อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563

กระทบท่องเที่ยวโลก

ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของการท่องเที่ยวโลก เพราะการค้าสหรัฐกับจีนเริ่มผ่อนคลาย แถมยังมีมหกรรมระดับโลกจะเกิดขึ้นช่วงกลางปีอย่างโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในจีน ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ จันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.30 น.

        
    ความจริงปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของการท่องเที่ยวโลก เพราะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนเริ่มผ่อนคลาย เศรษฐกิจลู่ทางแจ่มใส แถมยังมีมหกรรมระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงกลางปีอย่างโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น แต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศจีน ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ รายได้สูญหายเป็นพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพราะนักท่องเที่ยวหลายล้านคนทั่วโลกไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่ที่บ้านสถานเดียว
      
    บทความของเอพีบอกว่า กาเบรียล ออทรี ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน มีกำหนดที่จะต้องเดินทางมาฮ่องกงเพื่อแต่งงานกับเพื่อนชายชาวจีนนั้นต้องล้มพับไปก่อน ทั้งสองคนต้องถูกกักกันโรคอยู่แต่ในอพาร์ตเมนต์ที่เมืองหางโจว ระยะห่างขับรถ 8 ชั่วโมงถึงเมืองอู่ฮั่นศูนย์กลางการแพร่ระบาด ขณะที่พบผู้ติดเชื้อกว่า 3 หมื่นรายและเสียชีวิตกว่า 600 คน (ข้อมูลเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา)
      
      ออทรีบอกว่า ยังไงก็ขอบคุณที่สุขภาพของเธอกับเพื่อนชายยังแข็งแรงและได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ยังไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่ถึงจะได้ออกเดินทางเพื่อไปแต่งงานได้
      
     ข้อมูลจากบริษัทท่องเที่ยว โอเอจี บอกว่า มี 30 สายการบินแล้วที่ระงับเที่ยวบินไปจีน เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมาสัปดาห์เดียว เที่ยวบินถูกยกเลิกไป 25,000 เที่ยว โรงแรมที่พักในประเทศจีนส่วนใหญ่จะว่าง ยอดจองที่พักโรงแรมในจีนลดลงไปกว่าร้อยละ 75 ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ข้อมูลจากเอสทีอาร์บริษัทวิจัยด้านที่พัก และผู้โดยสารกว่า 7,000 คนถูกกักกันโรคบนเรือสำราญ 2 ลำในญี่ปุ่นและฮ่องกง
       
      ก่อนการแพร่ระบาด รายงานขององค์ การท่องเที่ยวโลกหน่วยงานของสหประชาชาติประเมินว่า การเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวโลกในปีนี้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3-4 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มขึ้นถึง 1,500 ล้านคนในปีนี้ ส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในตะวันออกกลางและลาตินอเมริกา ในส่วนที่มีผลกระทบก็คือความไม่แน่นอนของการถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) หรือไม่ก็ความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน
    
     กำลังสำคัญก็คือนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นส่งผลให้การท่องเที่ยวโลกเฟื่องฟู ตัวอย่างที่เห็นได้ของปี 2561 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปต่างประเทศมากกว่า 150 ล้านเที่ยวและใช้เงินไปมากถึง 277,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลจากไอเอชเอส มาร์กิต บอกว่าตัวเลขนี้มากกว่าเมื่อปี 2545 ซึ่งมีการใช้จ่าย 15,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
      
    การสูญเสียด้านท่องเที่ยวเห็นได้อย่างชัดเจนในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเดิมจะต้องมีการเดินทางท่องเที่ยวมากถึงร้อยละ 75 ช่วงเทศกาลตรุษจีน ข้อมูลจากบริษัทฟอร์เวิร์ดคีย์สบริษัทที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว บอกว่าตรุษจีนปีนี้ที่เริ่มตั้งแต่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาเฟื่องฟูที่สุดของการเดินทางในประเทศจีน แต่ปีนี้ทรุด ยกตัวอย่างเช่น สวนสนุกดิสนีย์แลนด์แถลงว่า ขาดทุนไป 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพราะสวนสนุกในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ต้องปิดให้บริการมากว่าสองเดือนแล้ว นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬาของไทยบอกว่า ไทยคาดว่าจะสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน 9,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปจนถึงเดือน มิ.ย.นี้
        
    การยกเลิกเที่ยวบินยังส่งผลกระทบต่อสายการบินของสหรัฐ ข้อมูลจากทัวริซึ่ม อีโคโนมิคส์ บริษัทที่ปรึกษาและข้อมูลระบุว่า สายการบินสหรัฐขาดรายได้ไป 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ เพราะไม่มีเที่ยวบินขาเข้าและขาออกไปจีน
        
    บริษัทเรือสำราญก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคาร์นิวัลและรอยัล แคริบเบียน ต้องยกเลิกเส้นทางเรือสำราญไปจีน 20 เที่ยว และหลายสายไม่ยอมให้ผู้โดยสารขึ้นเรือ หากเคยไปฮ่องกงและจีนในช่วง 14 วันที่ผ่านมาก่อนเรือออก เรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้โดยสารหลายพันคน เช่น เรือสเปคตรัม ออฟ เดอะ ซีส์ ของบริษัทรอยัล แคริบเบียนในเซี่ยงไฮ้ เรือสำราญที่จุผู้โดยสารได้ 4,246 คน ส่วนบริษัทรอยัล แคริบเบียนที่ไมอามี่ได้ประเมินว่าการยกเลิกเส้นทางเดินเรือสำราญของบริษัททำให้ขาดรายได้ไปแล้วร้อยละ 1 ของรายได้ของปีนี้
      
      นักวิเคราะห์ประเมินว่าการท่องเที่ยวจะต้องกลับมาเฟื่องฟู เพราะเราเคยมีประสบ การณ์กันมาแล้วจากวิกฤติด้านสาธารณสุข เช่นการแพร่ระบาดของโรคซาร์สแต่ยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่.

..........................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24