อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

โควิด-19กับบริจาคเลือด แง่ดีที่ซ่อนอยู่ในเรื่องร้าย

สัปดาห์นี้พามาพูดคุยถึงสถานการณ์การบิรจาคโลหิตที่เข้าขั้นวิกฤติหนัก หลัง "โควิด-19" พ่นพิษหนัก ทำผู้คนหวั่นการเดินทาง แต่ในช่วงการระบาด อาจจะมีข้อดีที่หลายๆคนคาดไม่ถึง! เสาร์ที่ 14 มีนาคม 2563 เวลา 12.00 น.


ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เรามักจะพบเห็นข่าวสถานพยาบาลต่างๆออกมาเชิญชวนให้ประชาชนออกมาบริจาคเลือดกันอยู่เป็นระยะๆ อันเนื่องมาจาสถานการณ์ของการระบาด "โควิด-19" ที่กว่าแต่ละคนจะตัดสินใจเดินทางไปที่ต่างๆนั้น ก็คงจะคิดแล้วคิดอีกกันไม่ใช่น้อย หรือแทบไม่อยากจะออกเดินทางไปไหนเลยก็ตาม

โดยในเรื่องนี้ ศ.นพ.ดร.อิศรางค์ นุชประยูร คลินิกกุมารชีวาภิบาล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านวิชาการ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย อธิบายไว้ว่า สำหรับสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ทำให้ผู้ที่คิดจะบริจาคเลือดเกิดความกังวลว่า หากมาแล้วอาจจะติดเชื้อเพราะเป็นแหล่งชุมชน ส่งผลให้ผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ได้รับโลหิตไม่ถึงวันละ 1,000 ยูนิต อยู่ในภาวะโลหิตสำรองไม่เพียงพอ จากที่เดิมทีต้องได้รับโลหิตวันละ 2,000-2,500 ยูนิต ได้รับโลหิตลดลงเฉลี่ยวันละ 1,400 ยูนิต ประกอบกับหลายหน่วยงานที่ได้นัดหมายล่วงหน้าในการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตก็แจ้งยกเลิกกันเป็นจำนวนมาก จนถึงขณะนี้เหลือไม่ถึงวันละ 1,000 ยูนิต อยู่ในภาวะโลหิตสำรองไม่เพียงพอจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ



ซึ่งเรื่องนี้ หากมองตามจริงแล้ว “ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงซึ่งเขาก็รู้ตัวก็ไม่ได้มาบริจาคเลือด ก็เป็นการคัดกรองไปแล้วส่วนหนึ่ง” ฉะนั้นบุคคลที่มีอาการปกติจึงควรมา แล้วถ้ามาจริงๆทางศูนย์บริการโลหิตก็มีมาตรการในการดูแลความสะอาด ให้ปลอดจากโควิด-19 ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ติดตั้งแอลกอฮอลล์เจลทั่วอาคาร ทำความสะอาดทั่วทุกพื้นที่ รวมไปถึงการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้มีการออกมาตรการป้องกันการถ่ายทอดโรคติดเชื้อโควิด-19 ทางโลหิต โดยมีแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ เพื่อเช็กทุกคนไม่ว่าจะมีประวัติหรือไม่ หากพบว่าค่าเป็นบวก จะต้องทิ้งเลือดทันทีพร้อมแจ้งเรื่องไปยังผู้ที่บริจาคเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป ซึ่งการตรวจหาไวรัสที่กำลังระบาดอย่างเช่น "โควิด-19" นั้นยังไม่พบว่าพบการติดเชื้อจากเลือดจริงๆ ต่างจากโรคอื่นในอดีต อาทิ ไวรัสตับอักเสบ หรือ HIV ที่มีการติดเชื้อจากเลือด



