อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

สักการะ'พระบรมเกศาธาตุ'พุทธองค์ ที่ตำหนักเพชร

สัปดาห์นี้โอกาสมงคลยิ่งสำหรับชาวไทยสักการะ "พระบรมเกศาธาตุ" พุทธองค์ที่ตำหนักเพชร วัดบวรฯ อังคารที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 11.00 น.


พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สร้างพระตำหนักเพชรถวายเป็นท้องพระโรง แด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ในปี พ.ศ. 2457

ที่ตั้งพระตำหนักเพชรเดิมเป็นที่ตั้งโรงพิมพ์ ในหลวงรัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อทรงครองวัดบวรฯ สำหรับมีไว้เพื่อพิมพ์บทสวดมนต์ และหนังสือที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระพุทธศาสนาแทนหนังสือใบลาน

ความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาระหว่างไทยและศรีลังกามีมายาวนานนับแต่กรุงสุโขทัยจนทุกวันนี้ ทั้งศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังการยังยาวนานจวบจนปัจจุบัน มีอายุ 266 ปี

วาระสำคัญเช่นนี้เราคนไทยจึงได้มีโอกาสเข้าสักการะ พระบรมเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า โดยมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร มูลนิธิธรรมดี และ องค์กรภาคีจัดพิธิอัญเชิญมาจาก Nelligal International Buddhist Center สถานที่ประดิษฐานพระบรมเกศาธาตุ จากเมืองแคนดี้ที่เก็บรักษาพระบรมเกสาธาตุนี้ไว้ 700 กว่าปี

ความพิเศษก็คือ พระบรมเกศาธาตุองค์นี้ไม่เคยถูกอัญเชิญมายังประเทศไทย

การเดินทางเพื่อเข้าไปสักการะพระบรมเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวให้นำรถไปจอดที่อาคารจอดรถของกรุงเทพมหานคร แล้วข้ามถนนมาที่วัดบวรฯ และ เดินมายังตำหนักเพชรด้วยการผ่านเข้าทางประตูตำหนักเพชร

ควรแต่งกายสุภาพการเข้าสักการะทางวัดบวรฯ และเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมดอกไม้ไว้ให้ แต่หากจะนำมาด้วยตนเองก็ได้

ระยะเวลาเข้าสักการะมีมาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม และ กำหนดวันสุดท้ายไว้ในวันที่ 15 มกราคม นี้ กำหนดเวลาสักการะตั้งแต่ สิบโมงเช้าถึงสองทุ่ม

น่าเสียดายถ้าหากไม่ได้มาสักการะในคราวนี้

โดยเฉพาะสุภาพสตรีได้ยินมาว่าที่ประเทศศรีลังการสุภาพสตรีไม่ได้รับโอกาสให้เข้าสักการะอย่างใกล้ชิดเช่นนี้

ความแตกต่างของพระบรมเกศาธาตุของพระพุทธเจ้ากับพระบรมสารีริกธาตุ

พระบรมเกศาธาตุ คือ เส้นผมของพระพุทธเจ้าที่พระพุทธองค์ประทานขณะที่ยังไม่ดับขันธ์ปรินิพพานให้กับบุคคลต่างๆ ครั้งแรกทรงประทานแก่สองพ่อค้าชาวมอญจากพม่าชื่อว่า ตปุสสะ และ ภัลลิกะ จำนวน 8 เส้น ต่อมาพ่อค้าทั้งสองได้สร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อประดิษฐาน ซึ่งก็คือ มหาเจดีย์ชเวดากอง นั่นเอง

ในไทยมีที่พระธาตุลำปางหลวง และ ที่พระธาตุช่อแฮ การสักการะพระบรมเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้านั้น ทุกขั้นตอนจะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกว่าจะต้องทำอย่างไร โดยเฉพาะตอนกราบเสร็จ และต้องเดินออกจากห้องที่ประดิษฐาน จะต้องเดินถอยหลัง ไม่ให้หันหลังออกในทันที

คติความเชื่อของชาวลังกาบอกว่า การหันหลังเดินออกนั้น มีความหมายถึง การหันหลังให้พระศาสนา

ใครที่ยังไม่ได้ไปกราบสักการะ ควรไปอย่างยิ่ง โอกาสดีแบบนี้มีแล้วต้องคว้า.
....................................
คอลัมน์ : ชำเลืองเมือง
โดย “แรมทาง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 91