อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

นี่แหละตัวตนสาวเก่ง'ไอเดียร์-สุชาดา'

เปิดตัวตนและความคิดสาวเก่ง ''ไอเดียร์-สุชาดา แทนทรัพย์'' โฆษกประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ที่บาลานซ์งานและไลฟ์สไตล์ชีวิตได้อย่างลงตัว เสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.30 น.


จัดเป็นอีกหนึ่งสาวสวยที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การแต่งกาย ความชอบหรือไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของเธอมักจะได้รับความสนใจจากสังคมอยู่เสมอ สำหรับสาว ไอเดียร์-สุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ล่าสุด “เดลินิวส์ออนไลน์” มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับไอเดียร์ พร้อมอัพเดทเรื่องราวในมุมส่วนตัวของเธอมาให้รู้กันแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ



ที่มาของชื่อไอเดียร์?
“จริงๆตอนเด็กชื่อในใบเกิดชื่อชดาเพราะว่าชื่อจริงของเราคือสุชาดา ด้วยความที่คุณพ่อคุณแม่ก็ตกใจไม่ได้เตรียมตั้งชื่อเล่นไว้เลยตั้งว่าน้องชดา พออยู่ไปสักพัก อาม่าเดียร์เป็นคนจีน เขาเรียกชดาไม่ได้เพราะมันยากไป และตอนนั้นบ้านเราทำเกี่ยวกับฝ้ายเลยตั้งว่าชื่อฝ้าย จริงๆชื่อฝ้ายมาตลอด ตั้งแต่เรียนจนจบมัธยม พอเข้ามหาลัยก็มีโอกาสได้ทำธุรกิจร่วมกับพี่เอ-ศุภชัย พี่เอเลยพาไปดูหมอดู บอกว่าชื่อฝ้ายมันเบาเกินไป หมอดูเลยมีชื่อมาให้เลือกทั้งชื่อจริงชื่อเล่น มีชื่อเล่นให้ 2 ชื่อคือเอยและไอเดียร์ พอทุกคนเห็นเลยสนับสนุนให้ชื่อไอเดียร์ ตั้งแต่นั้นมาทุกคนก็เรียกไอเดียร์มาตลอด”




หลังจากเปลี่ยนชื่อชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง?
“จริงๆแล้วชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะตอนนั้นเรียนมหาลัแล้ว ตอนแรกเพื่อนก็จะเรียกว่าไอเดียร์ พี่เอก็เรียกไอเดียร์ ตอนแรกคิดว่าทุกคนคงไม่ชินกับคำว่าไอเดียร์ มันดูแปลกเวลาแนะนำให้เพื่อนต่างชาติฟัง ไปๆมาๆมันก็มีข้อดีของมัน ทุกคนจะจำเราได้ตลอด มันเป็นชื่อที่ไม่น่าจะมีใครตั้งชื่อแบบนี้(ยิ้ม)”



ไลฟ์สไตล์ชอบออกกำลังกายเพราะอะไร?
“ชอบออกกำลังกายมากเพราะเดียร์เป็นคนแรงเยอะ ถ้าสมมุติไม่ได้ใช้แรงก็เหมือนกับพลังกลับเข้ามาใส่หัวหมด จะคิดโน่นนี่ไปเรื่อย เป็นคนที่พยายามจะรักษาสุขภาพตัวเองไว้เพราะตอนเด็กเป็นหอบหืด ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง วิ่งไม่ได้ พอโตมาก็อยากที่จะทำยังไงให้มันหาย ตอนเด็กแรกๆก็เล่นโยคะซื้อซีดีมาเล่นเอง อาการดีขึ้น พอเข้ามหาลัยก็เรียนที่ ม.ธรรมศาสตร์ พยายามที่จะดูว่าจะทำยังไงให้ร่างกายแข็งแรงได้อีก ก็ทำได้แค่เดินไปเรื่อยๆเดินเร็ว ต่อมาก็เริ่มเล่นเวทเพราะเป็นคนผอมมากเมื่อก่อนกินยังไงก็ไม่อ้วน เลยรู้สึกไม่ชอบมันดูผอมเลยไปเล่นเวท พอเล่นตัวก็ใหญ่ขึ้นและหลังจากนั้นร่างกายดีขึ้นมากเลยเริ่มวิ่งได้ค่อยๆเริ่มจาก 5 โล เป็น 10 โล”



