อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563

​​​​​​​ตำรวจมีหน้าที่ต้องจับคนร้ายไม่จับไม่ได้

สัปดาห์นี้มาเปลี่ยนบรรยากาศจากไวรัสโควิด-19 มาคุยเรื่องการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สืบสวน สอบสวนหาคนร้ายมาดำเนินคดี พุธที่ 25 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


พักเรื่องจากโควิด-19 เข้าใจว่าผู้อ่านหลายคนน่าจะเคร่งเครียดกับข่าวนี้และเรื่องต่าง ๆ รอบตัวโควิด-19 หนอนโรงพักก็เก็บตัวนอกเวลางานก็ไม่ได้ไปไหน และเพื่อพาผู้อ่านทุกท่านออกจากเรื่องโควิด-19 ก็ขอเขียนถึงเรื่องตำรวจเพียว ๆ ไม่มีโรคร้ายเข้ามาปนในตอนนี้สักหน่อย

สิบตำรวจโทหล่นคิ้วสงสัย “แน่ใจเหรอ ผู้หมวดว่าใช่”

ผู้หมวดพูดโดยไม่หันมาตอบว่า “ก็ตามหมายจับนะ รูปพรรณสัณฐานทุกอย่างก็ใช่หมด”

“แล้วทำไมยังรีรออยู่”

“ก็เหมือนที่เอ็งพูดนั่นแหละ ข้าก็สงสัย ไม่แน่ใจเหมือนกัน”



ตำรวจทำการสืบค้นหมายจับ พบหมายจับค้างเก่า กล่าวถึงพฤติกรรมผู้ต้องหาก่อเหตุใช้ปืนยิงคนตาย 1ราย อีกรายบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อ 9 ปีก่อน พวกเขาสืบคดีกันอย่างต่อเนื่อง ไล่หาตัวสอบสวนตามหลักฐานคุยกับพยานไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบข้อมูลว่า คนร้ายรายนี้หลบมาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพพระมหานคร จึงนำกำลังขึ้นมากัน ประสานงานโรงพัก แล้วแจ้งว่ายังไม่จับในทันที 

“เหตุเกิดมา 9 ปีแล้ว รออีกวันสองวันจะเป็นไรไป” รองสารวัตรสืบสวนต่างจังหวัดคุยกับตำรวจโรงพักกรุงเทพ ซึ่งก็พยักหน้าว่า ตามสบายเลย

วันแรกแห่งการสืบสวน ผู้หมวดกับสิบตำรวจโทลงพื้นที่ เห็นผู้ต้องหาหน้าตาชัดเจน เกือบ 10 ปีผ่านไป รูปร่างอ้วนขึ้น แต่หน้าตาไม่เปลี่ยน เขาเดินมากับหญิงคนรัก ไปขายของในซอย ขายน้ำผลไม้ปั่น

ผู้หมวดทำทีขอซื้อแก้วหนึ่ง ได้มีโอกาสสบตากับผู้ต้องหา แววตาไม่เจือความอาฆาตมาดร้าย ยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วยกันทำมาหากินปกติ น้ำผลไม้อร่อยใช้ได้



วันต่อมาสิบตำรวจโทไปขอซื้อ หญิงสาวทำงานคุยถูกปากกับคนที่มาซื้อของ ส่วนชายหนุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับ ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสคุยสุภาพเป็นอย่างยิ่ง

กล้วยปั่นแก้วนี้ สิบตำรวจโทยกนิ้วให้ อร่อยอย่างแรง

สองตำรวจมานั่งคุยกันระหว่างดูชายหนุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับ แอบถ่ายรูปไปหลายครั้ง ส่งไปให้สารวัตรสืบสวนดู เอาไปให้คนเจ็บที่โดนยิงตอนนี้อัมพาตท่อนล่าง ขายล็อตเตอรี่ พลันที่เห็นคนเจ็บก็พูดอย่างเต็มปากว่า “คนนี้แหละที่ยิงผม”

