อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

ลุ้นตัวโก่งธปท.ลดเงื่อนไข เงินดาวน์ผ่อนบ้านสัญญา2

สัปดาหนี้ลุ้น ธปท.ลดเงื่อนไขข้อกำหนดวางเงินดาวน์ที่อยู่อาศัยในสัญญาที่ 2 เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจไม่สู้ดี จันทร์ที่ 13 มกราคม 2563 เวลา 08.00 น.


เชื่อได้ว่า… กระแสข่าวการผ่อนปรนมาตรการแอลทีวี หรือมาตรการกำกับการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ของธปท.หรือแบงก์ชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ คงทำให้ใครหลายคนที่อยากมีบ้าน รวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ คงหายใจหายคอได้ทั่วท้องกันมากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้การวางเงินดาวน์ที่อยู่อาศัยในสัญญาที่ 2 ต้องอยู่ที่ระดับ 20% ของราคาที่อยู่อาศัย เพราะแบงก์ชาติต้องการสกัดกั้นไม่ให้เกิดการเก็งกำไรในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนกลายเป็นบ่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาอีก

แม้ในภาครัฐในแง่ของผู้กำกับดูแลแล้วจะเล็งเห็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้น แต่ผลของการใช้มาตรการก็ทำให้บรรดาภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องหยุดชะงักไปไม่น้อย แม้ว่าในแง่ของการกู้ซื้อบ้านหลังแรก หรือสัญญาที่ 1 จะไม่มีปัญหามีการเติบโตที่ดี กว่า 14 % หลังใช้มาตรการไป 3 เดือน ตั้งแต่ เม.ย.62 ที่ผ่านมา

แต่ในแง่ของบ้านหลังที่ 2  หรือสัญญาที่ 2 ก็หยุดชะงักไปไม่น้อย แม้ว่าก่อนหน้านี้แบงก์ชาติได้ประกาศผ่อนปรนกรณี “ผู้กู้ร่วม” ให้ถือว่าไม่ใช่ผู้กู้เพราะไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ก็ตาม ด้วยความหวังที่ว่าจะไม่เพิ่มภาระให้กับผู้ไม่มีกรรมสิทธิ์



ขณะเดียวกัน…ในแง่ของอุตสาหกรรมแล้ว ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบไม่น้อยทีเดียว!! เพราะภาคอสังหาริมทรัพย์นั้นมีผลกระทบต่อเนื่องมากมายกับอุตสาหรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงภาคแรงงานก็มีจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในภาคของการก่อสร้าง

ในยามที่เศรษฐกิจยังไม่ดี ยังมะงุมมะงาหราจากสารพัดสารเพปัจจัยที่ถล่มเข้ามาทั้งปัจจัยภายนอกภายใน จนทำให้คนทั้งประเทศกำลังเดือดร้อน การให้ความสำคัญกับภาคอสังหาริมทรัพย์จึงกลายเป็นการแก้ไขปัญหาในลำดับต้น ๆ

เพราะทุกครั้ง…ที่รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ!! เรื่องของอสังหาริมทรัพย์ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญทันที ด้วยเพราะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยับเขยื้อนเดินหน้าต่อไปได้



ด้วยเหตุนี้!! ทั้ง รองนายกฯ “สมคิด” ทั้ง “ขุนคลัง” จึงต้องเอ่ยปากเพื่อให้แบงก์ชาตินำเรื่องนี้กลับไปทบทวนกันหน่อย เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ปกติ หากยอมผ่อนเกณฑ์ ยอมถอยสักนิด เพื่อให้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สามารถทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นให้เบาบางลงไปได้

ดังนั้น!!! จึงต้องมารอดูกันว่า การยอมถอยของแบงก์ชาติอีกครั้ง!! ในรอบนี้จะช่วยได้มากน้อยเพียงใด ตรงเป้าหมายหรือไม่? โดยเฉพาะในเรื่องของเกณฑ์การวางเงินดาวน์ในสัญญาที่ 2