ชอบทะเลด้วยใช่ไหม?
“ใช่ค่ะ เดียร์ชอบทะเลมาก(ยิ้ม)ชอบอยู่ข้างทะเล ชอบอาบแดดให้ผิวแทน ชอบไปกับเพื่อน ทะเลทำให้รู้สึกว่าผ่อนคลาย และมีป้าคนหนึ่งที่นับถือเป็นแม่อยู่ที่สมุย เวลามีเรื่องเครียดแล้วอยากผ่อนคลายก็จะไปที่สมุยตลอด แต่เรื่องผิวเสียที่หลายคนกลัวกัน ตอนเด็กเดียร์เป็นคนค่อนข้างผิวขาว อาจไม่ได้ขาวมาก แต่ผิวไม่ได้เป็นสีแทนแบบนี้ ส่วนตัวรู้สึกชอบอะไรที่มีริ้วรอย อย่างเวลาเพื่อนๆฉีดโบท็อกซ์กัน เราก็จะรู้สึกไม่อยากฉีด ชอบคนที่ยิ้มแล้วมีตีนกา อาจเป็นรสนิยมที่แปลก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิง เวลาที่คนยิ้มแล้วมีตีนกาและมีริ้วรอยบนใบหน้า รู้สึกว่ามีเสน่ห์ รู้สึกว่าทุกคนไม่ได้เหมือนกัน ไม่ต้องตึงไปหมดทุกคนค่ะ”



นอกจากชอบทะเลและการออกกำลังกายแล้ว ยังชอบอะไรอีกไหม?
“ตอนนี้เดียร์ชอบกินค่ะ แต่ในส่วนการทานอาหารเป็นคนที่ทานเยอะมาก แต่ว่าเดียร์เลือกทาน อาหารที่ไม่มีผลต่อเลือด ไขมันในเส้นเลือดค่ะ”

การศึกษาเราเรียนจบเพื่อเป็นวิศวกรด้วยใช่ไหม?
“ตอนเด็กเดียร์ค่อนข้างเหมือนเด็กผู้ชาย เป็นเด็กที่ไปกับคุณพ่อตลอด เล่นกีต้าร์ เวลาคุณพ่อทำงานเสร็จแล้วอยากผ่อนคลาย เราก็จะพากันไปเล่นสนุ๊ก เหมือนเด็กผู้ชายเพราะเป็นลูกคนโต พอตอนเรียนก็คิดว่าอยากเรียนอะไร ตอนนั้นที่บ้านทำเกี่ยวกับสร้างบ้านขายอสังหาริมทรัพย์เลยดูว่าสกิลตรงไหนที่เราทำและสามารถไปต่อยอดได้ ก็ควรมีความรู้นิดนึงจะได้ไม่ต้องไปจ้างเขาทั้งหมดและเราไม่รู้อะไรเลย”

มาอยู่กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นยังไง?
“เดียร์มองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันดีเสมอ(ยิ้ม) ตอนที่อยู่กับวิศวะ ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนผู้ชายที่มหาลัยค่อนข้างเข้มงวดมากในการเข้าเรียน ทุกคนจะมองภาพว่ามหาวิทยาลัยของเดียร์ชิล เห็นในรูปการแต่งกาย แต่คณะเดียร์จะเป็นคณะที่ต้องใส่ชุดนักศึกษา เข้าเช็กชื่อทุกคลาส เรียนเต็ม 5 วัน บางครั้งเรียน 6 วัน เรียนเยอะ สิ่งที่ได้มาจากตรงนั้นคือระเบียบวินัย ถ้าไม่เข้าเรียน ไม่เช็กชื่อจะไม่ได้สอบ บางเรื่องที่ไม่ถนัด พวกเลขวิศวะมาคู่กับเลข เราไม่ถนัดเลยก็พยายามตื่นตัวเพราะมีการสอบ ก็ได้วิธีการคิดแบบใช้ชีวิตแบบวิศวะมา พอเรียนบัญชีอีกก็ได้ความคิดแบบนั้นมา เดียร์มองว่าเราได้เยอะนะในส่วนของความคิด การวางแบบแผนในชีวิตเอามาประกอบกับการทำงาน ซึ่งในกระทรวงอุตสาหกรรมก็มีหลายกรมที่ค่อนข้างใช้พื้นฐานวิศวะหรือตัวเลข อย่างน้อยเรามีพื้นฐาน มองว่ามันไม่ได้ตรงกับวิชาเลยทั้งหมดเพราะส่วนตัวทำงานโฆษก แต่มีสกิลพื้นฐานในด้านความคิดที่มันเชฟมาแล้ว มาประกอบกับสถานการณ์ต่างๆ”



