อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563

บ้านแตก

ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอยู่กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีแหล่งต้นตออยู่ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีนแผ่นดินใหญ่ อีกจุดที่อยู่ไม่ไกล ในภูมิภาคเอเชียตะวันตก กำลังเกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งใหม่ สร้างความหนักใจแก่องค์การสหประชาชาติ ศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.30 น.


   ขณะที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอยู่กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีแหล่งต้นตออยู่ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ทางภาคกลางของจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ในขณะนี้ อีกจุดที่อยู่ไม่ไกลออกไป ในภูมิภาคเอเชียตะวันตก กำลังเกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งใหม่ สร้างความหนักใจแก่องค์การสหประชาชาติ และอีกหลายองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
      
   ประชาชน  ราว 700,000 คน หลบหนีออกจากบ้านเรือนในจังหวัดอิดลิบ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย ไปยังเขต แดนตุรกี ขณะที่กองทัพรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด โหมโจมตีฐานที่มั่นกบฏในอิดลิบอย่างหนักอีกระลอก โดยมีเครื่องบินรบกองทัพรัสเซียและเครื่องบินรบซีเรียโจมตีทางอากาศสนับสนุน เพื่อยึดเมืองคืนจากกบฏให้ได้
        
   จังหวัดอิดลิบ และหลายพื้นที่ของจังหวัดอาเลปโปที่อยู่ติดกัน เป็นพื้นที่ควบคุมสุดท้ายของฝ่ายกบฏ และกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง หลังจากสงครามกลางเมืองดำเนินมาจะครบ 9 ปีในเดือน มี.ค.ที่จะถึง เมื่อยึดคืน 2 จังหวัดนี้ได้โดยสมบูรณ์ อัสซาดน่าจะประกาศการสิ้นสุดของสงครามกลางเมืองอย่างเป็นทางการด้วยชัยชนะของฝ่ายรัฐบาล
        
    สงครามซีเรียทำให้เกิดความบาด หมางระหว่างรัสเซียกับตุรกี ซึ่งเป็นพันธ  มิตรกันในเวทีโลก เนื่องจากรัสเซียหนุนหลังอัสซาด ส่วนตุรกีสนับสนุนฝ่ายกบฏ และปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของรัสเซียใน อิดลิบ ทำให้คลื่นผู้ลี้ภัยแห่ข้ามแดนหนีเข้าสู่ตุรกีทางเหนือ
        
    นายเจมส์ เจฟฟรีย์ ทูตพิเศษของสหรัฐสำหรับซีเรีย เผยว่า ช่วงเวลา 3 วันก่อนถึงสิ้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ฝูงบินรบรัสเซียออกโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายกบฏซีเรีย ในจังหวัดอิดลิบถึง 200 เที่ยว สร้างความเสียหายยับเยินต่ออาคารบ้านเรือนในพื้นที่ และมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน รวมถึงครอบครัวญาติพี่น้องของนักรบกบฏ
        
     กองทัพรัสเซียและกองทัพซีเรียกล่าวว่า ต้องยับยั้งกลุ่มกบฏและกลุ่มหัวรุนแรง  ที่หันไปโจมตีพลเรือนในอาเลปโปหนักขึ้น แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและหน่วยกู้ภัยอาสาสมัครในพื้นที่กล่าวว่า การโจมตีทางอากาศของเครื่องบินรบรัสเซีย-ซีเรีย มั่วไม่เลือก เป้า สร้างความเสียหายต่อสถานที่ต้องห้าม เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่พลเรือนอื่น ๆ
        
     ชาวจังหวัดอิดลิบและจังหวัดอาเลปโป กลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศประมาณ 700,000 คน ส่วนใหญ่กำลังมุ่งหน้า ข้ามแดนเข้าสู่ตุรกี ทำให้เกิดวิกฤติระหว่างประเทศครั้งใหม่


    
     ปัจจุบันตุรกีมีผู้ลี้ภัยหนีสงครามจากซีเรียอยู่ก่อนแล้ว กว่า 3.5 ล้านคน
       
      วันที่ 28 ม.ค. ทหารกองทัพซีเรียสามารถบุกยึดคืนเมืองมาอารัต อัล-นูมาน เมืองใหญ่สุดอันดับ 2 ของจังหวัดอิดลิบได้สำเร็จ ตั้งอยู่บนทางหลวงสาย เอ็ม 5 เชื่อมต่อระหว่างเมืองหลวงกรุงดามัสกัส กับจังหวัดอาเลปโป เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญทั้งทางทหารและการค้า
        
     ผู้บัญชาการกองทัพบกซีเรีย เผยเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า กองทัพมีแผนยึดคืนทางหลวงสาย เอ็ม 5 ตลอดทั้งสาย ภายในไม่เกิน 4–5 วัน ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญสำหรับการยึดคืนพื้นที่อิดลิบและอาเลปโปทั้งหมด
        
    สงครามกลางเมืองซีเรีย ที่ดำเนินมาเกือบ 9 ปี ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. 2554 สร้างความเสียหายหนักต่อเศรษฐกิจประเทศ ค่าเงินปอนด์ซีเรียอ่อนลงอย่างรวดเร็ว ทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง พร้อมกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ชาวซีเรียส่วนใหญ่ซึ่งฐานะยากไร้อยู่แล้ว ยิ่งลำบากหนักขึ้นไปอีกหลายเท่าในการหาเลี้ยงชีวิตและครอบครัวให้อยู่รอด
        
    รายงานของยูเอ็นเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ระบุว่า ชาวซีเรียที่หลบหนีออกจากจังหวัดอิดลิบกำลังต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินทางด้านอาหารและที่พักพิง.

........................................
เลนซ์ซูม

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22