยทั้งประเทศลืมตาอ้าปากได้



แหม…ฟังแล้วก็ดูจะเป็นปลื้มกันล่ะนะ ก็ท่าน รมว.พลังงานเค้าบอกว่าเงินที่หมุนเวียนในระบบผ่านโรงไฟฟ้าชุมชุม มีเป็นแสนล้านบาทกันทีเดียว แถมยังทำให้แต่ละชุมชนเข้มแข็ง แข็งแกร่งขึ้นอีกต่างหาก

ด้านการเกษตร ที่เจ้ากระทรวงก็ประกาศโครม!!!เดินหน้าปฎิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ ขับเคลื่อนนโยบายทุกด้าน เร่งส่งเสริมการทำการเกษตรแบบปลอดภัย ดันเกษตรอินทรีย์หวังพัฒนาให้ไทยเป็น “ครัวของโลก”

ทั้งหลายทั้งปวง!! ก็เพื่อทำให้ภาคเกษตรกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญ ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศล่ะค่ะ!!



หันมาที่กระทรวงพาณิชย์ ที่เจ้ากระทรวงนั้นได้รับฉายา “รัฐอิสระ” เพราะที่ผ่านมา “ไม่เอาใคร ไม่ยุ่งกะใคร” ก็หยอดคำหวานไว้ช่วงปลายปีว่า ขอทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเซลล์แมน ผลักดันเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการส่งออก เพื่อเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 63 เพราะ…ประเทศยังมีความหวัง

ที่สำคัญ… นโยบายเอก... อย่างการประกันรายได้ ยังมีอยู่อย่างแน่นอน ดังนั้น...บรรดาพี่น้องชาวสวน ชาวไร่ ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ!! ไม่เพียงเท่านี้ยังมีมาตรการอื่น ๆ มาคอยสนับสนุนคู่ขนานกันไปด้วยอีกต่างหาก

กระทรวงคมนาคม เจ้าของเมกะโปรเจคท์ สารพัด ก็ประกาศลั่นไม่แพ้ใครว่า 44 เมกะโปรเจคท์ที่อยู่ในมือ ในปีนี้ได้เห็นกันแน่ ๆ เพราะสารพัดโครงการถือเป็นอภิมหาเมกะโปรเจคท์ ที่เป็นหลักสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเจริญรุดหน้า ทำให้ประเทศไทยพัฒนา ถนนหนทาง สนามบิน สารพัดรถไฟทั้งทางตู่ ทางเดี่ยว รถไฟฟ้า ไฮสปีด

แต่ละโครงการทำให้เกิดเงินลงทุนตามมามโหฬาร มหาศาลกันทีเดียว หลังจากประเทศนี้หยุดการลงทุนกันไปนาน หากขับเคลื่อนให้เดินหน้าโดยไม่ติดขัด รับรองได้เศรษฐกิจไทยไม่มีสะดุดหัวคะมำแน่ ๆ

แม้แต่ในปี 64 ที่ยังมาไม่ถึง เจ้ากระทรวงยังเตรียมของบประมาณสูงถึง 5.14 แสนล้านบาทกันทีเดียว เหตุผลง่าย ๆ ที่ฟังแล้วหลายคนอาจขัดใจ “มาจากประชาชนเรียกร้อง” แหม...สะท้อนการเป็น “นักการเมืองอาชีพ” แบบได้ใจจริง ๆ

แต่…แต่ละโครงการจะเดินหน้าได้แค่ไหน? คงมีหลายคนตั้งคำถามกับเจ้าของฉายา “เสี่ยโอ๋ แซ่รื้อ” !!



ส่วนกระทรวงที่ลืมไม่ได้… แม้ผลงานอาจไม่โดดเด่นเท่าใดนัก อย่าง “กระทรวงอุตสาหกรรม” เจ้ากระทรวงก็กางโจทย์ใหญ่ที่ต้องสะสางให้หมดในปี 63 นี้ โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกบรรดานักลงทุนกับการใช้ “i-Industry” การดูแลชาวไร่อ้อย การผลักดันการลงทุนในอีอีซี

ที่สำคัญ!!!คือการแก้ปัญหาเรื่องของ “3 สารพิษ” ที่สามารถยื้อเวลาให้เลื่อนการแบนออกมาก่อนได้นานถึง6 เดือนจากนี้คงต้องกลับไปดูการตัดสินใจ แม้ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่ในหมวกของประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

เช่นเดียวกับเรื่องของการเดินหน้าแก้ปัญหาเอสเอ็มอี ที่แก้เท่าไหร่ก็ดูเหมือน “ขว้างงูไม่พ้นคอ” กันซะที แม้ “อัดเงิน” ในทุกรูปแบบ ทั้งเงินกู้ เงินช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนเอสเอ็มอี โดยเฉพาะรายย่อย ๆ ยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ ส่วนรายเล็ก รายกลางก็ยังไม่แข็งแรง

ก็ล่ะนะ...สุดท้ายปัญหา?อยู่ที่ว่า “แบงก์ไม่ปล่อยกู้” แหม...อะไร? ที่เสี่ยง!! เจ้าของเงินเค้าก็ไม่แลกอยู่แล้วล่ะค่ะ ที่สำคัญยังมีกฎมีเกณฑ์ของแบงก์ชาติ กำกับอยู่อีกต่างหาก เรื่องจึงกลายเป็นฉะนี้



ด้วยเหตุนี้ จึงต้องรอดูว่า รัฐนาวาของ “บิ๊กตู่” ในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.63) จะตัดสินใจอย่างไร? หลัง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ เค้ายกทีมเศรษฐกิจในสังกัดเค้าไปหารือไปพูดคุยกับ “บิ๊กตู่” หัวหน้าทีมเศรษฐกิจตัวจริง

กระทรวงการคลัง ในฐานะ "เจ้าของโปรเจคท์” ช่วยแก้ปัญหาเอสเอ็มอี จึงนำบสย.หรือ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ซึ่งเป็นมือเป็นไม้หลักในการช่วยค้ำประกันให้กับเอสเอ็มอี เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้มากขึ้น เพราะหวังกระตุ้นให้แบงก์เชื่อมั่นและปล่อยเงินกู้ให้กับเอสเอ็มอี โดยไม่ต้องหวาดกลัวหนี้เน่า

ว่ากันว่า …  แพ็จเกจมาตรการ “เสริมแกร่งเอสเอ็มอี เพิ่มทุนสร้างไทย เข้าถึงแหล่งทุน” จะผลักดันให้มีเงินกู้ไปถึงมือบรรดาเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาทกันทีเดียว!!

นี่เป็นเพียงน้ำจิ้ม…เท่านั้น สำหรับสารพัดมาตรการที่ออกมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีชวด ที่เค้าบอกว่าถึงเวลา “เผาจริง”

.........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    18%
  • ไม่เห็นด้วย
    82%

บอกต่อ : 92