อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

ศึกเลือกตั้งผู้นำไต้หวัน

ชาวไต้หวันจะได้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาและการเลือกตั้งสำคัญในตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งไต้หวันในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค.นี้ ซึ่งมีผู้สมัคร 3 คน รวมถึงประธานาธิบดีคนปัจจุบัน น.ส.ไช่ อิง-เหวิน ซึ่งจะลงสู้ศึกเลือกตั้งอีกสมัย หลังเสร็จสิ้นวาระ 4 ปีสมัยแรก พฤหัสบดีที่ 9 มกราคม 2563 เวลา 07.30 น.


    ชาวไต้หวันจะได้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาและการเลือกตั้งสำคัญในตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งไต้หวันในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค.นี้ ซึ่งมีผู้สมัคร 3 คน รวมถึงประธานาธิบดีคนปัจจุบัน น.ส.ไช่ อิง-เหวิน ซึ่งจะลงสู้ศึกเลือกตั้งอีกสมัย หลังเสร็จสิ้นวาระ 4 ปีสมัยแรก
      
   สำนักข่าวรอยเตอร์ได้นำเสนอประวัติของผู้สมัครทั้ง 3 คนดังนี้ เริ่มที่ ..ไช่ อิง-เหวิน ในวัย 63 ปี ประธานาธิบดีหญิงคนแรกเมื่อปี 2559 หลังการประท้วงใหญ่ด้วยข้อเสนอข้อตกลงการค้ากับจีนซึ่งเป็นผลงานของประธานาธิบดีคนก่อนคือนายหม่า อิง-จิว จากพรรคก๊กมินตั๋งซึ่งนิยมสร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับจีนแผ่นดินใหญ่
    
     เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะในกรุงไทเป จบการศึกษาด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของไต้หวันก่อนที่จะไปเรียนต่อที่คอร์เนล และวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ลอนดอนจนจบปริญญาเอกด้านกฎหมายพาณิชย์
        
    เริ่มต้นทำงานในตำแหน่งนักวิชาการและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมเจรจาเพื่อให้ไต้หวันเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก จากนั้นได้เป็นคณะกรรมการกำหนดนโยบายกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ระหว่างปี 2543-2547
       
    เข้าร่วมกับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า(ดีพีพี)ซึ่งนิยมแยกตัวเป็นเอกราชในปี 2547และเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในช่วงปี 2549-2550
    
    นิสัยส่วนตัวเป็นคนรักสัตว์จึงมักโพสต์ภาพเธอกับสัตว์เลี้ยงเช่นแมวและสุนัขในโซเชียลมีเดียของเธอเอง เคยลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกในปี 2555 แต่แพ้ให้กับนายหม่า-อิง จิว ซึ่งได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง


       
   นับตั้งแต่ น.ส.ไช่ อิง-เหวินเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน เธอถูกกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะเกรงว่าเธอจะผลักดันไต้หวันให้แยกตัวออกมาเป็นเอกราช แต่เธอบอกว่าไต้หวันคือประเทศอิสระอยู่แล้ว มีชื่อเรียกว่าสาธารณรัฐจีนและให้คำมั่นว่าจะปกป้องประชาธิปไตยและเสรีภาพของไต้หวัน เธอยังบอกอีกว่า การลงคะแนนให้เธอก็คือการลงคะแนนเพื่อต่อต้านไม่ให้ไต้หวันเป็นฮ่องกงแห่งที่สอง เพราะถูกบีบให้ยอมรับการอยู่ร่วมกับจีนภายใต้หลักการหนึ่งประเทศสองระบบ แต่เธอก็ย้ำว่าไต้หวันเผชิญกับการคุกคามถึงชีวิตเพื่อแสดงถึงความมีตัวตนและเส้นทางชีวิตในระบอบประชา ธิปไตยที่ต่างไปจากจีน
       
   ผู้สมัครคนที่สองคือ นายหัน กว๋อ-อี๋ว์ ในวัย 62 ปี เป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองเกาสงเมืองทางตอนใต้ของไต้หวัน และเป็นผู้สมัครจากพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเคยปกครองจีนแผ่นดินใหญ่ ก่อนที่จะหนีมาไต้หวันในปี 2492 หลังเสร็จสิ้นสงครามกลางเมือง ตามประวัติแล้วเขาเข้าโรงเรียนทหารและศึกษาด้านวรรณกรรมอังกฤษที่มหาวิทยาลัยซู่โชวในไทเป ต่อมาในปี 2535 ชนะเลือกตั้งเข้าสู่สภา แต่ต่อมาเลิกเล่นการเมืองไประยะหนึ่ง แล้วก็กลับมาเล่นการเมืองอีกครั้งในปี 2560 ลงชิงตำแหน่งประธานพรรคก๊กมินตั๋ง แต่ก็แพ้ แล้วก็ไปลงเป็นผู้สมัครของพรรคก๊กมินตั๋งในตำแหน่งนายกเทศมนตรี และด้วยกระแสโซเชียล เขาได้รับชัยชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองเกาสงซึ่งเคยเป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ด้วยนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจของเมืองเกาสง ซึ่งประสบปัญหาโรงงานย้ายฐานการผลิตไปอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่เพราะค่าแรงถูกกว่า
      
   นายหันเป็นนักสู้ที่ยึดมั่นในนโยบายหาเสียง ไม่เกรงกลัวที่จะประณามสื่อที่เขาไม่ชอบและยังกล่าวหาว่าประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ว่าเป็นผู้สนับสนุนซ่อนเร้นของเอกราชไต้หวัน เพราะเธอปฏิเสธไม่ยอมเรียกไต้หวันว่าสาธารณรัฐจีน แต่ประธานาธิบดีไต้หวันบอกเป็นเรื่องไร้สาระ
    
    นายหันยังสัญญาว่าจะเยียวยาความสัมพันธ์กับจีนแม้ว่าจะปฏิเสธหลักการหนึ่งประเทศสองระบบและยังสนับสนุนกฎหมายผู้ลี้ภัย เพื่อช่วยให้ผู้ชุมนุมประท้วงจากฮ่องกงได้หลบหนีมาอยู่ไต้หวันได้
       
  ส่วนผู้สมัครคนที่สามคือ นายเจมส์ ซุง วัย 77 ปี อดีตนักการเมืองอาวุโสจากพรรคก๊กมินตั๋ง ปัจจุบันเป็นประธานพรรคประชาชนเป็นหนึ่ง และเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้วของเขาซึ่งเคยลงสมัครทั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี.

...........................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16