“จริงๆการทำงานการเมืองไอเดียร์ มองว่าทุกอย่างที่ทำไม่สุ่มเสี่ยง ส่วนตัวคิดว่ามันได้หมดเลย เราทำงานหนักมาก เป็นคนที่โฟกัสอะไรแล้วจะทำแค่อย่างเดียว ก็มีคนบอกให้ไปเที่ยวบ้าง แต่ส่วนตัวคิดว่าตอนที่เรียนเที่ยวเยอะมามากแล้ว ได้ใช้ชีวิตทุกๆอย่าง ไม่ว่าการไปแฮงเอาท์ ออกกำลังกายกับเพื่อนและเคยมีช่วงที่ออกกำลังกายอย่างเดียวทั้งวัน รวมทั้งไปเที่ยวต่างประเทศด้วย”



มาทำงานการเมืองสูญเสียเวลาส่วนตัวไหม?
“เดียร์มองว่าชีวิตไม่ได้สูญเสียและยังเป็นตัวเองด้วย ในตอนทำงานหลายๆคนชอบบอกว่าจากที่แต่งตัวไม่เรียบร้อย ตอนนี้ก็แต่งเรียบร้อย มันไม่สูญเสียเลย (ยิ้ม)เป็นไปเองตามธรรมชาติ อย่างที่แต่งตัวไม่เรียบร้อย ก็ไม่ใช่ว่าเวลาเจอผู้ใหญ่แล้วจะไม่เรียบร้อย แต่มันเป็นไลฟ์สไตล์เป็นความชอบ เช่น ไปทะเล ใส่ชุดว่ายน้ำ ส่วนตัวมองว่าตรงกับบริบทตรงนั้นแล้ว ไม่มีอะไรที่แปลกเพราะคนว่ายน้ำก็ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ ตอนที่ทำงานก็ต้องให้เกียรติสถานที่ให้เกียรติตัวเอง อยู่ที่กระทรวงก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย ไม่ฝืน ตอนนี้ยังย้อนไปดูรูปเก่าๆ เราก็แต่งตัวแบบนั้นจริง มันก็ไม่แปลก ที่ทุกคนจะบอกว่าฝืน มองว่าเป็นความเชื่อส่วนตัวมากกว่า รสนิยมของเราเองก็มีเปลี่ยนไปได้ตามวัยค่ะ”



ผู้ใหญ่เตือนว่าแต่งตัวโป๊ รู้สึกอย่างไร?
“เมื่อก่อนมีผู้ใหญ่เตือนว่าแต่งตัวค่อนข้างโป๊ แต่เราก็มองว่าไม่โป๊ มันแปลกมาก เป็นเรื่องธรรมดา ใครก็แต่ง ไม่ได้เตรียมรับมืออะไรเลย เคยมีผู้ใหญ่บอกให้ลบรูปต่างๆของเดียร์ก่อนหน้านี้ แต่ไอเดียร์บอกว่าลบไปมันก็เท่านั้น มันก็อยู่บนอินเตอร์เน็ต ลบไปมันเหมือนกับการเราไม่ยอมรับตัวเอง เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย มองว่ารสนิยมของการแต่งตัวไม่ว่าจะใส่สีสันฉูดฉาด คนนี้จะแต่งสีดำตลอด หรือคนนั้นจะแต่งตัวเปิดเผย เป็นรสนิยมความชอบส่วนบุคคล คิดว่ามันไม่จำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนความชอบของเราเพื่อให้ไปถูกใจคนอื่น แต่ถ้าเราปรับเปลี่ยนความชอบเพื่อให้ถูกกาลเทศะ ให้เกียรติสถานที่ ให้เกียรติตัวเอง ให้เกียรติผู้ใหญ่ อันนี้โอเค”

