อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563

ป้องกันตัวเอง

รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการสังหารนายทหารระดับสูงของกองทัพอิหร่านนั้นเป็นการป้องกันตัวเอง โดยพยายามเบี่ยงเบนข้อกล่าวหาการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและข้อวิตกกังวลของผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย อังคารที่ 7 มกราคม 2563 เวลา 07.30 น.


    รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการสังหารนายทหารระดับสูงของกองทัพอิหร่านนั้นเป็นการป้องกันตัวเอง โดยพยายามเบี่ยงเบนข้อกล่าวหาการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและข้อวิตกกังวลของผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย
       
     พล.ต.กัสเซ็ม โซไลมานี วัย 62 ปี ผู้บัญชาการกองกำลังรบพิเศษ “ดุคส์” แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านถูกสังหารจนเสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา จากเหตุโจมตีทางอากาศด้วยโดรนในกรุงแบกแดดของอิรัก ตามคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยิ่งโหมลุกโชนขึ้นมาอีกซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายรัฐบาลอิหร่านประกาศล้างแค้นเอาคืนอย่างสาสม
     
     ด้านความเห็นของสมาชิกสภาคองเกรสของทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตว่าคิดถูกแล้วหรือกับการกระทำดังกล่าว เพราะผู้เชี่ยวชาญกฎหมายตั้งข้อสังเกตว่า ประธานา
ธิบดีทรัมป์มีอำนาจถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ที่สั่งโจมตีเป้าหมาย พล.ต.โซไลมานี ในดินแดนอิรักโดยที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลอิรัก และยังเป็นการกระทำที่ถูกต้องภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายสหรัฐหรือไม่
   
     นายกรัฐมนตรีอิรักบอกว่า รัฐบาลสหรัฐโจมตีเป็นการละเมิดข้อตกลงเพื่อคงกำลังทหารสหรัฐในประเทศ ขณะที่หลายกลุ่มการเมืองในอิรักร่วมกันเรียกร้องให้ขับทหารอเมริกันออกไป
      
     ตามกฎบัตรสหประชาชาติบัญญัติว่า ห้ามใช้กำลังกับชาติอื่น แต่ยกเว้นหากชาตินั้น ๆ อนุญาตให้ใช้กำลังในดินแดนของตนได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจึงบอกว่า เมื่อไม่ได้รับความเห็นจากชาติอิรักเจ้าของพื้นที่ จึงเป็น การยากที่สหรัฐจะทำให้การโจมตีครั้งนี้ถูกต้อง
        
   ศาสตราจารย์อูโอนา ฮาธะเวย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยเยลบอกว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ดูเหมือนจะไม่สนับสนุนข้ออ้างว่าเป็นการป้องกันตัวเองและสรุปได้ว่าถูกกฎหมายอยู่เล็กน้อยเท่านั้นทั้งกฎหมายในประเทศและระหว่างประเทศ
        
   กระทรวงกลาโหมสหรัฐอ้างว่า การโจมตีเป้าหมาย พล.ต.โซไลมานี เพื่อขัดขวางการโจมตีที่อิหร่านวางแผนเอาไว้ ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่า พล.ต.โซไลมานีมีแผนที่จะโจมตีนักการทูตและกำลังทหารสหรัฐ
     
      โรเบิร์ต เชสนีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายความมั่นคงมหาวิทยาลัยเทกซัส กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐยกข้ออ้างตามกฎบัตรสหประชาชาติเพื่อป้องกันตัวเอง หากยอมรับได้ว่าชายคนนี้วางแผนที่จะสังหารคนอเมริกันก็ให้อำนาจที่จะตอบโต้ได้
      
      ส่วนสกอตต์ แอนเดอร์สัน อดีตที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของสถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดดสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา บอกว่า ข้ออ้างของรัฐบาลสหรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศยังเป็นปัญหา แม้เขาพยายามที่จะโต้แย้งว่ารัฐบาลอิรักยังไม่ได้ยินยอมหรือทำข้อตกลงเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจาก พล.ต.โซไลมานี ทำให้สหรัฐได้สิทธิที่จะลงมือได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากรัฐบาลอิรัก
  
       มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติครอบคลุมถึงบุคคลและสิทธิร่วมเพื่อป้องกันตัวเองจากการโจมตีด้วยอาวุธ ซึ่งสหรัฐก็เคยใช้ข้อกฎหมายข้อนี้เพื่อความชอบธรรมในปฏิบัติการโจมตีในประเทศซีเรียเพื่อปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรงไอเอสเมื่อปี 2557
      
      สำหรับกำลังทหารสหรัฐในอิรักก็ได้ร่วมต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรงไอเอส โดยขณะนี้ยังมีทหารสหรัฐเหลืออยู่ราว 5,000 คน ส่วนใหญ่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและข้อปรึกษา
        
    ข้อตกลงยุทธศาสตร์ร่วมกันลงนามเมื่อปี 2561 ระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับอิรักระบุว่า ให้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดด้านการทหารเพื่อป้องกันภัยคุกคามต่ออธิปไตยความมั่นคงและบูรณภาพเหนือดินแดนของอิรัก แต่ห้ามสหรัฐใช้อิรักเป็นจุดสำหรับการโจมตีประเทศอื่น ส่วนบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศระบุว่า ประเทศสามารถปกป้องตัวเองได้ หากการกระทำนั้นจำเป็นและตอบโต้อย่างสมควรต่อภัยคุกคาม
       
      ส.ส.พรรคเดโมแครตเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐแจกแจงรายละเอียดภัยคุกคามจากพล.ต.โซไลมานีและยังมีนักวิเคราะห์คนอื่น ๆตั้งข้อสังเกตว่า ผู้นำสหรัฐใช้อำนาจสังหารนายทหารระดับสูงของอิหร่านภายใต้กฎหมายสหรัฐและเขาควรจะแจ้งให้สภาคองเกรสทราบก่อนหรือไม่.

...............................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33