อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

รวยอย่างมีคุณธรรม

บิล เกตส์ นักธุรกิจอภิมหาเศรษฐีวัย 64 ปีชาวอเมริกัน โพสต์ข้อความในบล็อกส่วนตัวเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา  สะท้อนสถานการณ์ในรอบปี พ.ศ. 2562  ซึ่งเนื้อหาตอนหนึ่งบอกว่า ความร่ำรวยสุดขีดของเขา แสดงให้เห็นว่า ระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน “ไม่ยุติธรรม” พุธที่ 8 มกราคม 2563 เวลา 07.30 น.

  
    บิล เกตส์ นักธุรกิจอภิมหาเศรษฐีวัย 64 ปีชาวอเมริกัน โพสต์ข้อความในบล็อกส่วนตัวเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา  สะท้อนสถานการณ์ในรอบปี พ.ศ. 2562  ซึ่งเนื้อหาตอนหนึ่งบอกว่า ความร่ำรวยสุดขีดของเขา แสดงให้เห็นว่า ระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน “ไม่ยุติธรรม”
       
   เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตประธานบริษัทไมโครซอฟท์ เคยครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกหลายปี จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ แต่ปีล่าสุดอยู่อันดับ 2 รองจาก เจฟฟ์ เบโซส ชาวอเมริกัน เจ้าของบริษัทอีคอมเมิร์ซ แอมะซอน โดยเกตส์มีสินทรัพย์สุทธิตามประเมินล่าสุดที่ 108.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,277,470 ล้านบาท)
         
   เกตส์เขียนว่า ระยะทางระหว่างกลุ่มผู้มีรายได้สูงสุด และกลุ่มรายได้ต่ำสุด ในอเมริกา ห่างกันมากกว่าเมื่อ 50 ปีก่อน คนเพียงไม่กี่คนมีรายได้มหาศาล รวมถึงตัวเขาเอง ซึ่งไม่สมส่วนกับงานที่ทำลงไป ขณะที่คนจำนวนมากทำงานแทบตาย เพียงเพื่อให้มีรายได้พอเลี้ยงชีวิต และครอบครัวไปวัน ๆ
         
   เพื่อแก้ปัญหานี้ เกตส์แนะนำให้รัฐบาลสหรัฐเพิ่มภาษีคนรวย คนที่มีรายได้มากกว่า ควรเสียภาษีในอัตราสูงกว่า บรรดาเศรษฐีมหาเศรษฐีในอเมริกา ควรเสียภาษีมากกว่าในปัจจุบัน เขาและภรรยา (นางเมลินดา) สนับสนุนแนวคิดนี้ และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
         
   เกตส์กล่าวว่า รัฐควรเก็บภาษีกำไรจากเงินลงทุน หรือภาษีผลได้จากทุน (capital gains tax) สูงขึ้น จากกลุ่มคนร่ำรวย “ที่ไม่สมส่วน” เนื่องจาก “ไม่มีอภิมหาเศรษฐีคนใดในโลก ที่รวยเพราะทำงานกินเงินเดือนอย่างเดียว” ดังนั้นเขาจึงมีความเชื่อว่า รัฐบาลควรเน้นภาระเสียภาษีไปที่ “ทุน” มากกว่า “แรงงาน”
         
    เกตส์มองไม่เห็นเหตุผล ที่รัฐบาลสหรัฐจะต้องเอื้อประโยชน์ต่อ “เศรษฐี” มากกว่า “ผู้ใช้แรงงาน” เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนที่สุด ที่แสดงให้เห็นถึง “ความไม่เป็นธรรม” ของระบบเศรษฐกิจอเมริกา
         

   
   ความเห็นของเกตส์สอดคล้องกับ มาร์ค คิวบัน มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ประกอบการเทคโนโลยีชาวอเมริกัน ซึ่งกล่าวว่า ความแตกต่างระหว่าง “ชนชั้นนักลงทุน” กับ “ชนชั้นแรงงาน” เป็นหนึ่งในปัจจัยของช่องว่างความร่ำรวย
       
   คิวบัน เจ้าของทีมบาสเกตบอล “ดัลลัส มาเวอริคส์” ในลีกเอ็นบีเอ และมีสินทรัพย์ล่าสุดที่ 4,100 ล้านดอลลาร์ (123,508 ล้านบาท) เคยกล่าวให้สัมภาษณ์ เมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้วว่า คนที่ทำงานรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง มักจะล้าหลังเสมอ การกระจายรายได้ในอเมริกาไม่สมส่วน และช่องว่างรายได้จะถ่างกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ
         
    แม้ว่าการจ่ายเงินภาษีจะถือเป็น “ความรักชาติ” แต่คิวบันชี้แนะ ผู้ก่อตั้งหรือเจ้าของธุรกิจ ควรแจกจ่ายหุ้นบริษัทให้กับพนักงานลูกจ้าง เพื่อดึงกลุ่มคนเหล่านี้เข้าสู่ “ชนชั้นนักลงทุน” เพราะนี่คือหนทางเดียว ตามความคิดของเขา ในการแบ่งปันความร่ำรวย “อย่างเป็นธรรม”

  คิวบันไม่ได้แค่พูด แต่เขาลงมือทำแล้ว ในบริษัท บรอดคาสต์ ด็อทคอม (Broadcast.com) ที่เขาร่วมก่อตั้ง และขายให้บริษัทยาฮูไปเมื่อปี พ.ศ. 2542 ด้วยราคาหุ้นเกือบ 6,000 ล้านดอลลาร์ โดยขณะที่ขายกิจการ พนักงานบริษัทบรอดคาสต์ ด็อทคอม ประมาณ 300 คนจากทั้งหมด 330 คน กลายเป็น “เศรษฐีใหม่” ในทันที จากหุ้นบริษัทที่คิวบันแจกให้ก่อนหน้า
         
    เกตส์ยังกล่าวอีกว่า นอกจากที่กล่าวแล้ว รัฐบาลสหรัฐยังควรเก็บภาษีมรดก ในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบเฉพาะกลุ่มคนร่ำรวย ระบบผูกขาดความร่ำรวยในตระกูล (dynastic system) หรือการส่งมอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้แก่ลูกหลาน ไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม.

...................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23