อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

รอลุ้นกันเลยแพคเกจใหญ่ รัฐจัดเต็มกระตุ้นเศรษฐกิจ

โลกเจ็บ…จีนป่วย!! ไทยก็เจ็บ…ก็ป่วยไปด้วย!!! ด้วยเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยยังพึ่งพิงรายได้จากเงินตราต่างประเทศ ทั้งเรื่องของการส่งออก และเรื่องของการท่องเที่ยว จันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.


ปัจจุบันรายได้จากการส่งออก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของรายได้ประเทศ ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยว มีสัดส่วนรายได้เกือบ 20% แถมยังเน้นหนักรายได้ไปที่เงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน

ที่เป็นอันดับหนึ่งของรายได้จากการท่องเที่ยว จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไม? เวลานี้ เงินในกระเป๋าของคุณ ๆ ท่าน ๆจึงร่อยหรอลดลงเรื่อย ๆ พอมาเจอเข้ากับปัญหาภัยแล้ง ปัญหาโรคระบาด ปัญหางบประมาณออกช้า จึงยิ่งทำให้ใครหลายคน ต้องบาดเจ็บ ล้มหายตายจากกันไปเป็นแถว



ขนาดหนึ่งในขุนพลเศรษฐกิจ อย่าง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ยังต้องออกมาเปรยว่าเศรษฐกิจไทยเวลานี้กำลังสาหัส ไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วอาจเติบโตได้ไม่ถึง 2% แถมเรื่อยมาถึงไตรมาสแรกของปีนี้อาจเติบโตไม่ถึง 1% อีกต่างหาก

ไม่เพียงเท่านี้ผู้บริหารจากแบงก์ชาติ ยังออกมาสำทับเข้าอีก ว่า…เศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจเติบโตได้ไม่ถึง 2% จากสารพัดปัญหา ขณะที่บรรดาสารพัดสำนักวิจัยเศรษฐกิจ ต่างพาเหรดปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจ ลดลงกันเป็นแถว เผลอ ๆ บางสำนักให้เติบโตเพียงแค่ 1.8% ด้วยซ้ำไป

ด้วยเหตุนี้ การจัดแพคเกจใหญ่ ออกมาประคับประคองเศรษฐกิจ จึงต้องมีให้เห็นอย่างน้อยในระยะสั้น ๆ ที่เกรงกันว่าบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กว่า 10 ล้านคน จะล้มระเนระนาด ตกงาน แบบไม่ทันตั้งตัว

หรือบรรดารากหญ้า รากแก้ว ที่ยังต้องพึ่งพาฟ้าฝน ในการทำมาหากินก็อาจเสี่ยงกับปัญหาภัยแล้ง ที่เชื่อกันว่าในปีนี้จะแล้งหนักแบบสาหัสสากรรจ์ จนสุดท้ายอาจลุกลามใหญ่โตกลายเป็นเข้าสู่ภาวะ “ปีเผาจริง” อย่างที่ใครหลายคนหลายฝ่ายต่างคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้

เบื้องต้น แม้จะยังไม่ชัดเจน ก็มีแนวโน้มที่รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการคลัง พี่ใหญ่ในการดูแลภาพรวมเศรษฐกิจ ต้องงัด ”มาตรการภาษี” ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลเศรษฐกิจออกมาใช้



โดยเฉพาะการยอมเฉือนรายได้ เพื่อที่จะดึงดูดให้บรรดาลูกหลานที่พาผู้สูงวัย พาบุพการี ไปท่องเที่ยว สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ 

รวมไปถึงการใช้มาตรการภาษี เข้าไปเสริมสภาพคล่องให้กับบรรดาผู้ประกอบการท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเสริมรายได้ ให้กับแรงงาน ด้วยการฝึกอาชีพเพิ่มเติม

ไม่เพียงเท่านี้ ยังต้องงัดอาเรื่องของ “มาตรการการเงิน” อย่างเรื่องการลดดอกเบี้ยบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือเงินกู้ประเภทส่วนบุคคลทั้งหลาย หรือการผ่อนปรนเงื่อนไขให้บรรดาภาคเอกชนกู้เงินได้ง่ายขึ้น

เรียกว่างานนี้ การจะเอาเงินรายได้จากภาษีมาโปะ แต่เพียงอย่างเดียวคงไม่ไหวเพราะใช้มากไปก็อาจกระเทือนฐานะการคลังมากเกินไป ก็ต้องงัดเอา “มาตรการการเงิน” เข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน แม้ฝ่ายกำกับดูแลจะตัดสินใจช้าเกินไปก็ตาม!!

ขณะเดียวกัน บรรดารากหญ้ารากแก้ว ที่กำลังปั่นป่วนเพราะเงินที่อัดฉีดเข้าไปในระบบในหลาย ๆ รูปแบบในช่วงก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะเข้าไปไม่ถึง ก็ต้องเร่งอัดฉีด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ช่องทางของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเข้ามาเป็นฟันเฟืองโดยให้แบงก์รัฐทั้งธนาคารออมสินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธ.ก.ส. เข้ามาแอดวานซ์เงินอัดฉีดเข้าไปให้ก่อนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท จากเดิมที่ก่อนหน้านั้นได้ออกมาตรการอัดฉีดไปแล้วหมู่บ้านละ 2 แสนบาท



แต่ดูเหมือนวงเงินที่ใส่เข้าไปอาจไม่มากพอ ก็ต้องอัดฉีดเพิ่มเข้าไปอีกโดยโครงการที่จะอัดฉีด ก็ต้องเป็นโครงการที่สร้างงาน สร้างศักยภาพสร้างประสิทธิภาพในชุมชน อย่างเรื่องของการทำฝาย โรงสีพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สินค้าชุมชน หรือสารพัดโครงการที่ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในชุมชน

เมื่อถึงเวลาที่เงินงบประมาณ ปี 63 เบิกจ่ายได้ ก็ค่อยนำมาใช้คืนแบงก์รัฐทั้ง 2 แห่งรวมทั้งถ้าโครงการที่จัดทำจัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ได้เงินงบประมาณเข้ามาใส่ ฟันเฟืองต่าง ๆ จะเริ่มทำงาน ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้

แถมอีก 2 เดือนข้างหน้า ก็จะเข้าสู่เทศกาลสำคัญของไทยอย่าง สงกรานต์ที่มีอีกหลายวันหยุด ถ้าออกชิมชอปใช้ เฟส 4 มากระชากใจคนชอบเที่ยว คนชั้นกลางที่มีเงินพร้อมเที่ยว โดยแถมวันหยุดให้เยอะ ๆ

เศรษฐกิจที่กำลังมะงุมมะหงาหรา เงยหัวแทบไม่ขึ้น อาจได้รับแรงกระตุ้นให้กลับมาเดินหน้าได้อีก แต่ที่สำคัญมาตรการที่ออกมาต้องตื่นตาตื่นใจ แถม…ต้องปัง!!.ให้จริง ไม่เช่นนั้น!!! เก้าอี้รัฐบาลอาจหลุดลอยไปเร็วกว่าที่คิด!!!
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 98