อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

ชะงัก!!ไทยเกินดุลสหรัฐฯ ปัญหาหนักกว่าบาทแข็งค่า

สัปดาห์ไปดูค่าเงินบาทแข็งค่า ต้นเหตุ “การเกินดุลการค้า” อย่างต่อเนื่องกับพี่บิ๊กเบิ้มจากตะวันตกอย่างสหรัฐ ห่วงไทยตกเป็นเป้าใช้มาตรการกีดกันทางการค้าในอนาคต จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 เวลา 08.00 น.


โอดครวญ เจ็บตัว ปวดสมอง กันมาหลายเวลากับเรื่องราวของ “ค่าเงินบาท” ที่ทำสถิติทุบความแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา จนทำให้ธุรกิจของใครหลายคนต้อง “เจ๊ง” เพราะค่าเงินบาทแข็งค่า

ที่สำคัญ “เงินบาทแข็งค่า” ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอีกหนึ่งอุปสรรคของการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะเมื่อค่าเงินบาทแข็งค่า ต้นทุนก็สูง ราคาของที่จะขายก็แพง สู้คนอื่นไม่ได้ แถมยังแปลงกลับมาเป็นรายได้เข้าประเทศน้อยลงไปอีกต่างหาก

ด้วยเหตุนี้!!! ค่าเงินบาท จึงกลายเป็น “จำเลย” ทางเศรษฐกิจ ที่มีแต่คนบ่น คนสรรเสริญ กันตลอดเวลา โดยเฉพาะฝีมือการบริหารของคนกำกับดูแลโดยตรง

แม้เวลานี้สถานการณ์ “ค่าเงินบาท” จะโอนอ่อนลงบ้างเล็กน้อย โดยเมื่อวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่แล้ว ถือว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าที่สุดในรอบ 3 เดือนโดยปิดตลาดที่ 30.40-30.42 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก็ตาม



แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้บรรดาภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ส่งออก ผู้ทำธุรกิจทั้งหลายคลายกังวลไปได้ แถมควบคู่ไปกับปัญหา “กู้เงิน” ไม่ได้เข้าอีก เรียกว่ามีสารพัดอุปสรรค แล้วอย่างดีจะหวังให้เอกชนเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างไร?

ต่อให้รัฐบาลออกสารพัดมาตรการออกมาช่วย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรายเล็กรายน้อย ที่ขนสารพัดออกมา สุดท้ายปลายทาง..ก็ไปจบที่กู้เงินแบงก์ไม่ได้เหมือนเดิม ส่วนผู้ส่งออก นอกจากต้องเจอปัญหาจากเศรษฐกิจโลกรุมกระหน่ำแล้ว ยังต้องเจอปัญหาเงินบาทแข็งเข้าอีก ก็จบเห่!!

เอาเถอะ ณ เวลานี้ ทั้งกระทรวงการคลังและแบงก์ชาติ ต่างร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเสถียรภาพทางการเงิน โดยมีทั้งขุนคลังและผู้ว่าการแบงก์ชาติ ร่วมกันเป็นประธาน ก็น่าจะทำให้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทนั้นสอดคล้องกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้ดีมากขึ้น

ด้วยเพราะไม่ใช่แค่ขุนคลัง และแบงก์ชาติเท่านั้น ที่เป็นประธาน แต่องค์ประกอบของคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ ยังมาจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเอกชน ทั้งภาคตลาดหุ้น ตลาดการเงิน เพื่อให้คำปรึกษาให้ครบทุกภาคทุกเซกเตอร์ที่สำคัญของเศรษฐกิจ



แม้เวลานี้เรื่องของ “ค่าเงินบาท” จะกลายเป็นจำเลยที่สำคัญ แต่ขณะเดียวกัน อะไร? ทำไม? ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าจริงๆ หากฟังจากฝ่ายของผู้กำกับดูแลอย่างแบงก์ชาติ ก็ย้ำว่า เป็นเพราะไทยมีการเกินดุลบัญชีสะพัดกันมาก แม้ว่ามูลค่าการส่งออกจะติดลบก็ตาม แต่หากนำมาหักลบกับการนำเข้าสินค้าแล้ว รายได้จากการส่งออกก็ยังสูงกว่ารายจ่ายการนำเข้า

เรื่องนี้แบงก์ชาติ “การันตี” ชัดเจน ว่าเป็นเพราะโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เกิดจากการ “เก็งกำไรระยะสั้น” ของนักลงทุนต่างชาติ เพราะเมื่อปีที่แล้ว ยังมีเงินไหลออกอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันแบงก์ชาติยังย้ำให้เห็นภาพชัดๆ ว่า การแทรกแซงค่าเงินบาท การใช้นโยบายการคลังอื่น ที่ต้องการผลในระยะสั้นนั้น แม้เป็นสิ่งจำเป็นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่เท่ากับว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ “ปลายเหตุ”

เพราะ...ต้นเหตุการแข็งค่าของเงินบาทเกิดจาก “การเกินดุลการค้า” อย่างต่อเนื่อง และที่น่าเป็นห่วงคือการเกินดุลการค้ากับพี่บิ๊กเบิ้มจากตะวันตกอย่างสหรัฐ เพราะเพียง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ของปีที่แล้ว ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯไปแล้ว 14,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่สำคัญ!! ยังมีแนวโน้มอีกว่าในปีนี้ อาจเป็นครั้งแรกก็ได้ ที่ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น นั่นหมายถึงว่า ไทยกำลังตกเป็น “เป้า” ที่สหรัฐจะใช้มาตรการกีดกันทางการค้าในอนาคตก็เป็นไปได้



หากเป็นเช่นนั้นจริง...ถือว่าเป็นเรื่องที่ “อันตราย” กว่าเรื่องของเงินบาทแข็งค่าด้วยช้ำไป เพราะนั่นหมายถึงรายได้หลักของประเทศ จากการส่งออกจะยิ่งต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากขึ้นไปอีก

เรื่องเหล่านี้ กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ ที่ทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องช่วยกันดู ช่วยกันแก้ไขปัญหา ช่วยกันขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปให้ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้ เงินในกระเป๋าคนไทยยิ่งแฟบลงแฟบลง ทุกวัน การทำงานแบบต่างคนต่างทำ ทำแบบมี “การเมือง” เข้ามาเอี่ยว เข้ามาเกี่ยวข้อง เชื่อเถอะ...ไทยจะไปไม่รอด

ในเมื่อเศรษฐกิจก็ไม่ดีอยู่แล้ว สารพัดปัจจัยที่ทับถม แล้วยังนำปัจจัยการเมือง เข้ามาขัดขา เข้ามาทับถม กันอีก คนที่รับกรรม...คือคนไทยทั้งประเทศ

เอาเป็นว่า... ณ เวลานี้ ก่อนจะถึงเวลาปรับเปลี่ยนครม. ก่อนจะถึงวันที่ฝ่ายค้านอภิปรายรัฐบาล บรรดาผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ควรหันมามองคนไทยทั้งประเทศ เพื่อให้ “อยู่รอด” อย่าลืมว่า ถ้าประเทศไม่รอด ท่านๆ ก็ไม่รอดเช่นกัน!!
............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 118