ที่สำคัญ เสียงเรียกร้องที่ส่งผ่านมายัง “บิ๊กตู่” ก็เป็นอีกแรงสำคัญ ที่ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งสางปัญหา เพราะความหวังดีในส่วนหนึ่งอาจทำให้อีกส่วนหนึ่งเดือดร้อน

มีการคาดหมายกันว่า หากแบงก์ชาติ “ยอมผ่อนเกณฑ์วางเงินดาวน์ในสัญญาที่ 2” จะทำให้ที่อยู่อาศัยขายออกได้มากขึ้น โดยกลับมามีโอกาสเติบโตขึ้น หรืออย่างน้อยก็ติดลบน้อยลงจากปีที่แล้ว

ทั้งนี้จากข้อมูลของศูนย์วิจัย กรุงไทย คอมพาส บอกว่า การกู้ซื้อที่อยู่อาศัยตามสัญญา ในช่วง 9 เดือนของปี 62 นั้น สินเชื่อใหม่ที่เป็นสัญญาแรก สามารถเติบโตได้ประมาณ 5% ในส่วนของบ้าน แต่หากเป็นคอนโดมีเนียม ติดลบ 2%

แต่ถ้าเป็นสัญญา 2 พบว่า สินเชื่อที่อยู่อาศัยประเภทบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ นั้นติดลบไปถึง 10% ขณะที่คอนโดมีเนียม ติดลบไปประมาณ 25%

แม้ว่าในปี 63 นี้ ที่ใคร ๆ ต่างรอดูว่าจะรุ่งหรือจะร่วง ก็ยังมีการคาดการณ์กันว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ แม้ได้รับผลดีจากการผ่อนคลายเกณฑ์แอลทีวี โดยเฉพาะในสัญญาที่ 2 ที่การวางเงินดาวน์อาจลดน้อยลงไปจากเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 20%



แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยง ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวดีมากนัก ภาระหนี้ครัวเรือนของคนไทยยังอยู่อัตราที่สูง รวมไปถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากที่สุด ในรอบ 6 ปี ก็ยังกลายเป็นปัจจัยที่มีผลต่ออสังหาริมทรัพย์ไม่น้อยเช่นกัน

ด้วยปัจจัยสารพัดเหล่านี้ ก็อาจทำให้บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เอง ก็ต้องปรับตัว โดยเฉพาะการปรับตัวเพื่อให้ขายของได้ง่ายขึ้น ดังนั้นบ้านราคาไม่เกิน 3 บาท ก็จะเห็นกันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าถึงเกณฑ์ของมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนอง

ขณะเดียวกันบรรดาผู้ประกอบการก็จะหันมาสร้างมาพัฒนาบ้านเดี่ยว เทาว์เฮ้าส์ บ้านแฝดกันมากขึ้น เพราะคนยังอยากมีบ้านกันอยู่มาก ส่วนคอนโดมีเนียมที่ยังมีสต๊อกเหลืออีกมาก ก็อาจมีการรลดราคาขายลง เพื่อระบายสต๊อกออกไปให้ได้มากที่สุด

ส่วนภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ ก็จะยังคงเติบโตได้สักประมาณ 5.5% จากปีก่อนที่ติดลบ 5% โดยคอนโดมีเนียมจะเติบโตได้ 4.5% จากปีก่อนที่ติดลบ 11% ขณะที่บ้านเดี่ยวและเทาว์เฮ้าส์ เติบโตได้ 6% จากที่ปีก่อนไม่มีการเติบโต

ทั้งหลายทั้งปวง เชื่อได้ว่าในเร็ว ๆ นี้ เผลอๆ อาจเป็นภายในสัปดาห์นี้ ที่คุณ ๆ ท่าน ๆ คงได้ยินข่าวดีกันแน่!!
.........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 104