คนมองแต่งตัวโป๊ เคยเจอคอมเมนต์ต่อว่าแรงๆไหม?
“ก็มีนะ แบบแอ๊บหรือปกติเห็นอยู่ที่นั่นที่นี่ก็แต่งตัวโป๊คือส่วนตัวเราคิดว่ามันไม่โป๊ไง(ยิ้ม)เราก็รู้สึกว่า ไม่เป็นไรมันเป็นสิทธิ์ของเขาเข้ามาอ่าน เป็นสิทธิ์ที่เขาจะเข้ามาเห็นแล้วชอบแบบนั้น ถือว่ามาอยู่ตรงนี้ การเมืองก็ถือว่าเป็นสาธารณะ ต้องโอเคกับมัน ไม่เคยเก็บมาคิดใส่ใจ ถ้าไม่ใช่คำพูดที่มาจากเพื่อนหรือครอบครัว ไม่เคยตอบโต้เลย มันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะคิด อยากให้ทุกคนคิดกลับมาเหมือนกับเรื่องบูลลี่ โดยส่วนตัวไม่รู้ว่ามีคนคิดเหมือนเรามากขนาดไหน บางคนก็เห็นในอินเตอร์เน็ตเยอะแยะว่าเกิดการบูลลี่ ทำให้เกิดความเครียด มีการฆ่าตัวตาย การตัดสินคือถ้าสมมุติคนที่โดนบูลลี่แล้วไม่ใช่ตัวเรา ก็ไม่สนใจปล่อยมันไป แต่เขาเก็บมาคิด มันก็สร้างบาดแผลให้จิตใจของคนๆหนึ่ง”



ก่อนเข้ามาเล่นการเมืองกับตอนนี้มองว่าต่างกันเยอะไหม?
“ต่างกันมาก เข้ามาตอนแรกเพราะเดินเข้าไปขอทำงาน ก็เรียนรู้ตั้งแต่แรกเลย การเมืองคือการเมือง มั่นใจว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ไม่สามารถหาที่ไหนได้แน่นอนเพราะจะได้เจอกับผู้คนมากหน้าหลายตาจากทุกๆจังหวัด บางคนเป็นพี่ที่มีประสบการณ์ เป็นคนที่เป็นสส.แล้ว คนที่เป็นสส.อยู่ มันทำให้เราโตขึ้นมาก เริ่มรู้จักจุดมุ่งหมายมากขึ้น รู้จักเลือกใช้เวลา ปฏิเสธคนเป็นมากขึ้น เรานิ่งขึ้น สำหรับตอนนี้พอมาอยู่ในกระทรวงทำงานกับพี่ๆราชการ เขาทำงานมาเป็นเวลาหลายปี เราได้ความรู้ในส่วนที่มั่นใจว่าไม่สามารถหาได้ที่ไหนแน่นอนเพราะเขาทำมาไม่รู้กี่ปีและเขาสรุปทุกอย่างมาแล้ว เรามีโอกาสได้เรียนรู้และศึกษาก็เลยมองว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น”

ยิ่งได้คุยก็ยิ่งรู้ว่าสาวเดียร์เป็นอีกหนึ่งคนที่มีความคิดและทัศนคติต่อตนเองและสิ่งรอบข้างดีมากๆ การทำงานการเมืองเป็นสิ่งที่หนัก แต่เชื่อว่าสาวเดียร์จะทำได้ดีแน่นอน

--------------
คอลัมน์ “Talk Online”
โดย “สมคิด แซ่คู”












 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 383