อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

พี่ใหญ่มาเยือน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เตรียมเดินทางเยือนเมียนมา อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 17–19 ม.ค. ซึ่งจะเป็นการเยือนประเทศเพื่อนบ้านรั้วติดกันทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก ของผู้นำสูงสุดจากแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรก พฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2563 เวลา 07.30 น.


    ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เตรียมเดินทางเยือนเมียนมา อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 17–19 ม.ค. ซึ่งจะเป็นการเยือนประเทศเพื่อนบ้านรั้วติดกันทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก ของผู้นำสูงสุดจากแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การเยือนของอดีตประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน เมื่อปี พ.ศ. 2544 หรือเมื่อ 19 ปีก่อน
     
    เป้าหมายหลักการเยือนของสีในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี ผลักดันโครงการลงทุน และแสดงให้โลกเห็นถึงการสนับสนุนต่อรัฐบาลของนางออง ซาน ซูจี  ที่กำลังเผชิญกับเสียงประณามจากโลกตะวันตก จากวิธีจัดการปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮีนจาในเมียนมา
        
    อันที่จริงนี่เป็นการเยือนเมียนมา ในนามตัวแทนรัฐบาลปักกิ่งเป็นครั้งที่ 2 ของ สี โดยครั้งแรกในปี 2552 ขณะที่สียังดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งครั้งนั้นได้มีการลงนามข้อตกลงระหว่างประเทศ แบบบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู 16 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือทางด้านเทคนิค การก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำ โครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันและก๊าซแนวคู่ จีน- เมียนมา และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจ๊อกปยู หรือ จ๊อกปยู เอสอีแซด (Kyaukphyu Special Economic Zone : SEZ)
        
   แถลงการณ์ก่อนการเยือนครั้งนี้ โดยนายหลู่ จ้าวฮุ่ย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน บอกว่า จีนและเมียนมาจะหาแนวทางประสานความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า โดยผ่านโครงการเส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” หรือ บีอาร์ไอ (Belt and Road Initiative) แผนริเริ่มของสีที่เปิดตัวในปี 2556 ในการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค  เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางการค้าขาย ทั้งทางบกและทางทะเล ระหว่างจีนกับอย่างน้อย 70 ประเทศทั่วโลก
        
    เมียนมาเข้าร่วมบีอาร์ไอ ในปี 2561 ด้วยการเซ็นลงนามเอ็มโอยู 15 ฉบับ ก่อตั้งระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา หรือ ซีเมค (China-Myanmar Economic Corridor : CMEC) ใช้งานระบบสาธารณูปโภคขนส่งข้ามแดน
    
     ซีเมคระยะทาง 1,700 กิโลเมตร จะเชื่อมต่อจากเมืองคุนหมิง ในมณฑลยูนนาน ข้ามแดนมายังจังหวัดหมู่แจ้ ในรัฐฉาน ต่อไปยังเมืองมัณฑะเลย์ ทางภาคกลางของเมียนมา จากนั้นจะแยกออกเป็น 2 เส้นทาง เส้นแรกไปสิ้นสุดที่เมืองหลวงเก่าย่างกุ้ง อีกเส้นไปถึงจ๊อกปยู เอสอีแซด ในรัฐยะไข่ ทางภาคตะวันตกสุด
       
    จีนต้องการใช้เมียนมาเป็นเส้นทางผ่าน ทางลัดออกสู่มหาสมุทรอินเดีย การขนส่งสินค้าทางเรือไม่ต้องอ้อมไกลผ่านช่อง แคบมะละกาในมาเลเซีย วกขึ้นไปทางชายฝั่งตะวันออก สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
       
      นักสังเกตการณ์ในจีนมองว่า การเยือนของสีในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์กับเมียนมา ซึ่งมีทำเลที่ตั้งสำคัญทางยุทธศาสตร์ เป็นด่านหน้าความเป็นศัตรูทางภูมิศาสตร์การเมืองของจีนกับสหรัฐ และมหาอำนาจอื่น ๆ ในเอเชีย-แปซิฟิก เช่น อินเดียและญี่ปุ่น เป็นต้น
        
    ปี 2563 นี้ตรงกับครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างจีนกับ 3 ประเทศกลุ่มอาเซียน คือเมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย นายสือ ลี่ผิง นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญประจำวิทยาลัยสังคมศาสตร์ จีน กล่าวว่า สีเลือกเมียนมา สำหรับการเยือนต่างแดนประเทศแรกของปีนี้ สามารถมองได้ในหลายแง่มุม นอกจากนั้น เวียดนามและอินโดนีเซีย ล่าสุดยังติดพันความขัดแย้งเหนือดินแดนทางทะเลกับจีนอยู่
       
   เมียนมาจะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ในเดือน พ.ย. ปลายปีนี้ การเยือนของสีจะช่วยกระตุ้นคะแนนเสียงได้ไม่น้อยต่อ  ซูจี ซึ่งแม้อย่างเป็นทางการเธอจะมีตำแหน่งมนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่โดยพฤตินัยใครก็รู้ว่าเธอคือผู้นำสูงสุดตัวจริงเสียงจริงของประเทศ
        
    ในระยะหลายปีที่ผ่านมา เมียนมาหันหน้าไปหาจีนอย่างจริงจัง ปักกิ่งเป็นหนึ่งในมหาอำนาจโลกเพียงไม่กี่ประเทศ ที่แสดงตัวสนับสนุนเมียนมาอย่างเปิดเผย ในประเด็นโรฮีนจา และประเด็นอื่น ๆ ในเวทีโลก ที่เมียน มา ถูกกลุ่มชาติตะวันตกจ้องหาทางเล่นงาน.

..........................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 30