อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563

ทางเลือกใหม่

นครโฮจิมินห์ ทางภาคใต้ของเวียดนาม กลายเป็นจุดหมายใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism) จากปัจจัยบริการด้านสาธารณสุข และเทคโนโลยีการแพทย์ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว    อังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.30 น.


   นครโฮจิมินห์ ทางภาคใต้ของเวียดนาม กลายเป็นจุดหมายใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism) จากปัจจัยบริการด้านสาธารณสุข และเทคโนโลยีการแพทย์ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว     
     
    โฮจิมินห์ หรือชื่อเดิม ไซ่ง่อน เคยเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐเวียดนาม (เวียดนามใต้) ระหว่างปี พ.ศ. 2498 – 2518 ตอนที่ยังแยกประเทศเป็น เหนือ-ใต้ และปัจจุบันยังเป็นเมืองขนาดใหญ่สุด และเจริญรุ่งเรืองที่สุดของประเทศ ใหญ่กว่ากรุงฮานอย เมืองหลวงในปัจจุบัน
      
     จากข้อมูลของสำนักงานท่องเที่ยวโฮจิมินห์ จำนวนชาวเวียดนามที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน และชาวต่างชาติ ที่เดินทางเยือนเวียดนามในรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระยะหลายปีล่าสุด
      
    โฮจิมินห์มีบริการด้านการแพทย์ครบวงจร รวมถึง ทำฟัน ศัลยกรรมเสริมความงาม โรคหัวใจ หรือ การรักษาภาวะมีบุตรยาก
      
     ปีที่แล้ว ผู้ป่วยชาวต่างชาติกว่า 357,000 คน เดินทางไปเวียดนาม เพื่อตรวจเช็กสุขภาพ หรือเข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วเวียดนาม โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยใน 57,000 คน สร้างรายได้เข้าประเทศราว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (62,290 ล้านบาท)
      
      ประมาณ 40% ของผู้ป่วยต่างชาติทั้งหมด เดินทางไปที่โฮจิมินห์ โดยศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยโฮจิมินห์ ได้รับความนิยมมากที่สุด รับผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉลี่ย 40–50 คนต่อวัน
      
      อ๋อ ถั่น ถัง ผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานของศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยโฮจิมินห์ เผยว่า ผู้ป่วยชาวต่างชาติจากเกือบ 80 ประเทศทั่วโลก เข้ารับการตรวจรักษาที่ศูนย์ฯ โดยชาวลาวและชาวกัมพูชา ครองส่วนแบ่งประมาณ 80%
     
       กลไกหลักขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของเวียดนาม คือ แพทย์ความสามารถสูง ระบบสาธารณูปโภคทันสมัย รวมทั้งเทคโนโลยีล้ำยุค และการดูแลรักษาคุณภาพดีกว่า
       
      ชาวเวียดนามที่ลี้ภัยไปอยู่อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ ตั้งแต่สมัยไซ่ง่อนแตก และช่วงหลังจากนั้น รุ่นลูกหลานที่เกิดและเรียนจบแพทย์ในประเทศเหล่านี้ อพยพตามพ่อแม่กลับมาอยู่เวียดนามเป็นจำนวนมาก กลุ่มคนเหล่านี้มีทั้งเข้าทำงานในโรงพยาบาลรัฐ และเปิดโรงพยาบาลเอกชน
        
      ข้อมูลจากสำนักงานบริการทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม ค่าใช้จ่ายสำหรับการทำฟันในเวียดนาม ถูกกว่าประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ประมาณ 3–10 เท่า
       
       แม้ว่าการรักษาจะมีคุณภาพสูง และราคาถูก แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปทำฟันในเวียดนาม ยังค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนชาวต่างชาติทั้งหมดที่ไปเยือน โดยจำนวนเฉลี่ยอยู่ที่ปีละประมาณ 100,000 คน ในช่วงหลายปีล่าสุด ทำรายได้เข้าประเทศปีละ 151,200 ดอลลาร์สหรัฐ (4.7 ล้านบาท)
    
     นักวิเคราะห์บอกว่า เวียดนามจำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว และความพยายามแบบบูรณาการ สำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
        
    ในแผนงานการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ สำหรับปี พ.ศ. 2562–2568 ของคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ เรียกร้องให้ขยายบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับนักท่องเที่ยว และยังสั่งให้ภาคสาธารณสุขมุ่งเน้นพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้ได้มาตรฐานสากล

       ถั่ง ชี ธอง รองผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขนครโฮจิมินห์ กล่าวว่าจำนวนชาวต่างชาติ และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในโฮจิมินห์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการใช้บริการฉุกเฉินและการแพทย์สูงขึ้นตามในระยะหลายปีที่ผ่านมา สำนักงานฯ ได้ทำการตลาด และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพขนานใหญ่.

..........................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 25