“แต่โควิด-19ยังคงเป็นโรคใหม่ยังไม่ค้นพบ รวมไปถึงโรคที่มาจากโคโรนาไวรัส อย่างโรคเมอร์หรือโรคซาร์ ก็ยังไม่มีการพบว่าติดต่อจากเลือดแม้แต่รายเดียว แต่ก็ยังมีส่วนที่อาจจะเป็นไปได้หรือเป็นไปได้น้อย เพราะมีเชื้ออยู่ในเลือดสักพักหนึ่งก่อนจะออกอาการ ซึ่งในทางทฤษฎีก็เป็นไปได้เช่นกัน โดยหากจะเกิดการแพร่เชื้อจริง ก็ยังไม่สามารถยืนยันว่า จะมีการติดเชื้อจริงหรือไม่ และหากมีการติดเชื้อจริง ก็มักจะมาจากการไอหรือจาม ที่สามารถติดต่อกันได้โดยง่ายกว่าทางเลือด”

ส่วนวิธีตรวจหาไวรัสนั้น ขณะนี้มีการตรวจด้วยวิธี RT-PCR แต่ค่าใช้จ่ายสูง ยังไม่สามารถใช้ตรวจเลือดในระบบได้ และความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำมาก จึงยังไม่สามารถใช้งานได้ หรือใช้แล้วอาจจะเป็นการเสียเงินโดยไม่คุ้มทุน แต่ในวิธีดังกล่าวนี้ ในเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของการแพร่ระบาด "โควิด-19" ก็ได้เริ่มทดลองตรวจเลือดของผู้บริจาคแล้ว แต่ยังไม่ทราบผลว่าเป็นประโยชน์หรือไม่ ต้องติดตามผลการวิจัยต่อไป



เพราะฉะนั้น ก็เป็นคำแนะนำว่าคนที่เข้าข่ายเสี่ยง “ป่วยโควิด-19” ไม่ว่าจะเดินทางไปยังแหล่งที่กำลังระบาด หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีความเสี่ยง ก็ควรกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน และหากพ้นเวลาดังกล่าวไปนั้น 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ก็คาดว่าหายหรือไม่ติดเชื้อ"โควิด-19" แล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่อาการไม่ออกเลยจนถึง 28 วัน และเพื่อไม่ให้มีเคสแรกที่จะมีการติดเชื้อโควิด-19 จากเลือด ซึ่งหากมีความต้องการที่จะบริจาคเลือดจริงๆ อย่างกรณีที่มีการติดเชื้อแล้วหายในที่สุดแล้ว ก็อยากจะขอให้เว้นการบริจาคเลือดไปอีก 3 เดือนเพื่อให้แน่ใจที่สุดว่าเชื้อดังกล่าวหายออกไปจากร่างกายแล้วอย่างแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์

“แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อควรรู้อย่างหนึ่งว่า หากเป็นที่ผู้ที่ติดเชื้อแล้วหายเอง แสดงว่าคุณต้องเป็นคนที่มีภูมิต้านทานดี การบริจาคเลือดอาจมีประโยชน์เป็นพิเศษเพื่อช่วยรักษาผู้อื่นที่กำลังติดเชื้อได้ ซึ่งตอนนี้ผู้ที่เป็นแล้วหายยังคงมีน้อย ก็อยากจะขอให้มองว่าเลือดคุณอาจจะมีค่ากว่าที่คิดก็ได้ หรือถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะติดต่อ ขอให้มาบริจาคด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอไปก่อนเพราะยังมีผู้ที่หายจากโควิด-19ยังมีจำนวนน้อย”

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การบริจาคโลหิตก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อผู้ป่วยที่กำลังรอรับ “เลือด” อยู่ หากเราลองนึกถึงภาพวันที่ เกิดเหตุกับคนที่เรารัก แต่กลับมีเลือดไม่เพียงพอจะเป็นเช่นไร? บุคคลที่กำลังรอรับเลือดอยู่ในขณะนี้ก็คงไม่ต่างกัน แต่ก่อนที่เราทำเพื่อคนอื่น ควรเริ่มต้นดูแลตัวเองก่อน ด้วยการป้องกันตัวเองอีกชั้นหนึ่ง โดยการใส่หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย ระหว่างเดินทางมาและระหว่างทำการบริจาคโลหิต เพื่อเป็นความสบายใจทั้งคนให้และผู้รับในที่สุด...

......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean  
โดย “พรรณรวี พิศาภาคย์”
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay
คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 282