เรื่องราวการยิง มันเริ่มจากผู้ต้องหาทำงานเป็นการ์ดอยู่สถานบันเทิง มีเรื่องต้องเคลียร์กับคนเมา เริ่มจากคนเมาจีบหญิงทะเลาะกัน แล้วไปมีเรื่องกันนอกร้าน ผู้ต้องหาไปห้าม โดนด่ากลับมา แล้วจะโดนทำร้าย สัญชาตญาณป้องกันตัวนะมี แต่เพราะมีปืนจึงควักออกมา

ด้วยความเลือดร้อนเลยยิงเข้าใส่กลุ่มคนที่มีเรื่อง ราวกับสลายชุมนุมด้วยกระสุนจริง

ตาย 1 และเจ็บ 1

หลังเกิดเหตุมือยิงหายตัวล่องหน นักข่าวทำข่าว ก่อนเงียบหายไปในไม่กี่อาทิตย์ ตำรวจโรงพักยังจำเรื่องราวนี้ได้ เมื่อรองผู้กำกับการสืบสวนมาใหม่ ได้รับคำสั่งให้สะสางหมายค้างเก่า จึงช่วยกันดู แล้วส่งงานให้สารวัตรสืบสวนที่ส่งงานต่อให้รองสารวัตรสืบสวนลุยสืบคดีกับสิบตำรวจโท

กินเวลาหลายเดือนพอสมควรกว่าจะได้เบาะแส

ตอนนี้พวกเขาใกล้จะปิดคดีแล้ว



“เมื่อใช่ก็คือใช่ พยานยืนยัน หมายจับเราก็มี อำนาจกฎหมายก็มี เราควรจับกุมเลยครับ” สิบตำรวจโทบอก

รองสารวัตรสืบสวนมองผู้ต้องหาที่ปั่นผลไม้ขาย แล้วสรุปว่า “เราไม่จับที่นี่ ไปจับที่หน้าที่พักเถอะ ให้เขาปิดร้านขนของกลับกันก่อน”
 
กว่าจะขายเสร็จก็เกือบสี่ทุ่ม ตำรวจปล่อยให้ผู้ต้องหากับคนรักกลับที่พักไปก่อน จนเช้าตรู่อีกวัน สองคู่รักชายหญิงเตรียมทำมาหากิน ขนของออกจากอพาร์ทเมนท์เริ่มหาเลี้ยงชีพ
 
ตำรวจยืนรอ สิบตำรวจโทประชิดตัว รองสารวัตรสืบสวนชูหมายจับ ไม่นานกุญแจมือสับที่มือไขว่หลัง รถตำรวจโรงพักมารับตัว หญิงสาวร้องไห้เป็นสายเลือด ผู้ต้องหาหน้านิ่งยืนยันปฏิเสธความผิดว่าไม่เกี่ยวข้อง
 
ไม่เป็นไร ค่อยไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
 
“เราทำถูกต้องเหรอครับผู้หมวด คนทำมาหากิน ไปจับเขา ดูเมียมันสิ เป็นลมล้มพับไปเลยนะ”
 
ผู้หมวดขยี้บุหรี่ลงที่เขี่ย ขณะมองตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้กลับโรงพักตัวเอง เขาเป่าควันออกจากปอด
 
“เราทำตามกฎหมายนะ ผู้ต้องหาทำผิดกฎหมาย”
 
“สงสารเมียมันนะครับ คงลำบากน่าดู”
 
“ใช่! แต่เราก็ควรสงสารคนที่โดนยิงเป็นอัมพาตและคนตายด้วย ญาติมิตรเพื่อนฝูงเขาก็คงลำบากน่าดูเหมือนกัน ใครทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย ประเทศนี้ ต้องปกครองจากหลักของกฎหมาย  หลักฐานชัดเจน อย่างไรก็ต้องจับ ไม่จับไม่ได้เด็ดขาด” ผู้หมวดพูดก่อนขึ้นรถตู้คุมตัวผู้ต้องหากลับโรงพัก
................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"   
ภาพในเนื้อข่าวเป็นเพียงแค่ภาพประกอบเท่านั้น


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 272